
ปล่อย14นศ.บิ๊กตู่บอกศาลเมตตา
ปล่อย14นศ.บิ๊กตู่บอกศาลเมตตา ชี้ก.ม.ต้องเป็นก.ม.รับความผิดบ้าง มท.1ระบุจะกลับไปขัดแย้งอย่างเดิมไม่ได้
7ก.ค.2558 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า การที่ตนต้องพูดมาในทุกวันนี้เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ว่าเราจะต้องอยู่อย่างไร ถ้าเรายังคงอยู่เหมือนเดิม ทำงานทุกอย่างเหมือนเดิม มันไปไม่ได้ ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเหมือนคนที่มีไข้ วันนี้ไข้ก็เริ่มลดลงแต่ยังไม่หายก็กำลังดูแลกันอยู่ แต่ถ้าให้ยาผิดซองก็ไปอีก ตอนนี้เชื้อโรคมีเยอะกำลังเข้ามาอยู่ ทิ่มๆ ตำๆ อยู่รอบๆ วันนี้รัฐบาลก็ดูแลอย่างเต็มที่ ในส่วนของนักศึกษาทั้ง 14 คน วันนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังอะไรกับใครนักหรอก แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ซึ่งกฎหมายจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมที่จะเมตตาอย่างไร
“สิ่งที่ศาลได้เมตตาไปแล้วก็ต้องคิดว่ามันจะทำได้อีกไหม เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้หลักการของกฎหมายก็จะต้องมีการหลาบจำและยอมรับความผิดกันบ้าง เพราะมันคือกฎหมาย ท่านต้องเข้าใจว่าทุกฉบับไม่ว่าจะเป็นที่ผมออกคำสั่งหรือมาตรา 44 หรือพ.ร.บ.ต่างๆ มันออกมาสมัยรัฐบาลนี้ทั้งนั้น ถ้าท่านบอกว่ากฎหมายนี้ไม่ถูกต้องก็เท่ากับว่า 300 กฎหมายที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งมันไม่ใช่ทุกอย่างทำตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพราะมีรัฐบาลและรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นอย่ามาดื้อรั้นในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ผมก็เป็นกังวลกับอีกพวกหนึ่งที่มาสนับสนุน เดี๋ยวจะตีกันไปจนเกิดเหตุการณ์บานปลายไปอีก จึงขอร้องสื่ออย่าไปจุดชนวนความรู้สึกให้เกิดขึ้นมาอีก สื่อมีความสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองสงบหรือไม่สงบ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวผมคงไม่เท่าไหร่ เพราะผมกำลังเดินหน้าทั้งในเรื่องการบริหาร ทั้งแก้ปัญหาเก่าและการแก้ไขปัญหาระยะยาว สร้างพื้นฐาน 4-5 งาน ผมจะไปทำอะไรได้ทั้งหมด แต่ก็ทำ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องเข้าใจว่าวันนี้รัฐบาลทำงานนอกจากงานตามภาระหน้าที่แล้วยังมีงานที่จะต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จากนี้ไปทุกรัฐบาลจะต้องทำงาน โดยมีนโยบายเร่งด่วนหรือนโยบายใหม่เพื่อออกมาปฏิบัติทั้งการเร่งรัด การแก้ไขจะได้ไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา วันนี้ขนาดรัฐบาลปัจจุบันตั้งคณะทำงานขึ้นมาไม่รู้กี่คณะยังไปได้ช้า เพราะยังมีการต่อต้านจากคนที่เสียผลประโยชน์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของสื่อที่ต้องไปหามาว่าใครเสียหรือใครได้ผลประโยชน์
