ข่าว

'บิ๊กตู่'ย้ำนศ.ต้องขึ้นศาลทหาร

'บิ๊กตู่'ย้ำนศ.ต้องขึ้นศาลทหาร

06 ก.ค. 2558

'ประยุทธ์' ย้ำ 14 นศ.ต้องขึ้นศาลทหารเท่านั้น ซัดเขียน ก.ม.มาก็จะแหกทุกดอก ไม่สนข่าวลือโอนเงินหมื่นล้านไปนอก ปัดยกเลิกโครงการ 30 บาท

 
                     6 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 11.20 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินคดีกับ 14 นักศึกษา กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร ว่า ต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย ด้วยกระบวนการยุติธรรม
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวต้องขึ้นศาลทหารเท่านั้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กฎหมายประกาศไว้อย่างไร ต้องรู้ว่าทหารเขาทำอย่างไรในยามที่ไม่ปกติ หรือเมื่อที่ต้องใช้อำนาจพิเศษ เพราะมีการประกาศออกมาแล้ว ว่าคดีใดที่จะต้องขึ้นศาลทหาร ไม่ใช่ประกาศมาหลังจากเกิดการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว โดยหลังจากนี้ต้องว่าไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ว่าจะดูแลได้แค่ไหน แต่ก็มักจะขุดคุ้ยให้ได้ เขามีการประกาศคำสั่ง คสช.แล้ว เวลาเขียนข่าวก็เขียนให้มันชัด ว่ากี่เรื่องที่ขึ้นศาลทหาร 1. คดีอาญามาตรา 112 และ 2. ขัดคำสั่ง คสช. ซึ่งหมายถึงกฎหมายตามคำสั่ง คสช.ทุกฉบับ
 
                     "พอได้แล้ว ไม่ว่าจะแต่งตั้ง ซื้อโน่นซื้อนี่ เขียนกันให้พัลวัน มันได้อะไรกับประเทศชาติบ้าง ผมอยากจะรู้นัก เขาเขียนกฎหมายมาก็จะแหกกฎหมายทุกดอก ผมถามว่ากฎหมายเหล่านี้ใช้กับคนอื่นด้วยหรือเปล่า คนอื่นเขาโดนด้วยหรือเปล่า เมื่อขัดขืนกฎหมาย คสช. แล้วเขาโวยวายไหมเล่า ทำไมจะต้องให้พื้นที่ อย่างนี้ทุกวันๆ กลัวมันจะไม่เดือดร้อนหรืออย่างไร กลัวจะไม่ปลุกขึ้นมาทั้งประเทศหรืออย่างไร ชอบแบบนั้นใช่หรือไม่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์โมโห ก่อนจะกล่าวต่อว่า มีเรื่องอื่นจะถามอีกหรือไม่ จากนั้นจึงเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
 
 
 
ไม่สนข่าวลือโอนเงินหมื่นล้านไปนอก
 
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวในสื่อโซเชียลมีเดีย ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ มีการโอนเงินหมื่นล้านไปไว้ในบัญชีต่างประเทศ ว่า ก็ไม่รู้ว่าใครไปเขียนในโซเชียลมีเดีย ถามว่าเขียนแล้วมันใช่ไหม ลองใช้สมองวิเคราะห์สิ ถ้าจะเชื่อก็ตามใจ
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้บอกไว้ว่าต้นตอมาจากที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตามว่ามาจากไหน
 
                     เมื่อถามต่อว่า เหมือนว่าระยะนี้จะมีการปล่อยข่าวสร้างความเสียหายแก่รัฐบาลบ่อยครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พอแล้ว เดี๋ยวเขาก็หากันเอง เพราะคนดีๆ ก็เยอะแยะ ผมไม่ได้ทำจริง แล้วจะไปเดือดร้อนอะไร อยากจะว่าก็ว่าไป ไอ้คนที่มีคดีอยู่ในศาลนั้นไปสนใจเขาบ้าง
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสายที่ผ่านมากระแสข่าวดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียในช่วงเช้านั้น ได้ถูกลบออกไปแล้วในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
 
