
คนรักแบด'เจน ปิยะทัต'ทุ่มเงินทำ'แกรนนูลาร์'สานฝันเด็ก
คนรักแบด'เจน ปิยะทัต'ทุ่มเงินทำ'แกรนนูลาร์'สานฝันเด็ก : ฐิติพล ขำประถม : เรื่อง พรหมสรรค์ พูลสวัสดิ์ : ภาพ
หนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มี "แบดมินตัน" รวมอยู่ด้วย โดยมีนักแบดมินตันหลายคนไปคว้าแชมป์สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมาแล้ว ซึ่งทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่เด็กรุ่นใหม่ ที่หันมาเล่นกีฬาชนิดนี้กันมากขึ้น หลายคนได้รับโอกาสทั้งฝึกซ้อมกับแข่งขัน และยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่มีฝีมือ แต่ไม่มีโอกาสเช่นนั้น
ครั้งนี้จะพาไปรู้จักกับ "เจน ปิยะทัต" ผู้ใหญ่ใจดีที่มองเห็นถึงปัญหาและยื่นมือให้ความช่วยเหลือเด็กๆ โดยเขาได้ก่อตั้ง สโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ขึ้นมาจากความรักในกีฬาลูกขนไก่ โดยมีจุดมุ่งหมายให้โอกาสแก่เด็กๆ ที่รักกีฬาแบดมินตันและหวังพัฒนาไปสู่ระดับอาชีพ
เจน ซึ่งรั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจ รวมถึงความเป็นมาในการก่อตั้งสโมสร โดยเจนนั้น มีบ้านเกิดอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เคยเป็นนักกีฬาแบดมินตัน ลงแข่งขันในระดับเขตของ จ.เชียงใหม่ มาแล้ว ทำให้มีความรักในกีฬาชนิดนี้เป็นทุนเดิม
หลังจากเรียนจบ ได้เริ่มต้นกับธุรกิจปุ๋ย เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการเป็นพ่อค้าคนกลาง ก่อนผันตัวมาเป็นผู้ผลิตในนาม บริษัท แกรนนูลาร์ โฮลดิ้ง จำกัด ภายใต้แบรนด์ "แกรนนูลาร์" ซึ่งมีโลโก้เป็นรูป "แพนด้าแม่ลูก" เพราะโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ที่เป็นแหล่งกำเนิดของแพนด้า
เมื่อธุรกิจปุ๋ยเริ่มลงตัว จึงหันกลับไปมองกีฬาที่รักอย่างแบดมินตัน และมีความคิดอยากจะช่วยพัฒนาวงการแบดมินตันในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น จึงก่อตั้ง สโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ขึ้นมา เมื่อปี 2552 โดยเริ่มจากการเช่าคอร์ตแบดมินตันที่ซอยสวนผัก 29 สร้างอคาเดมี ตอนนั้นมีนักกีฬาในสังกัดประมาณ 10 คน หลังจากนั้น 3 ปี เมื่อมีความพร้อมมากขึ้น จึงขยายสโมสร ย้ายไปเช่าคอร์ตอยู่ที่สนามแบดมินตันธนวรรณ ซอยสวนผัก 50 ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า จึงสามารถทำห้องฟิตเนส เวทเทรนนิ่ง สนามทราย และที่พักสำหรับนักกีฬาได้ด้วย ใช้ทุนมากกว่า 7-8 ล้านบาท เพราะมองว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีให้แก่นักกีฬา
"เมื่อทุกอย่างพร้อมและทีมอคาเดมีก็ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง จึงต่อยอดการทำทีมรุ่นใหญ่ลงแข่งขันในประเภทบุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ทางสโมสรจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผมใช้ทุนในการทำสโมสรต่อปีร่วม 30-40 ล้านบาท ซึ่งมี บริษัท แกรนนูลาร์ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นสปอนเซอร์เพียงหนึ่งเดียว เพราะผมอยากดูแลสโมสรด้วยกำลังของตัวเองให้เต็มความสามารถก่อน ผมมองว่า การลงทุนของผมจะเข้ามาช่วยส่งเสริมวงการแบดมินตันของประเทศให้ดียิ่งขึ้น เพราะผมเห็นนักแบดมินตันไทยหลายคนยังขาดโอกาส จึงอยากเป็นผู้มอบโอกาสนั้นให้ เพื่อพัฒนาวงการแบดมินตันไปสู่ระดับอาชีพอย่างเต็มตัว"
