
สร้างปรองดอง!เล็งเชิญปู-มาร์คออกทีวี
สร้างปรองดอง!เล็งเชิญปู-มาร์คออกทีวี วอนสื่อเสนอข่าวด้านบวกเสี้ยมเรียกคุย วอน3นักการเมืองพท.ทำข้อเสนอปรองดอง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.ค.2558 พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเชิญกลุ่มการเมืองพูดคุยผ่านรายการเดินหน้าปฏิรูปที่ออกอากาศช่อง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ว่า รายการดังกล่าวจะเป็นการเชิญอดีตแกนนำรัฐบาลที่ผ่านมา เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนักการเมืองทั้งฝ่ายพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยให้ความคิดเห็นในการปฏิรูป พร้อมทั้งจะเชิญประธานคณะกรรมาธิการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านต่างๆ มาร่วมพูดคุย เพื่อพิจารณาให้เป็นประโยชน์ในการปฏิรูป โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้เชิญนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงานพูดคุย
ส่วนสัปดาห์นี้วันพุธ เวลา 21.00-22.00 น. จะเชิญนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ จะมาให้ความคิดเห็นด้านการศึกษา โดยจะมีรายการทุกอาทิตย์ ส่วนสัปดาห์ถัดไปจะไปพิจารณาอีกที อย่างไรก็ตามก็อยากให้ประชาชนรับชมด้วย ส่วนจะเชิญนักศึกษามาด้วยหรือไม่ ตนจำได้ว่าได้เคยเชิญนักศึกษามาแล้ว ถ้าอยากมาแสดงความคิดเห็นทางเราก็ยินดี เพราะเรามีเวทีให้ ทั้งนี้ตนขอร้องให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วยที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะสื่อมวลชนต้องช่วยเผยแพร่ด้วย แต่พวกท่านก็ไม่ช่วยเผยแพร่เลย ถ้าสื่อมวลชนช่วยบ้านเมืองก็จะสงบสุข คอลัมนิสต์ช่วยกันเขียนอะไรที่ดีๆด้วย
“ถ้าประเด็นใดไม่จริงสื่อก็ไม่ต้องไปลง เอาเรื่องที่มีเค้าก็น่าจะไปได้ แต่ถ้าเป็นการกรุข่าว แล้วจะกลายเป็นความขัดแย้งขึ้นมา ใครก็ไม่อยากให้เกิด แต่เราอยากให้ประเทศชาติเดินได้ ส่วนการเชิญสื่อมวลชนมาทำความเข้าใจร่วมกันอีกหรือไม่ ผมเข้าใจว่าเชิญสื่อมวลชนมาพูดคุยกันทั้งหมด และขอร้องให้เสนอข่าวเชิงบวกหน่อย อะไรที่เป็นข่าวลือ อย่ามาเผยแพร่ได้ไหม แต่จะเชิญมาอีกหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสื่อเอง ถ้าเสนอข่าวเท็จ แล้วบ้านบ้านแตกตื่นก็ต้องมาคุยกันว่าไปเอาข้อมูลมาอย่างไร จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้” พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า หลังจากศาลทหารปล่อยตัวนักศึกษา 14 คนจะไปทำความเข้าใจกันอย่างไร พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าว ประเด็นนี้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จะเป็นคนรับผิดชอบ แต่ในส่วนของตนรับผิดชอบในภาพใหญ่ อย่างไรก็ตามต้องหาหนทางดูอีกที เพื่อป้องกันมาให้บ้านเมืองกลับไปสู่สภาพวุ่นวาย เพราะตอนนี้เราใกล้เดินไปสู่รัฐบาลใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย โดยนายกรัฐมนตรีไม่เคยคิดสืบทอดอำนาจเลย
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวถึงการดำเนินการกับบุคคลที่ละเมิดสถาบันในต่างประเทศ ว่า มีหลายฝ่ายพยายามจะโยงประเด็นนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่เราไม่เคยใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเลย ถ้าลองไปดูบุคคลที่กระทำผิด ถามว่ารับได้หรือไม่ ก็รับไม่ได้ ในทางกลับกันเราปฏิบัติตามกฎหมาย อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ก็จะถูกมองว่าสองมาตรฐานอีก อีกทั้งถ้าไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรมจะอยู่กันได้อย่างไร