แต่สำหรับตนไม่เคยได้ผลประโยชน์อะไร มีอย่างเดียวที่พอกลับบ้านก็ไปนอนคิดว่าเราควรภูมิใจกับตัวเองบ้างหรือไม่ที่วันนี้ได้ทำอะไรเป็นผลสำเร็จบ้าง ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะเป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการให้คนทั้งประเทศมาอยู่ข้างตน หรืออีกพวกหนึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม ตนไม่คิดแบบนั้นเพราะตนเป็นคนไทย เพราะฉะนั้นใครที่เป็นคนไทยก็ควรต้องทำอย่างที่ตนทำเก็บความอาฆาตเกลียดชังไว้วันหลังแล้วข้างหน้าค่อยว่ากัน มันควรจะมีการทำให้สถานการณ์มีเสถียรภาพ สื่อมีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงในข้อเท็จจริงแต่ไม่ใช่เอาเรื่องเดือดร้อนข้างเดียวมาพูดแล้วตนจะทำอย่างไร
วันนี้คนไทยต้องรวมกันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด อาชีพอะไร จะเป็นคนรวยหรือคนจนจะต้องอดทนในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนที่ผ่านมาดูเหมือนดีทุกอย่าง เงินทองเหลือเฟือ ใช้จ่ายได้อย่างสบาย คนไทยไม่ว่างงาน หยิบจับอะไรก็เป็นเงิน แต่ถามว่าเงินเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ เจ้าหน้าที่เองก็หลับหูหลับตาเพราะสู้ไม่ไหว รัฐบาลก็ไม่เข้มงวด ไม่กำชับ ทำให้มีปัญหามาถึงทุกวันนี้
“สื่อมีหน้าที่ต้องช่วยผมเพราะสื่อถือเป็นผู้นำเหมือนกับผมเพราะคนเสพสื่อ ถ้าสื่อบอกดี ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ แนะนำในสิ่งต่างๆ ก็ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แต่ถ้ามัวเสนอแต่ความขัดแย้งก็ไม่มีทางหลุดพ้น ผมพยายามก้าวข้ามกับดักทั้งหมดแล้ว แต่สื่อก็พยายามจะดึงกลับมาที่เก่าอีก อีกพวกก็ได้โอกาสเมื่อสื่อเปิดพื้นที่ให้ก็เอาทันที ขณะเดียวกันสื่อก็ต้องการให้ผมเปลี่ยนแปลงถามหน่อยเถอะว่าใครจะทำให้ท่านได้ วันหน้าผมก็เลิกทำ ก็อยู่กันไปแบบนี้ถ้าคิดว่ามันดีกว่าก็เอา วันนี้ผมคิดว่าคนทั้งประเทศเข้าใจ แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรกับคนจนและผู้มีรายได้น้อย ทุกฝ่ายก็ต้องร่วมมือกัน สื่อต้องเสนอข่าวด้วยความเป็นกลาง สื่อจะต้องมีจรรยาบรรณในการเสนอข่าวไม่จำเป็นต้องมาเสนอข่าวเข้าข้างผม แต่ขอให้เสนอว่าผมทำอะไร และถ้าคนไม่ดีเข้ามาก็ต้องเสนอว่าเขากำลังทำอะไรแล้วประชาชนว่าอย่างไร แต่ทุกวันนี้สื่อเทไปข้างนั้นที ข้างนี้ที ทางผมไม่ค่อยมาอยู่แล้ว ขอร้องว่าอย่าลืมปัญหามันเกิดอะไรขึ้น ขอให้จำไว้ว่าถ้ามันยังบานปลายอยู่อย่างนี้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมาอีกครั้ง พวกท่านก็ต่องรับผิดชอบกันเอง อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก วันนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปจามโรดแม็ปแล้วจะมาเอาอะไรกับผม ยุ่งกันไปหมดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องปรองดอง นิรโทษกรรมได้ดูกันหรือเปล่าว่ากฎหมายเขาว่าอย่างไร อย่าเอาความรู้สึกมาเขียนหรือมาวิจารณ์ วันนี้ผมยอมรับทุกคนมีประสบการณ์มากกว่าผม โดยเฉพาะคอลัมนิสต์ต่างๆ ผมไม่เคยว่าใคร แต่ทำไมถึงว่าผมนัก ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อสิ่งที่ผมทำ ผมคิดว่าผมทำดีแต่อาจจะดีหรือไม่เป็นที่พอใจเท่ากับรัฐบาลก่อนที่เขาทำละมั้ง งั้นก็รอรัฐบาลต่อไปแล้วกัน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานที่พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ออกมาระบุว่ามีองค์กรระหว่างประเทศหนุนหลังกลุ่มนักศึกษาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า “ใคร พลเอกไหนก็ไปถามเขาดูเอง ใครรายงานผมไม่รู้ ผมไม่มีรายงาน วันนี้พล.อ.ธวัชชัยเขาอยู่ที่ไหน มีตำแหน่งอะไร เมื่อมาเป็นสปช.ก็ต้องรายงานตรงกับ สปช.ก็ทำรายงานขึ้นมาสิ สำหรับผมขนาดเพื่อนผมยังไม่คุยด้วยเลย”
