
พระสุเทพสึกดันวิทยาลัยอาชีวะวิถีพุทธ
พระสุเทพสึกดันวิทยาลัยอาชีวะวิถีพุทธ
7ก.ค.2558 พระสุเทพ ปภากโร (สุเทพ เทือกสุบรรณ) แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการปฎิบัติธรรม บรรพชาอุปสมบทหมู่ ถวายในหลวง ที่เป็นผู้ริ่เริ่มโครงการว่า หลังจากที่ลาสิกขาบท(สึก)ไปแล้ว โครงการก็ยังจะเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นโครงการฯที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ชายชาวไทย ทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวพุทธทั้งหลายต่อไปซึ่งจากที่ทำโครงการมามีคนคนเข้าร่วมโครงการทั้ง8รุ่นรวม641คน ส่วนรุ่นที่9ก่อนเข้าพรรษาก็คาดว่าน่าจะเกินกว่า60คนและหลังจากเข้าพรรษา3เดือนก็จะหยุดโครงการฯ จากนั้นจะเริ่มโครงการอีกครั้งในปลายเดือน ตุลาคม2558
พระสุเทพ ยืนยันว่า หากลาสึกแล้ว ก็ยังจะมีคนที่สานต่อในโครงการ อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล (สวนโมกข์) และพระชั้นผู้ใหญ่ ของวัดดังกล่าว โดยตัวเองนั้นจะไปเป็นผู้ประสานของโครงการ โดยจะจัดหากองทุนเพื่อการบวชไว้ประมาณ10ล้านบาท เพื่อใช้ในกิจกรรมดังกล่าว และจะเข้าร่วมในทุกโครงการที่มีการบวช
พระสุเทพ กล่าวว่า หลังการสึกก็จะไปทำงานภาคประชาชน ในนาม“มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” จะไปสร้างวิทยาลัยอาชีวะศึกษา โดยเบื้องต้นใช้ชื่อ ว่า“วิทยาลัยอาชีวะศึกษาภาวนาโพธิคุณ” เป็นแนววิถีพุทธอยู่ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีลักษณะที่เป็นต้นแบบ ที่ผลิตบุคลากรออกไปรับใช้สังคม โดยเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพควบคู่คุณธรรม นักศึกษาจะต้องมีการฝึกไหว้พระภาวนา ฝึกการพออยู่พอกิน ทุกวัน ซึ่งทุกคนต้องทำได้ เพราะเรียนฟรีทุกคนซึ่งความคิดนี้อาจจะไปตรงกับความคิดที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า ควรเน้นให้เด็กนักเรียน นักศึกษา เรียนในภาคอาชีวะมากขึ้น ยืนยันได้ว่าไม่เคยหารือพูดกับพล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่มีแนวคิดคล้ายกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่า อาจจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมมีแนวความคิดเหมือนกัน เคยปรึกษากันมาก่อนหรือไม่กับพล.อ.ประยุทธ์ พระสุเทพ กล่าวว่า คนเป็นพระเขาไม่กลัวใครระแวง ไม่สนใจเข้าใจผิด พระปฎิบัติดี ถ้าคิดว่าทำอะไรแล้วดีมีประโยชน์ ก็ทำไปไม่ต้องไปสนใจ คนถ้ามัวแต่กังวลใจว่าใครจะคิดอย่างไร ก็ไม่ต้องทำอะไร คนเมื่อทำดีทำถูกก็ทำไป อย่าไปกลัว และอนาคตก็จะทำโครงการบ้านพักผู้สูงอายุที่เป็นต้นแบบ ทำชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ผู้สื่อข่าวถามว่า หากลาสิกขาบทออกไปแล้ว เกรงหรือไม่อาจมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของอีกฝ่าย พระสุเทพ กล่าวว่า ไม่กลัวเพราะถ้าเราทำความดีเราก็ต้องไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น



