
'โหวตโน':มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
'โหวตโน' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ขณะนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณารายมาตรา ในหมวดโครงสร้างทางการเมือง
มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง “โหวตโน” ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เคาะออกมาแล้วว่า จะเอาตามร่างแรก ที่เขียนไว้ในมาตรา 113 ที่ว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจะเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือจะเป็นบัญชีรายชื่อที่ได้รับเลือกต่อเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นหรือบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบัญชีนั้น ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เลือกบัญชีใด”
อธิบายง่ายๆ ว่า หลักการที่ว่านี้ คนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.เขต หรือบัญชีรายชื่อ จะต้องได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนที่มากกว่าคะแนนที่ไม่เลือกใครเป็น ส.ส. ซึ่งเรื่องนี้ี่ไม่เคยเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ไม่ใช่ดูแต่เพียงว่ามีการลงคะแนนเสียงเลือกใครเป็น ส.ส.
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยกร่างฯ กำลังพิจารณากันต่อไปว่า หากเลือกตั้งใหม่อีกรอบแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งยังแพ้คะแนน “โหวตโน” อีก ควรจะมีวิธีการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำอีก จนสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศ เช่น กำหนดคะแนนขั้นต่ำเอาไว้ หากคะแนนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ แม้ว่าจะได้คะแนนแพ้ “โหวตโน” ก็ให้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ที่จริงแล้ว เรื่อง “โหวตโน” แม้ไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ แต่ก็ได้มีการเขียนไว้ในกฎหมายลูก เช่น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ พ.ศ.2550 ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 88 ว่า ในเขตเลือกตั้งใด ถ้าในวันเลือกตั้งมีผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครจะได้รับเลือกตั้งต่อเมื่อ
(1) ได้รับคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น และ
(2) มากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง
ในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใด ไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ข้อดังกล่าว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่
เช่น ในเขตเลือกตั้งนั้นมี ส.ส.ได้ 2 คน ปรากฏว่ามีผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนั้นเพียง 1 คนหรือ 2 คน ผู้สมัครในเขตนั้นจะได้รับเลือกตั้งต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและต้องมากกว่า “โหวตโน” ด้วย
ส่วน มาตรา 89 วรรคแรก บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 88 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้สมัครซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง
ทำให้มีนักกฎหมายบางคนตีความว่า เมื่อมาตรา 89 เขียนว่าภายใต้บังคับ มาตรา 88 ดังนั้น แม้จะมีผู้สมัครมากกว่าจำนวน ส.ส.ที่จะมีได้เขตนั้น จะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ต้องได้คะแนนมากกว่า “โหวตโน” ด้วย
นำมาซึ่งความสับสนแก่แนวปฏิบัติที่เคยยึดถือมาว่า คะแนนที่ผู้สมัครจะต้องได้มากกว่า “โหวตโน” ใช้เฉพาะกรณีผู้สมัครในเขตเลือกตั้งนั้นมีจำนวนเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวน ส.ส.ที่จะมีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น
แต่คราวนี้ จะไม่สับสนกันอีกต่อไป เพราะร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน...ต่อไปนี้ ไม่ว่าผู้สมัครจะมากกว่า เท่ากับหรือน้อยกว่า จำนวน ส.ส.ที่ีจะมีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครที่จะได้รับเลือกตั้งต้องชนะคะแนน “โหวตโน” ด้วย