 
ใกล้ได้ตัวมือโพสต์ข่าวลือพาดพิงนายกฯ
 
 
                     พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงนี้จะพบว่ามีการส่งข้อมูลเท็จ ข้อมูลข่าวลือ ข่าวลวง ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่า เป็นการดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการของผู้ไม่หวังดี จึงขอให้พี่น้องประชาชนรับข้อมูลด้วยความรอบคอบ ด้วยหลักเหตุและผล รวมทั้งตรวจสอบกับแหล่งสื่อมวลชนกระแสหลักที่เชื่อถือได้ ซึ่งการปล่อยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้ปล่อยแทบจะไม่ต้องรับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูล และผลกระทบที่จะเกิดกับบุคคลที่ตกเป็นข่าวเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร และต้องช่วยกันจัดการกับกลุ่มเหล่านี้ให้หลาบจำ
 
                     พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ใกล้ได้ตัวมือโพสต์ข่าวใส่ร้ายพลเอกประยุทธ์ และภรรยา รวมถึงมือโพสต์ล่วงละเมิดกรณีอื่นๆ อีก ซึ่งจะดำเนินตามกฎหมายตามระเบียบ ซึ่งกรณีข่าวสารวิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นต่อตัวท่านนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งท่านนายกฯ รับฟัง และยอมรับความเห็นต่าง ไม่ว่าจะมาจากส่วนใด แต่การกุข่าว จงใจใส่ร้าย โดยปราศจากข้อเท็จจริง ท่านนายกฯ ก็สมควรได้รับสิทธิ์ปกป้องตัวท่านเช่นกัน
 
 
 
ชม 'สตช. - ผู้ว่าฯ สระบุรี' นำกำลังกวดขันสถานบันเทิง
 
 
                     พลตรีสรรเสริญ เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ แสดงความชื่นชมแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ออกกวดขันสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลาและอาจเป็นแหล่งมั่วสุมของการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่เปิดใกล้สถานศึกษาและมีเยาวชนเข้าไปใช้บริการ และขอให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องต่อไป ซึ่งนายกฯ แสดงความชื่นชมต่อการปฏิบัติการของ สตช. เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา และการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ที่บูรณาการงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ออกกวดขันดำเนินการกับสถานบันเทิงที่ปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปมั่วสุมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยขอให้พื้นที่อื่นๆ ได้นำแนวทางนี้ไปประยุกต์ปฏิบัติเพื่อดูแลเยาวชนของชาติ คืนนักเรียนสู่ห้องเรียน ให้เด็กเยาวชนมุ่งเน้นแสวงหาความรู้มากกว่าข้องแวะกับอบายมุข ที่มีแต่จะฉุดอนาคตของชาติไปในทางไม่สร้างสรรค์
 
 
 
ยันไม่เคยคิดยกเลิกโครงการ 30 บาท
 
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่ส่วนราชการที่ได้รับรางวัล พร้อมทั้งชมนิทรรศการผลงานของหน่วยงานที่เคยได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNPSA) โดยรางวัลนี้มอบให้กับหน่วยงานที่ดำเนินการด้านการให้บริการสาธารณะด้วยความเป็นมืออาชีพ แบ่งออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ การป้องกันและต่อต้านการคอร์รัปชั่นในการบริการสาธารณะ การพัฒนาการให้บริการประชาชน การส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายผ่านกลไกด้านนวัตกรรม ประเภทการเสริมสร้างการจัดการความรู้ในภาครัฐ และการส่งเสริมการตอบสนองความเท่าเทียมกันในการให้บริการสาธารณะ
 
                     ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการขององค์การต่างๆ ที่ได้รับรางวัล นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า งานสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลไม่เคยคิด ยกเลิกโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค เพียงแต่ปัจจุบันประเทศมีปัญหาทั้ง 5 กลุ่มงาน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมวิทยา งานด้านความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม และอื่นๆ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ ในการบริหารงานและแก้ไขปัญหา ทั้ง 5 กลุ่มนี้ เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางกลุ่มต้องทำอย่างต่อเนื่องและยังไม่เห็นผลในทันที และบางโครงการต้องดำเนินการต่อเนื่อง บางเรื่อง ยังรู้ทิศทางไปทางใด โดยเฉพาะงานด้านการประกันสังคมรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลก่อน และหากอนาคตเมื่อมีความเข้มแข็ง ประเทศมีรายได้ ก็ต้องมาดูกันอีกที ขณะนี้ เราต้องบริหารจัดการให้ได้ก่อน ไม่ใช่ว่า จะให้เงินจำนวนมากๆ ลงไปก็จะทำให้เกิดปัญหาทางการเงินได้ อย่างที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง และกังวลอาจจะเป็นเหมือนประเทศกรีซ
 