เมื่อถามว่าในทางการข่าวมีข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้ามีแล้วจะอย่างไร สื่อจะไปรบกับองค์กรอื่นหรือเปล่าจะช่วยตนทำความเข้าใจกับองค์กรเหล่านั้นหรือไม่ ทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรอื่นๆ มาถามตนเช่นนี้เพื่อให้ไปแก้หรือจะให้ไปรบกับเขา
“วันนี้สื่อต้องช่วยผม ไม่ใช่อะไรก็เสนอข่าวแต่ว่าขัดแย้งกันไปหมด เดี๋ยวก็มีเรื่องนิสิตนักศึกษาแล้วมันจะไปอย่างไร ผมขอร้องสื่อให้เลิกเสียทีเถอะ ไม่ได้บังคับ ขอให้คิดใหม่ทุกเรื่อง มันต้องร่วมกันคิดต้องร่วมกันทำ ด้วยความเห็นชอบร่วมกันอย่าต้องให้บังคับ เพราะถ้ายังคับแล้วก็จะมีเรื่อง แล้วถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ววันข้างหน้าจะทำอย่างไร ถ้าปลุกแล้วลุกกันขึ้นมาแล้วต่อต้านกันทั้งหมดแล้วจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ทหาร ตำรวจอีกแล้วใช่หรือไม่ ทหารกับตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ยุติ แล้วใครมีความผิดก็ทหาร ตำรวจอีกนั่นแหละ แล้วถามว่าไอ้ที่ไปตายน่ะใคร ก็เป็นคนจนทั้งนั้น เป็นลูกเป็นหลาน ส่วนไอ้คนนำหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีใครตายสักคนบ้างหรือไม่ กฎหมายมันยังไม่รับผิดเลย แล้วก็อ้างอยู่นั่นแหละว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วเคยตายบ้างหรือไม่ ไอ้คนที่ออกมาอ้าง มันไม่เคยติดคุก มันไม่รู้หรอกลองดูก็แล้วกันสู้ได้ก็สู้ไป ก็เห็นตำตากันอยู่และผมไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูกแต่กลายเป็นว่า ผมกลายเป็นคนผิดทุกเรื่อง ส่วนพวกที่มีคดีอยู่ก็ไม่พูดถึง มันจะอะไรนักหนา โลกมันกลับตาลปัตร สมองหน้า หลังมันกลับกันเสียละมั้ง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ศาลอนุมัติปล่อยตัวนักศึกษา กังวลหรือไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่นๆ ออกมาอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่คนทำ อยู่ที่นักศึกษา ในเมื่อศาลให้ความเมตตาไปแล้วก็ไปดูกัน แต่ถ้าบอกว่าไม่ผิดมันจะใช่หรือเปล่าก็ต้องไปดู วันนี้พ่อแม่และทุกๆ คนก็เป็นห่วง
"จะเสียสละไปเพื่อใคร เวลานี้มันเพื่อใคร ทำไมจะรออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ ถามจริงๆ ว่าอยากจะมีรัฐบาลใหม่ในวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่ จะเอาหรือเปล่า เพราะท่านเบื่อผมแล้วก็เอาคนใหม่เข้ามาแล้วต้อนเขาอย่างนี้บ้าง ส่วนการมีรัฐบาลจะเร็วไปหรือช้าไปขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่เขาเขียนไว้ วันนี้ผมต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ ขอบคุณทุกคนที่ติชมอย่างมีสาระ ขอบคุณทุกคนที่เสนอวิสัยทัศน์โลกสวย ผมยอมรับทั้งหมดทุกเรื่อง