ข่าว

สปก.ชงคสช.ใช้ม.44ฟันนายทุนรุก2ล้านไร่

สปก.ชงคสช.ใช้ม.44ฟันนายทุนรุก2ล้านไร่

08 ก.ค. 2558

สปก.ชงคสช.ใช้ม.44ฟันนายทุนรุก2ล้านไร่ นายกฯแนะเก็บค่าเช่ารีสอร์ทผิดกฏหมาย ด้านเลขาจ่อเด้งปฏิรูปที่ดินจังหวัดหลังเอี่ยวอิทธิพลเมินจัดระเบียบที่สปก.

            8ก.ค.2558 นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ( สปก.) กล่าวถึงแผนการปฏิบัติงานและการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินสปก.ว่า ประเด็นปัญหาของสปก.ขณะนี้คือการเปลี่ยนมือถือครองที่ดินระหว่างเกษตรกรด้วยกันซึ่งมี 250,000 ราย โดยการแก้ปัญหาอาจให้อภัยเกษตรกรเหล่านั้นแทนการฟ้องร้องดำเนินคดีและหาทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรที่เปลี่ยนการถือครองให้กับนายทุนเนื่องจากไม่ต้องการทำการเกษตรกรรมต่อไปจนหลายแห่งมีการก่อสร้างรีสอร์ท ทำสวนปาล์ม สวนยางพารา การก่อสร้างหอพัก ร้านค้าต่าง  ๆ  เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งได้ส่งฟ้องไปแล้วทั้งเกษตรกรและไม่ใช่เกษตรกร

           “การก่อสร้างรีสอร์ทที่ไม่ใช่บ้านตุ๊กตาที่จะนำไปวางไว้ แต่ต้องมีระยะเวลาการก่อสร้างและมีคนรู้เห็นแต่ทำไมปล่อยให้มีการดำเนินการ”

           นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่จำนวน 2 ล้านไร่ในจว.ปราจีนบุรี สระแก้ว กระบี่ สุราษฏร์ นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี กำแพงเพชร เลย เป็นต้น ซึ่งใช้ที่ดินในการปลูกสวนปาล์ม หรือทิ้งพื้นที่ไว้โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไร ที่ยังไม่เข้าระบบอย่างถูกต้องโดยขณะนี้สปก.ได้เร่งดำเนินการในขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลผู้เป็นเจ้าของที่ดินพูดคุยและจัดระเบียบการถือครองก่อนจะนำเสนอคสช.โดยอาจใช้ม.44 เข้าดำเนินการแต่ปรากฏว่าเพียงขั้นตอนในการหาข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นก็มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากได้รับข้อมูลว่าขณะนี้สามจังหวัดขอปรับแผนการดำเนินการตรวจสอบการถือของที่ดิน เช่นที่ปราจีนบุรี อุทัย กำแพงเชรเป็นต้นแสดงให้เห็นว่ามีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง  ซึ่งในเดือนกันยายนอาจจะมีการพิจารณาโยกย้าย ปฏิรูปที่ดินในบางจังหวัดที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้อิทธิพลเพื่อหาคนที่มีความเหมาะสมและตั้งใจทำงานไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

           การแก้ปัญหาสปก.โดยเฉพาะกลุ่มอิทธิพล นักการเมืองค่อนข้างเป็นปัญหาลำบากเนื่องจากข้าราชการโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่มักจะเป็นคนของการเมือง ผลักดันและให้การสนับสนุนให้ได้ความเจริญก้าวหน้าจากนั้นจึงทำงานเพื่อต่างตอบแทนกัน  

           สำหรับปัญหาการรุกที่สปก.ที่วังน้ำเขียวได้ดำเนินการคืบหน้าไปมากในส่วนสปก.แต่อัยการสั่งฟ้องไม่ถึง 10 คดีซึ่งมีปัญหามากถึง120 แห่ง โดย 40 เปอร์เซ็นต์เป็นการถือครองของเกษตรกร ซึ่งก่อสร้างโฮมสเตย์ และเป็นของนายทุนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการที่อัยการยังไม่สั่งฟ้องทำให้เข้าของกิจการยังคงสามารถดำเนินการไปได้เรื่อยๆ อย่างน้อย 7- 8 ปีทำให้ทุกวันนี้สปก.เหมือนถูกชกฟรี

            อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้การแก้ปัญหาการบุกรุกป่าโดยเฉพาะสปก.นายกฯให้แนวทางว่าพื้นที่ที่มีการก่อสร้างสิ่งปลูก ให้ดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ควรดำเนินโดยไม่ขัดกฏหมายยึดมาเป็นของหลวงให้เอกชนเช่า ซึ่งท่านให้ไปศึกษาในรายละเอียด ที่ผ่านเอกชน ข้าราชการที่รุกป่าพร้อมเจรจาและขอคืนพื้นที่โดยมีข้าราชการในจว.นครราชสีมาขอเจรจาต่อรองเพื่อขอเช่าพื้นที่สามปี แต่สปก.เดินหน้าฟ้องร้องเอาผิดแต่หากคดีถึงที่สิ้นก็อาจนำมาเป็นของหลวงและทำสัญญาให้เช่าให้ชัดเจนอีกครั้ง