วอน3นักการเมืองพท.ทำข้อเสนอปรองดอง
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวกับตัวแทนมูลนิธิคนไทยในบอสตัน ที่เดินทางมามอบเงินสดจำนวน 1,003,000 บาท เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ว่า ที่ผ่านมาตนเดินทางไปต่างประเทศและได้อธิบายให้สหรัฐฯ หรือ ออสเตรเลียให้ทราบว่า เมื่อรัฐบาลเดินหน้าไปตามโรดแม็ปก็จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เหตุการณ์ที่ผ่านมาเราไม่มีทางออก เพราะรัฐบาลไม่ลาออก เป็นรัฐบาลรักษาการไม่สามารถใช้จ่าย และ จัดทำงบประมาณในปีหน้าได้ อีกทั้งมีกลุ่มที่ออกมาต่อต้าน ทหารจึงเกรงว่าจะเกิดการปะทะ เราจึงปล่อยให้สถานการณ์บานปลายไปไม่ได้ โดยไม่ต้องห่วงว่า คสช.จะสืบทอดอำนาจ ยึดถือไปตามโรดแม้พ เราไม่ได้หวังจะต้องอยู่จนปฏิรูปสำเร็จ เพราะบางเรื่องต้องใช้เวลา ต้องปล่อยให้รัฐบาลเลือกตั้งเข้ามาดำเนินการต่อไปกฎหมาย และที่เวลายืดออกไปก็เพียงเล็กน้อย เพราะทุกคนต้องการให้ลงประชามติ ไม่ได้ขยายโรดแม้พเพื่อลงประชามติ
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับหลายกลุ่ม นักการเมืองทั้งสองฝ่าย ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จตุพร พรมพันธ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล นายจาตุรนต์ ฉายแสง มาเสนอข้อคิดเห็นในการปฏิรูปเพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันว่าต้องปฏิรูป และยังตั้งคำถามว่าสาเหตุใดที่ทำให้ทะเลาะกัน และได้ขอให้แต่ละคนเสนอแผนในการสร้างความปรองดองมาให้ ซึ่งนายจาตุรนต์ เสนอว่าควรจะหาคนกลางเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังหาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหน เพราะพูดอะไรออกไปก็ถูกมองว่าเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ มีความเป็นห่วงว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะเดินต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้นก่อนการเลือกตั้งจะต้องให้ทุกพรรคการเมืองมาทำสัตยาบันกันก่อนหรือไม่ โดยทั้งสองท่านได้ส่งข้อเสนอเป็นเอกสารมาถึงตนแล้ว แต่ตนได้ให้ไปปรับปรุงและนำมาเสนอมาใหม่ ขณะที่นายสุรพงษ์ ยังไม่ได้มีการส่งการบ้านมา ก็ขอให้ส่งข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาได้
“อยากให้พวกท่านซึ่งอยู่ในต่างประเทศได้ไปชี้แจงสถานการณ์ในประเทศให้ต่างชาติได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทหารไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจ ที่ผ่านมาพยายามทำให้บ้านเมืองสงบและเดินไปได้ ทำให้กฎหมายเป็น อย่างบางคนหนีคดีหมื่นพระบรมเดชานุภาพไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ทราบว่าพระองค์ท่านไปทำอะไรให้ และยังไปบิดเบือนว่า ใช้ม.112 เพื่อประโยชน์ทางการเมือง คนที่ทำผิดกฎหมาย เมื่อถูกจับแล้วรับไม่ได้ ผมก็อธิบายให้ฝรั่งเข้าใจว่า ในหลวง หรือ ราชวงศ์คงไม่ออกมาฟ้องร้อง ซึ่งเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เราไม่เคยใช้มาตรานี้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองแต่อย่างใด อย่างกรณีของ สุรชัย แซ่ด่าน เราเห็นว่าสุขภาพไม่ดี มีการขอพระราชทานอภัยโทษให้ แล้วเป็นอย่างไร ก็ออกมาต่อว่าเหมือนเดิม ไม่ยอมเลิก ทั้งที่สถาบันไม่เคยไปยุ่งอะไรกับท่าน หรือแม้กระทั่งองคมนตรีที่ถูกกล่าวหา ท่านก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มีแต่พวกเราทำกันเอง” พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าว



