ข่าว

พีอาร์ฝ่าวิกฤติ

พีอาร์ฝ่าวิกฤติ

07 ก.ค. 2558

พีอาร์ฝ่าวิกฤติ : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

             ก ารเปิดรับสมัครงานในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด” ของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยระบุเจาะจง 14 สถาบันการศึกษา เปิดเผย ชัดเจน ในเว็บไซต์ของธนาคารนั้น เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และอาจต้องคิดกันในหลายแง่มุม ไม่โจมตี ให้ร้ายธนาคารจนเกินควร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจสถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ 14 แห่งนี้ด้วย
 
             การเลือกรับ 14 แห่งคือความจริง และวิธีการแก้วิกฤติของธนาคารไทยพาณิชย์ในเบื้องแรก ถือว่าผิดพลาด เพราะไม่พูดความจริง !
 
             และความพยายามที่จะอธิบายโดยฝืนความจริงเช่นนั้น ก็ลุกลามไปอธิบายด้วยเหตุผลชุดเดียวกันนี้ในที่อื่นๆ ด้วย เช่น การชี้แจงต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 
             แทนที่จะพูดความจริงเสียแต่ต้น แต่ด้วยคำอธิบายเพิ่มเติม เช่น การที่หลักสูตรของสถาบันเหล่านั้น มีรายละเอียดที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตำแหน่ง แม้สถาบันอื่นอาจมีหลักสูตรที่เรียกชื่ออย่างเดียวกัน แต่มีเนื้อหารายละเอียดต่างกัน ไม่ได้อยู่ที่ประเด็นคุณภาพการศึกษา หรือการเจาะจงเลือกสถาบันใด เพื่อให้สถาบันที่เหลือเป็นสถาบันตกชั้น ส่งผลต่อความเชื่อถือของสถาบันเหล่านั้น
 
             และก็เป็นเรื่องการรับสมัครเฉพาะครั้งนี้ เพื่อคัดเลือกผู้จบการศึกษาให้ตรงกับคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งมีอีกจำนวนมาก ธนาคารก็เปิดกว้างสำหรับทุกสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่ธนาคารได้แสดงข้อมูลพนักงานจำแนกตามสถาบันทุกสถาบัน รวมทั้งมหาวิทยาลัยในกลุ่มราชภัฏหลังจากที่ปรากฏข่าวนี้
 
             ซึ่งในความเป็นจริง นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ กำหนดชื่อสถาบันเป็นหลักในการคัดคนให้ตรงกับตำแหน่งงาน สถานที่ทำงานอื่นๆ บางแห่งก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ที่อื่นอาจไม่ได้จัดทำเป็นรูปประกาศชัดเจน หรือเป็นนโยบายภายในให้ฝ่ายคัดเลือกพิจารณาเอง
 
             แน่นอนว่า เมื่อชี้แจงเหตุผลเช่นนี้ ก็คงทำความเข้าใจแก่ทุกคนไม่ได้ทั้งหมด แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ความจริงเท่านั้น ที่มีพลังอำนาจมากที่สุด
 
             มองในแง่สถาบันการศึกษา ที่ดูเหมือนถูก “คัดออก” จากความเชื่อถือโดยธนาคารไทยพาณิชย์ สถาบันการศึกษาชั้นอุดมศึกษาของประเทศไทย ทุกประเภท ทุกสังกัด ทั้งรัฐและเอกชน มีทั้งหมด 177 แห่ง ตัดออก 14 แห่ง เหลือ 163 แห่ง ในจำนวนนี้มีบางสถาบันที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยในกลุ่มราชภัฏ
 
             ถ้าหากใช้เกณฑ์การรับสมัครของธนาคารไทยพาณิชย์เป็นดัชนีชี้วัดความน่าเชื่อถือ หรือคุณภาพการศึกษาของสถาบันที่เหลือแล้ว คงไม่เป็นเหตุเป็นผลเท่าใดนัก ในขณะเดียวกันสถาบันอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อของไทยพาณิชย์ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการในสายงานตุลาการ อัยการ และข้าราชการฝ่ายปกครอง
 
             หน่วยงานต่างๆ ทั้งราชการและเอกชน ก็มีผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจำนวนมาก ที่ได้รับการยอมรับ
 
             ท้ายที่สุดแล้ว วิธีการฝ่าวิกฤติพีอาร์ ที่ดีที่สุดคือ การยอมรับความจริง และทำความจริงนั้นให้ชัดเจนเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น สำหรับสถาบันการศึกษาที่เหมือนถูกดิสเครดิต จะเข้าใจเหตุผลของธนาคารไทยพาณิชย์หรือไม่ก็ตาม แต่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อมั่นในสถาบันการศึกษาของตัวเอง
 
             คุณภาพและความน่าเชื่อถือ ไม่ได้อยู่ที่ใครบอก แต่อยู่ที่ตัวเอง และการพิสูจน์ให้เห็นอย่างจริงจังเท่านั้น