
เชิญผู้จัดการส่วนตัวดาว มยุรีให้ข้อมูลสมยศ
ตร.มุ่งประเด็นธุรกิจปมสังหารสมยศ เชิญผู้จัดการส่วนตัวดาว มยุรีให้ข้อมูล
พนักงานสอบสวนยังคงเดินหน้าคลี่คลายคดีคนร้ายจ่อยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ย่านพระราม 9 เสียชีวิตคาที่ ขณะเดินกลับมาขึ้นรถเบนซ์ ทะเบียน ฌร3636 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่หลังร้านเฮงหูฉลาม ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อค่ำวันที่ 29 มิถุนายน เบื้องต้นทีมสืบสวนตั้งประเด็นไว้หลายเรื่อง พร้อมทั้งมุ่งไปที่ประเด็นความขัดแย้งเรื่องหนี้สินการพนัน ปัญหาคดีความที่ผู้ตายรับเป็นทนายเคลียร์คดี พร้อมทั้งออกติดตาม 2 คนร้ายตามหมายจับจากภาพสเก็ตช์ โดยล่าสุดพบประเด็นใหม่ที่จะนำไปสู่การสังหารในครั้งนี้ได้
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 6 กรกฎาคม พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยว่า ประเด็นการสังหารนายสมยศจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ ทั้งประเด็นเรื่องที่ดินที่ดูมีน้ำหนักน้อย แต่จะมีประเด็นอื่นเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ และไม่ใช่ประเด็นความขัดแย้งในครอบครัวด้วย
เมื่อถามย้ำว่า น้ำหนักที่ให้ไปเป็นเรื่องของความขัดแย้งในครอบครัวหรือประเด็นบุคคลภายนอกที่น่าจะเข้ามามีส่วนในการสังหารหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ต้องทำทุกประเด็น ตราบใดที่ยังไม่สิ้นข้อสงสัยประเด็นไหนก็ยังตัดทิ้งไม่ได้
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวถึงการสอบปากคำภรรยาและลูกสาวของผู้ตายว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สิ้นข้อสงสัย จำเป็นต้องเรียกมาสอบเพิ่มเติม เพราะว่าถ้ามีเหตุพาดพิงก็ต้องขอความร่วมมือจากเขา ส่วนพาดพิงในลักษณะไหนยังบอกไม่ได้ เป็นประเด็นที่เพิ่งตรวจพบจากคำให้การของญาติผู้ตาย เป็นเรื่องของธุรกิจ
เมื่อถามว่าในส่วนประเด็นภรรยาและลูกนอกสมรสยังมีข้อสงสัยอะไรที่ยังติดใจหรือไม่ ผบช.น.ชี้แจงว่า ตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ต้องไล่สอบกันไปจนกว่าจะสิ้นข้อสงสัย เพราะว่าผู้ตายทำธุรกิจเยอะ มีเรื่องเยอะ ซึ่งมีประเด็นที่จะต้องให้ตรวจสอบเยอะ รวมถึงเรื่องพินัยกรรมก็ยังตัดประเด็นทิ้งไม่ได้ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่านายสมยศทำพินัยกรรมไว้หรือไม่ แต่หากไม่ได้ทำนั้น ตามกฎหมายมรดกก็จะตกเป็นของทายาท 7 ลำดับตามกฎหมายอยู่แล้ว
ด้าน พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีสังหารนายสมยศ กล่าวว่า จากการสอบสวนนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ คนสนิทของนายสมยศ ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้เชิญนายเอก ผู้จัดการส่วนตัวนักร้องลูกทุ่งหญิง “ดาว มยุรี” ที่สนิทสนมกับนายสมยศประมาณ 20 ปี มาให้ปากคำถึงประเด็นต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้รายละเอียดพอสมควรเช่นกัน ส่วนนายวิศิษฎ์ สัจพจน์นุกูล เจ้าของสนามไดรฟ์กอล์ฟ นัมเบอร์วัน ที่เคยมาเล่นไพ่ที่บ้านนายสมยศ อยู่ระหว่างเชิญตัวมาสอบสวน
"ทั้งนางรัศมี ภรรยานายสมยศ และนางศุภนิดา ชุดสืบสวนสอบสวนยังคงมีข้อสงสัยว่า คนร้ายทราบได้อย่างไรว่าผู้ตายอยู่ที่ร้านอาหารก่อนถูกคนร้ายดักยิง ซึ่งนางรัศมีบอกว่านางศุภนิดาก็รู้เช่นกัน แต่นางศุภนิดายังคงปฏิเสธอยู่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ชุดสืบสวนต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในค่ำวันนี้ (6 ก.ค.) เวลา 19.00 น. จะมีการเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี ที่บก.สส.บช.น.อีกครั้งหนึ่ง" รองผบช.น. ระบุ
รายงานข่าวระบุว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้วิเคราะห์แรงจูงใจถึงปมสังหารว่า หากนายสมยศเสียชีวิต ใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ขณะนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่า นางศุภนิดามีการนำเงินจำนวน 20 ล้านบาทของนายสมยศ ที่มีผู้จ้างให้ช่วยวิ่งเต้นเคลียร์คดีความ โดยเงินส่วนหนึ่งนางศุภนิดาเอาไปให้ นายสมชัย นิตยา หรือเล็ก ชุมพร ไปเล่นการพนัน และเงินบางส่วนนำไปซื้อที่ดินจำนวน 2 แปลง ที่ จ.ชุมพร รวมทั้งวิเคราะห์ผู้ที่เสียผลประโยชน์ที่เป็นผู้จ้างวานฆ่านายสมยศ อาจเป็นเจ้าของคดีรายต่างๆ จำนวน 20 คดี ที่นายสมยศรับเงินแล้วเคลียร์คดีไม่สำเร็จ
บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า เรื่องประเด็นความขัดแย้งทางคดีความนั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังติดต่อคู่กรณีคดีความต่างๆ ที่ผู้ตายเข้าไปเกี่ยวข้องให้นำเอกสารรายละเอียดของคดีมามอบให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ามาสอบปากคำโดยจะแยกเป็นคดีๆ ไป ซึ่งมีทั้งหมด 10 กว่าคดี ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา และวงเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยวันนี้มีติดต่อจะเข้ามาให้สอบปากคำ 2 ราย
"ประเด็นเรื่องที่ผู้ตายถูกโกงเงินพนันไพ่จำนวน 4 ล้านนั้น ได้เรียกตัวกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำครบหมดแล้ว แต่ทั้งหมดยังให้ปากคำไม่ตรงกับที่ภรรยาและทนายความที่ใกล้ชิดกับผู้ตายให้การไว้ แต่หลังจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ได้เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นนี้เพิ่มเติมก็ต้องเรียกกลุ่มบุคคลเหล่านี้มาสอบปากคำอีกครั้ง" พล.ต.ต.สมบัติ กล่าว
ผบก.สส.บช.น. กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งในครอบครัว รวมทั้งเรื่องโรงงานผลิตน้ำผลไม้อัดก๊าซว่า เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักน้อยลง เนื่องจากกลุ่มบุคคลในครอบครัวไม่ได้ผลประโยชน์อะไรหากนายสมยศเสียชีวิต โดยเรื่องโรงงานผลิตน้ำผลไม้อัดก๊าซนั้น มีบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งเข้ามาติดต่อขอซื้อกิจการในราคา 30 ล้านบาท ซึ่งผู้ตายอยู่ระหว่างรอนัดเจรจาจริง แต่ทางภรรยาผู้ตายได้ไปติดต่อเจรจากับทางห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะนำผลิตภัณฑ์เข้าไปวางขายในห้าง หากสามารถนำไปวางขายได้ผู้ตายก็จะทำธุรกิจต่อไปเองไม่ขายกิจการให้บริษัทดังกล่าว
"ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดถึงเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายนั้น ทาง กก.สส.บก.น.5 กับ สน.คลองตัน เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ ขณะเดียวกันทางกองปราบปรามรับผิดชอบในการติดตามดูเรื่องกลุ่มซุ้มมือปืนที่ลงมือก่อเหตุ" พล.ต.ต.สมบัติระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องเส้นทางหลบหนีของมือปืนที่ลงรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ซอยเสรีไทย 11 ก่อนจะหายไปนั้น จากการสอบปากคำจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งเป็นคนขี่มาส่งคนร้ายนั้น ให้การยืนยันว่า มาส่งคนร้ายที่ปากซอยดังกล่าว โดยคนร้ายยื่นธนบัตร 1,000 บาทให้ แต่ไม่มีทอน คนร้ายจึงเดินเข้าไปซื้อของในร้านขายยา เป็นเงิน 15 บาท ก่อนจะเดินกลับมายื่นเงินให้จักรยานยนต์รับจ้างคนดังกล่าว 200 บาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 กำลังประสานให้ กก.สส.บก.น.4 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ย่านเสรีไทย ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนเสรีไทยทั้งเส้น รวมทั้งเส้นทางอื่นๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีว่ามีกล้องตัวใดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้หรือไม่
ที่ สน.คลองตัน เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สน.คลองตัน เชิญ นายปริญญา หรือปีเตอร์ ปิยะภาค ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของ น.ส.มุกรินทร์ หรือเรียม นิตยา น้องสาวของ นายสมชัย หรือเล็ก นิตยา สามีนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเล่นพนันกับนายสมยศ
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวก่อนสอบปากคำถึงความคืบหน้าของคดีว่า เรื่องทรัพย์สินผู้ตายนั้นมีการรวบรวมหลักฐาน เอกสารสัญญาต่างๆ กิจการ โฉนดที่ดิน กรมธรรม์ ที่อาจมีความขัดแย้ง โดยยังไม่ตัดประเด็นใดออกไปทั้งสิ้น ส่วนเรื่องการติดตามจับกุมคนร้าย ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน สน.หัวหมาก และฝ่ายสืบสวน บก.น.5 แลกเปลี่ยนข้อมูลกันถึงเส้นทางการหลบหนีหลังจากก่อเหตุ โดยจะมีการขยายวงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดไปยังบริเวณโดยรอบและพื้นที่ใกล้เคียง และติดตามพยานบุคคลที่อาจพบเห็นคนร้ายเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่
"ส่วนเรื่องคนร้ายเป็นมือปืนจากซุ้มไหน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งการตรวจสอบต้องมีความรอบคอบ ละเอียด ครอบคลุม ภายใต้หลักฐานที่ชัดเจน" รองผบ.ตร.กล่าว



