ข่าว

'ปรับเพื่อไปต่อ':มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

'ปรับเพื่อไปต่อ':มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

07 ก.ค. 2558

'ปรับเพื่อไปต่อ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

             อย่างที่รู้กันว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ “กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” จะเข้าสู่โหมดการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง เช่น สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงนายกรัฐมนตรี วิธีการพิจารณากฎหมาย กติกาที่ต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวพันตั้งแต่มาตรา 96-216  รวมทั้งสิ้น 121 มาตรา

             วันแรกของการพิจารณาที่ผ่านไป เนื้อหารายมาตรายังคงอยู่ในหลักการซึ่งที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันไว้แล้วเบื้องต้น อาทิ การปรับจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จากร่างเดิมที่กำหนดให้มี ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 250 คน แต่ร่างที่ปรับจะให้มี 300 คน ตามข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และพรรคการเมือง ที่ต้องการให้มี ส.ส.เขตจำนวนที่พอกับการดูแลทุกข์-สุขของประชาชนในพื้นที่

             ซึ่งเมื่อเพิ่ม ส.ส.แบบแบ่งเขต ก็จะทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลงจากร่างเดิมที่ให้มี 200 แต่ไม่เกิน 220 คน ไปเป็น 150 คน แต่ไม่เกิน 170 คน ตามข้อเสนอของ สปช. และพรรคการเมืองเช่นเดียวกัน

             นอกจากนี้ยังมีการตัดคำว่า “กลุ่มการเมือง” ออกจากมาตราที่เกี่ยวข้องด้วย

             โดยเนื้อหาของการพิจารณาแทบไม่มีประเด็นที่ต้องยกมาถกเถียง หรืออภิปรายซ้ำ เพราะยังยึดหลักโครงสร้างเดิม เช่น การกำหนดให้มี ส.ส.เขตละ 1 คน, ส่วนระบบการเลือกตั้งยังคงยืนยันที่ระบบสัดส่วนผสม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งและจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมือง สะท้อนตรงตามความนิยมที่แท้จริงของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นการพิจารณาที่ผ่านไปจึงเป็นการปรับแก้ไข และตรวจทานความถูกต้องของการใช้ถ้อยคำเท่านั้น

             แต่ยังมีบางมาตราที่ต้องปรับปรุงถ้อยคำและเนื้อหา เพื่อไม่ให้บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวบีบรัด จนเป็นอุปสรรคของการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

             อาทิ มาตรา 102 ที่ว่าด้วยกติกาที่กำหนดให้ ครม. หัวหน้าส่วนราชการ ส.ส. หรือ ส.ว. ดำเนินการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ หรือกฎ หรือดำเนินการใดเพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากผู้มีหน้าที่เสนอหรือผู้มีหน้าที่พิจารณากฎหมายหรือกฎ ไม่ทำภายในเวลาอันเหมาะสมและตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเวลาไว้ ให้ถือว่าผู้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่นั้นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีสิทธิที่ถูกฟ้องร้องให้รัฐรับผิดชอบค่าเสียหายได้ โดยที่ประชุมได้ปรับบทบัญญัติ และถ้อยคำ โดยสาระสำคัญ คือ ลดความเข้มแข็งและบทแห่งการผูกมัด ด้วยการยกบทบัญญัติไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล

             เหตุผลสำคัญ คือ การทำกฎหมายหรือกฎที่รัฐธรรมนูญกำหนด อยู่ในข่ายเวลาที่มีช่วงปฏิบัติการเฉพาะ ขณะที่มาตรการเอาผิดจากผู้ที่ละเว้นการกระทำนั้น ได้ปรับออก

             มาตรา 105 ที่มีบทกำหนดให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งระบุความต้องการให้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. (โอเพ่นลิสต์) และให้การจัดลำดับโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีผลต่อการได้ตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ประชุมได้ปรับประเด็นดังกล่าวไปไว้ในบทเฉพาะกาล และเพิ่มกติกาให้วิธีโอเพ่นลิสต์มีผลบังคับใช้ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์

             ซึ่งการแก้ไขที่ผ่านพ้น หากพิจารณาดูกันคือ การปรับแก้ไขตามผู้ที่เห็นต่าง เพื่อลดกระแสคว่ำหรือไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป