ข่าว

รองโฆษกรบ.เผยมีนศ.ต้องการประกันตน

รองโฆษกรบ.เผยมีนศ.ต้องการประกันตน

06 ก.ค. 2558

รองโฆษกรบ.เผยมีนศ.ต้องการประกันตน ‘บิ๊กป๊อก’ลั่นปล่อยต้องยื่นขอวิธีเดียวเท่านั้น

            ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 6 ก.ค.2558 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนักศึกษา 14 คน ที่ถูกดำเนินคดีความมั่นคงขณะนี้ ว่า ขณะนี้กระบวนการทุกอย่างอยู่ภายใต้อำนาจศาลสถิตย์ยุติธรรม ฝ่ายบริหารจะก้าวล่วงมิได้ ดังนั้นจึงไม่เกิดประโยชน์อันใดในการมาเรียกร้องการปฏิบัติจากรัฐบาลหรือหน่วยงานใดๆ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และรัฐบาลนี้ยืนยันที่จะทำให้กฎหมายคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และเป็นธรรม เพราะคงต้องแยกระหว่างเจตนา กับการกระทำ เชื่อว่านักศึกษาอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำไปตามประสบการณ์ ความคิดของตัวเอง แต่เลือกวิธีการที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น
 
            พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สิ่งที่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้คือ การขอประกันตัวตามหลักเกณฑ์การต่อสู้คดี ซึ่งหากนักศึกษายอมเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงของปัญหาบ้านเมืองเข้าใจสถานการณ์ของประเทศ และตระหนักในผลกระทบที่ตนเองได้กระทำลงไป เชื่อว่าศาลท่านอาจมีเมตตา และนอกจากนี้จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่ได้พบปะพูดคุยกับนักศึกษา พบว่านักศึกษาหลายคนในกลุ่มนี้ ซึ่งขณะนี้ถูกดูแลแยกกันคนละพื้นที่ ต้องการขอประกันตัว และอยากกลับภูมิลำเนาและเตรียมตัวศึกษาต่อซึ่งเดือนหน้าก็จะเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่แล้ว แต่ที่ยังไม่ดำเนินการประกันตัวให้เรียบร้อยเพราะติดด้วยการโหมกระแสจากกลุ่มบุคคลบางพวกที่ต้องการใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือให้นักศึกษาอยู่ในเรือนจำต่อไป เพื่อหวังผลทางในการสร้างสถานการณ์ให้ยืดเยื้อ
 
            “ในฐานะผู้ใหญ่ เราทุกคนจึงควรต้องแสดงความมีเมตตาต่อเด็ก ดังนั้นการกระทำใดๆที่จะเป็นผลสร้างกระแส หรือกดดันจากตัดสินใจของนักศึกษาแต่ละคน ขอให้ยุติเสีย เพราะจะยิ่งเป็นการทำร้ายนักศึกษาทั้ง 14 คน และซ้ำเติมสถานการณ์ซึ่งไม่เป็นผลดีกับนักศึกษาและบ้านเมืองส่วนรวมเลย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว


‘บิ๊กป๊อก’ลั่นปล่อยต้องยื่นขอวิธีเดียวเท่านั้น

            พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาปล่อยอยู่แล้ว แต่กฎหมายต้องให้มาประกันตัว ก็ต้องว่า กันไปตามกฎหมาย นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ แสดงออกได้ แต่ต้องไม่มีการจัดตั้งเบื้องหลัง ซึ่งก็ต้องพิจารณาในกฎหมายกันต่อไป ในเวลานี้ไม่มีทางเดินอื่น นอกจากให้มีรัฐธรรมนูญตามโรดแม็พ แล้วให้มีการเลือกตั้ง เพราะหนทางออกของประเทศมีแค่นั้น แล้วถ้าไม่เอาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือให้หายไปจากประเทศไทย เรื่องนี้จะให้ใครจะมาบริหารประเทศ สีใด มันก็กลับมาปัญหาเดิม เอาสีนี้ขึ้นมา อีกสีก็ออกมาตีกัน ไม่ว่า สีใดทั้งสิ้น ก็จะกลับไปเหมือนเก่า คสช. เลยต้องเข้ามา เมื่อไม่มีทางเดินแล้ว มีการขอนายกรัฐมนตรีมีการใช้อาวุธยิงกันจริง เลยต้องออกมาหยุดสถานการณ์ เพราะเดินไปไม่ได้ แล้วมีการปฏิรูป เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งขณะนี้เดินมาได้เยอะพอสมควร เราสงบมีเวลาทำเศรษฐกิจให้ดี มีโอกาสให้ข้าราชการช่วยกันบริหารประเทศอย่างเกิดประโยชน์

            “มันก็ต้องเดินไปตามโรดแม็พเท่านั้น สร้างความเข้าใจให้พลังบริสุทธิ์ว่า มันไม่มีทางเดินอื่น ท่านจะให้สีใดมาปกครอง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย สีไหนมาก็กลับมาตีกันอย่างเก่า เราก็ไม่อยากให้เกิดการสะดุดของเศรษฐกิจ หรือคนในชาติแตกแยกไปกว่านี้ เขาถึงต้องปรองดอง คสช. ไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไร เพียงแต่หยุดสิ่งดังกล่าวให้ประเทศเดินหน้า ปัญหาค้างคาต้องเร่งสะสาง อะไรที่พอจะทำได้ก็ทำ ให้อยู่บนความบริสุทธิ์ เดิมทีตามโรดแม็พ ไม่ได้มีการทำประชามติ ก็เรียกร้องให้ทำ เมื่อต้องทำก็ต้องยืดออกไปหน่อย มีรัฐธรรมนูญ แล้วมีเลือกตั้งก็จบ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

            เมื่อถามว่า 14 นักศึกษาจะไม่ต้องขึ้นศาลทหารได้หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เขาคงจะต้องปล่อยตัว และไม่ต้องขึ้นศาลทหาร เพราะถือว่า เป็นพลังบริสุทธิ์ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่การที่ออกมาเรียกร้องไม่ขึ้นศาลดังกล่าวอาจเป็นการตั้งแง่ทางการเมือง เพราะมีผู้อยู่เบื้องหลัง ทราบแล้วว่า มีใครบ้าง ต้องว่า กันไปตามกฎหมายต่อไป จะดึงพลังบริสุทธิ์มาทำให้เกิดความขัดแย้งคงไม่ดีแน่