ในส่วนการฝึกสอนนั้น สโมสรแกรนนูลาร์เริ่มฝึกสอนเด็กในอคาเดมี ตั้งแต่อายุ 7-18 ปี เพื่อส่งแข่งขันในระดับเยาวชนทั่วไป ปัจจุบันมีเด็กที่ฝึกอยู่ในสังกัดกว่า 90 คน ซึ่งทางสโมสรไม่ได้เปิดคัดตัวแต่อย่างใด แต่เด็กๆ ทั้งหมดเข้ามาหาสโมสรเอง โดยมีตั้งแต่เด็กที่ต้องการเป็นนักกีฬา ไปจนถึงเด็กที่ผู้ปกครองส่งเข้ามา เพราะอยากให้ลูกเล่น ตามกระแสแบดมินตันที่กำลังมาแรง
"การฝึกสอนจะแบ่งเป็น 3 เวลา สำหรับเด็กที่บ้านไกลก็มีที่พักรองรับให้ สโมสรคิดค่าฝึกสอน 6,000 บาทต่อเดือน และรับจำนวนจำกัด เพื่อรักษาคุณภาพของการฝึกสอน สำหรับแกรนนูลาร์ หากเห็นว่าเด็กคนไหนมีแววที่สามารถแข่งขันได้ เราจะคัดขึ้นไปอยู่ในส่วนของนักกีฬา ซึ่งทางสโมสรจะให้เรียนฟรี และส่งแข่งฟรี โดยไม่หักเงินรางวัลแต่อย่างใด"
ปัจจุบัน อคาเดมีของ แกรนนูลาร์ ได้สร้างดาวรุ่งหลายคน อาทิ ชญานิศ ฉลาดแฉลม และ ผไทมาศ เหมือนวงศ์ ที่คว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ รายการ "โยเน็กซ์ ซันไรส์ ศรีลังกา อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์" เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2558 นอกจากนี้ยังมีเด็กอีกหลายคนในรุ่นอายุ 12-14 ปี ที่มีแววว่าในอีก 3 ปีหน้า จะก้าวขึ้นไปโชว์ฝีมือได้เช่นเดียวกับรุ่นพี่ ทั้งในเวทีระดับประเทศและโลกต่อไป
"นอกจากดาวรุ่งในอคาเดมีแล้ว สโมสรก็ยังมีนักกีฬาชุดใหญ่ที่แข่งขันอยู่ในระดับโลก และออกไปสร้างผลงานให้ประเทศในนามทีมชาติด้วย อย่างรายการล่าสุดคือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ มีนักแบดจากแกรนนูลาร์ 4 คน ที่ร่วมทีมนักตบขนไก่ไทยไปแข่งขัน ได้แก่ ทนงศักดิ์ แสนสมบรูณ์สุข, ภควัฒน์ วิไลลักษณ์, กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล และ ดวงอนงค์ อรุณเกษร ซึ่งทำผลงานช่วยทีมเก็บเหรียญเงินในประเภททีมชาย และเหรียญทองในประเภททีมหญิง มอบความสุขให้คนไทยทั้งประเทศและเป็นความภูมิใจของสโมสรด้วย สำหรับนักกีฬาทั้งหมดที่มีแรงกิ้ง หรืออันดับโลก เราจะมีเงินเดือนให้ด้วย เพื่อให้พวกเขาได้เป็นนักแบดอาชีพอย่างแท้จริง"
สำหรับผู้ฝึกสอนของสโมสร มีผู้ฝึกสอนที่มาจากสมาคมแบดมินตันอินโดนีเซีย 3 คน และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 1 คน ซึ่งเคยสร้างนักกีฬาเป็นแชมป์โลกมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกสอนชาวไทยอีก 10 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลเรื่องโภชนาการอีกด้วย
สโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ยังได้เซ็นเอ็มโอยูร่วมกับ 3 ประเทศ ได้แก่ สมาคมแบดมินตันอินโดนีเซีย, สมาคมแบดมินตันเกาหลีใต้ และสโมสรแบดมินตันในมาเลเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนในเรื่องการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนและนักกีฬา รวมถึงที่พักระหว่างการแข่งขัน ทำให้สโมสรได้ความรู้ใหม่ๆ และยังได้โอกาสให้นักกีฬาได้ประลองฝีมือกับนักตบลูกขนไก่จากต่างประเทศด้วย
เมื่อถามถึงความสำเร็จในการลงทุนทำสโมสร เจนบอกว่า
"ผมมองว่า สโมสรยังไม่ได้ประสบความสำเร็จมากเท่ากับที่ลงทุนไป เพราะแบดมินตันเป็นกีฬาที่เล่นง่ายแต่เก่งยาก การฝึกซ้อมก็ต้องใช้เวลา สโมสรต้องไม่กดดันนักกีฬา บางทีเด็กไม่อยากซ้อม เพราะซ้อมหนักแต่แพ้กลับมา ก็ต้องให้กำลังใจเขา เขาก็เหมือนลูกหลานผม ผมเองก็เคยท้อ แต่ผมก็เลิกไม่ได้ ผมมาดูเด็กๆ ซ้อมทุกวัน ผมถามตัวเองว่า ถ้าเลิก เด็กจะไปซ้อมที่ไหน จะไปแข่งอย่างไร จะอยู่อย่างไร ผมจึงเลิกไม่ได้ ผมไม่อยากให้เด็กเสียโอกาส"
หนทางที่จะทำให้สโมสรอยู่ต่อไปได้ ทางสโมสรจึงพยายามลดค่าใช้จ่าย โดยผลิตลูกแบดมินตันเอง ทั้งใช้ในการฝึกซ้อมและวางขายในคอร์ตแบดมินตันทั่วไป นอกจากนี้ยังผลิตน้ำดื่มและเสื้อสโมสรขายอีกด้วย โดยเฉพาะเสื้อสโมสรแกรนนูลาร์ เป็นที่ต้องการในกลุ่มแฟนแบดมินตันที่ติดตามเชียร์สโมสรแกรนนูลาร์ ซึ่งมียอดในแฟนเพจเฟซบุ๊กเกือบ 10,000 คนแล้ว สำหรับรายได้ที่เข้ามานั้น สโมสรจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลอคาเดมีและส่งเด็กไปแข่งขันทั้งหมด
ขณะที่เรื่องอนาคตของสโมสร
"ผมมีความตั้งใจจะสร้างคอร์ตแบดมินตันเป็นของสโมสรเองในปีหน้า ที่จรัญสนิทวงศ์ เพื่อจะรองรับจำนวนเด็กๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมองไปถึงการสร้างเยาวชนในอคาเดมี เพื่อคว้าแชมป์ในรายการต่างๆ ให้มากขึ้น และสำหรับนักแบดรุ่นใหญ่ก็จะเดินหน้าส่งไปเก็บคะแนนในรายการต่างๆ เพราะหวังที่จะได้โอกาสรับใช้ชาติในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ต่อไป"
จากการพูดคุยกับ เจน ปิยะทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ทำให้รับรู้และสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงที่จะช่วยพัฒนาวงการแบดมินตันของเมืองไทย แม้ตอนนี้สโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ยังก้าวไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ต้องการ แต่ก็ได้สร้างสะพานแห่งโอกาสให้เยาวชน ผู้มีใจรักในกีฬาลูกขนไก่ ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพแล้ว
ความสำเร็จของแกรนนูลาร์
กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล และ ดวงอนงค์ อรุณเกษร นักแบดมินตัน ประเภทหญิงคู่ ที่รั้งอันดับ 27 ของโลก เป็น 2 ใน 4 นักกีฬาของสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ที่ติดทีมชาติไทย และไปคว้าเหรียญทอง ประเภททีมหญิง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ร่วมเผยถึงความภาคภูมิใจ
"ดีใจที่ได้นำเหรียญทองกลับมาให้ประเทศไทยและสโมสรแกรนนูลาร์ได้สำเร็จ เพราะตลอด 4 ปี ที่อยู่กับสโมสรแกรนนูลาร์มา ทางสโมสรได้ช่วยพัฒนาฝีมือ ดูแลเรื่องการฝึกซ้อม และส่งไปแข่งขันในรายการต่างๆ เพื่อเก็บคะแนนสะสมมาโดยตลอด"