มันอยู่ในหัวผมทั้งหมด ที่พูดทั้งหมดไม่ได้โกรธหรือว่าสื่อ แต่เราต้องมีมุมมองและเข้าใจถึงคำว่าอดีต ปัจจุบันและอนาคตว่าอดีตบ้านเมืองเป็นอย่างไร ปัจจุบันเรากำลังทำอะไร อนาคตจะเป็นอย่างไรในวันหน้าแล้ววันนี้คือประวัติศาสตร์ของวันข้างหน้า ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่เปลี่ยนลุคใหม่ แต่ถ้าไม่ทำมันก็กลับไปสู่ที่เก่า ขณะที่คนอื่นเดินไปข้างหน้าทั้งหมด เรากลับเดินถอยหลังหรือยืนอยู่กับที่แค่นี้ก็ตายแล้ว แต่กลัวว่ามันจะหนักยิ่งกว่านี้เพราะเศรษฐกิจจะตกลงยิ่งกว่านี้ ถ้าไม่ทำอย่างที่พูด ขนาดสั่งกันทุกวันยังทำกันไม่ทำ พยายามเร่งทุกอย่าง ใครเชิญไปประชุมที่ไหนก็ไปทุกที่ ไม่เคยได้พักผ่อน ประชุมเสร็จก็กลับเพราะคิดถึงคนไทย พอกลับมาก็ได้รับทั้งรอยยิ้มและคำถามน่าอบอุ่นและชื่นใจทำให้ผมต้องกระตือรือร้นขึ้นมาอีกนิด เลือดสูบฉีดขึ้นสมองอีกหน่อยก็พอที่จะมีแรง ผมเป็นกระท้อน ยิ่งทุบก็ยิ่งหวาน แต่ระวังผมจะทุบกลับไปให้บ้าง ผมเป็นกระท้อนสาว ถ้าเป็นกระท้องแก่ๆ มันไม่ค่อยหวาน เพราะแก่เกินไปลูกมันใหญ่ ไม่อร่อย มันต้องพอดีๆ บางทีเขาก็เอาไปทำกระท้อนเชื่อม แต่ใช้ลูกขนาดพอดีไม่ใช้ลูกใหญ่มหาศาลกินไม่อร่อย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นประเทศไทยต้องโตแบบแน่น แบบผลไม้ไทยที่เนื้อแน่น ใครก็อยากจะแย่งชิม ไม่ใช่คัดออก เราต้องมีตัวตนในเวทีโลก คนไทยต้องทำให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความมีอัจฉริยะ มีบุคลิกภาพที่ดีในสังคมโลก ไม่ใช่ว่านักการศึกษาก็ตีกัน อาชีวะก็ตีกัน บนถนนก็เดินขบวน ไม่รู้อะไรหมู่ อะไรจ่า อะไรคือกฎหมาย ไม่รู้สถานการณ์ว่าอะไรคืออะไร ปนเปไปหมดทุกเรื่อง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ตีกันหมดทุกเรื่อง ทำไม่ได้สักเรื่อง แล้วประเทศไทยมันจะไปทางไหน ถ้าเราไม่สร้างระบบไว้ตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าก็จะเป็นอย่างนี้อีกจำคำของผมและบันทึกไว้ด้วย วันหน้าผมจะถามใหม่ ว่าสิ่งที่ผมคิดไว้มันทำได้หรือไม่ แล้วผมจะคอยประเมิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าววันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลดโทนการแถลงข่าวและพยายามปรับอารมณ์ไม่ให้ฉุนเฉียวรวมทั้งได้บันทึกหัวข้อสิ่งที่จะนำมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนในกระดาษเอ 4 อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ ก็มีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีการซักถามกรณีการปล่อยตัวนักศึกษา 14 คนและปัญหาภัยแล้ง โดยใช้เวลาในการแถลงข่าวเกือบ 1 ชัวโมง
มท.1ระบุจะกลับไปขัดแย้งอย่างเดิมไม่ได้
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม. ถึงกรณีที่นักศึกษา 14 รายได้รับการปล่อยตัวภายหลังศาลทหารยกคำร้องขอฝากขังต่อในผลัดที่ 2 ว่า ตนเชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะดีขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แม้ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง แต่ทุกคนต้องเอาประเทศชาติเป็นที่ตั้งแล้วความขัดแย้งก็จะเดินต่อไปไม่ได้ โดยรัฐบาลมีหน้าที่บริหารไปตามโร้ดแม็พ และขณะก็มีปัญหาหลายเรื่องอยู่แล้ว อาทิ ภัยแล้ง ดังนั้น สิ่งใดที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้นายกรัฐมนตรีก็พยายามแก้ไข ทำงานไปโดยที่ประชาชนหรือสังคมก็ต้องเข้าใจ อย่าทะเลาะเบาะแว้ง เงื่อนไขของความขัดแย้งก็อย่าให้มีเพราะไม่เกิดประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวด้านความมั่นคงยังมีการรายงานว่ามีกลุ่มที่พยายามเคลื่อนไหวอยู่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียนสังคมโดยรวมว่าจะให้กลับไปขัดแย้งอย่างเดิมไม่ได้ ไม่ว่าใครทั้งสิ้น คสช.หรือรัฐบาลปัจจุบันนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งแต่อย่างใด มีแต่เข้ามาหยุด แล้วรีบบริหารให้เกิดรัฐธรรมนูญ แล้วรีบเลือกตั้ง ทำตามโร้ดแม็พ ก็เท่านั้น
“หากจะมีอย่างที่ถามก็ขอร้องเถอะ เอาว่าบ้านเมืองจะเกิดความขัดแย้งไม่ได้ ถ้าถามผม ผมก็ต้องเรียนขอร้องนักศึกษา พลังบริสุทธิ์ ขอร้องให้เข้าใจว่าประเทศชาติต้องเดินหน้าไป ต้องรีบทำรัฐธรรมนูญ ให้มีการเลือกตั้ง ให้ได้คนดี อย่าให้มีปัญหากัน ในช่วงนี้ทำอย่างอื่นไม่ได้ ต้องเดินไปตามนี้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดสามารถควบคุมได้หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าคุมเลยดีกว่า เพราะไม่สามารถคุมคนได้ แต่ต้องทำด้วยความเข้าใจ หากทุกคนเข้าใจในประเทศชาติตอนนี้ก็อย่าให้มีการขัดแย้งขึ้นในสังคม ซึ่งนักศึกษาทั้งหลายก็เป็นลูกๆหลานๆ เขาก็มีความคิดของเขา ก็ขอให้เข้าใจว่า ไม่มีหนทางอื่นจะเดินกันแล้ว มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้วคสช.เข้ามาหยุดไม่ให้เกิดความแตกแยก ให้ประเทศชาติเดินไปได้ แล้วจะรีบให้เลือกตั้งใหม่ ต้องอดทน ขอเวลาอีกหน่อย ถ้ารัฐบาลแสดงอาการอยากสืบทอดอำนาจค่อยมาว่ากัน แต่ขณะนี้รัฐบาลทำงานไปตามโร้ดแม็พ แต่ถ้ารัฐบาลมีการคดโกง ก็ออกมาได้เลยเพราะมีเหตุผลเพียงพอ แต่ถ้ารัฐบาลทำเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปได้ก็ขอเวลาสักหน่อย นักศึกษาก็อยู่ในหลักการประชาธิปไตย มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง
เมื่อถามว่า ต้องการบอกอะไรเพื่อไม่ให้นศ. 14 คนกลับมาเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ผมก็อยากบอกนะ ถ้าเขาฟังผม”
'บิ๊กต๊อก'ลั่นหากเคลื่อนไหวฝ่าฝืนก.ม.ต้องถูกจับอีก
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) กล่าวว่า หากกลุ่มนักศึกษามีการเคลื่อนไหวฝ่าฝืนกฎหมายอีก ทางคสช.ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิม เพราะมีกฎหมายเขียนไว้ก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวอีกกี่ครั้งก็ต้องถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวว่า เมื่อนักศึกษาทั้ง 14 คนได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องเฝ้าติดตามดูความเคลื่อนไหว เพราะอาจมีการแสดงออกทางการเมืองขึ้นอีกได้เช่นเดียวกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ แต่คงไม่ถึงขนาดจะต้องเฝ้าจับตาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากนักศึกษาก็ต้องกลับไปเรียนหนังสือต่อไป