                     "วันนี้ มันก็จะไปกันไม่ได้อยู่แล้วทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ผมไม่เคยบอกหรือพูดเลยว่าจะยกเลิก มันจะยกเลิกไปได้อย่างไร บ้าไปแล้ว ผมไม่ยกเลิกหรอกโครงการ 30 บาท ใครจะไปยกเลิก อย่างไรก็ตามก็ขอให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพทางการแพทย์และพยาบาลเข้าถึงการรักษาพยาบาลประชาชนที่ห่างไกลให้ทั่วถึง"
 
                     จากนั้นนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมมาถึงบูธกรมชลประทาน และได้พูดคุยกับอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมให้คำแนะนำ เรื่องการบริหารจัดการน้ำว่าจะต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนพื้นที่ ให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน และการวางแผนในอนาคต รองรับปัญหาหากเกิดกรณีทั้งน้ำท่วม หรือน้ำแล้ง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
 
 
 
เปิดสัมนา Nikkei Bangkok Forum
 
 
                     เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานพิธีเปิดสัมมนา Nikkei Bangkok Forum โดยกล่าวในตอนหนึ่ง ว่า วันนี้โลกมีความขัดแย้งพอสมควร ดังนั้นเราต้องใช้เวลานี้สร้างเศรษฐกิจให้เกิดความสำคัญดีกว่าการเสียเวลาไปกับความขัดแย้ง และวันนี้ไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องดูแลมนุษยชาติและประชาคมโลก เพื่อเดินไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ข้าราชการวันนี้ไม่ใช่ทำงานให้เกิดความโปร่งใสอย่างเดียว แต่ต้องทำงานเชิงรุก ชดเชยเวลาที่เสียไป อย่าทำงานแบบปกติเหมือนก่อนที่ตนจะเข้ามา เพื่อรักษาความเชื่อมั่น การค้า การลงทุนกับต่างประเทศ ไว้ให้ได้ ในเรื่องการเชื่อมโยงโครงข่ายต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การค้าขายเจริญเติบโต ซึ่งไทยยินดีที่จะรับข้อเสนอและความต้องการต่างๆ ของญี่ปุ่นมาพิจารณา เพื่ออำนวยความสะดวกในทางธุรกิจ ซึ่งวันนี้ไทยมีคู่มือการบริการผ่านช่องทางบีโอไอและทางจังหวัดที่มีการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษและสั่งการไปแล้วว่าการให้บริการต่างๆ 1 เดือนต้องได้คำตอบ วันนี้ยอมรับว่าไทยไม่สามารถแข่งขันกับญี่ปุ่นได้ แต่ขอให้เอาไทยไปด้วย
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจดีว่าตนเข้ามาอย่างไรและต้องอยู่อย่างไร แต่ยืนยันว่า จะทำให้ทุกอย่างดีที่สุด ดีกว่าคนอื่นๆ ที่มาปกติ จะรักษาฐานเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและคนอื่นๆ ให้ก้าวหน้า ไม่ได้เข้ามาเพื่อทำลายใคร วันนี้ไม่ได้ทำลายใครสักคน เว้นแต่คนที่ไม่ถูกต้อง ที่ต้องดำเนินการด้วยวิธีทางกฎหมาย ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาเปล่า จะไม่ทำให้ใครเสียผลประโยชน์
 
                     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เสถียรภาพของประเทศต้องขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเมือง เพื่อที่จะเดินหน้าสู่เศรษฐกิจได้ ยืนยันวันนี้ประเทศไทยมีความสงบสุข ยกเว้นที่มีการเขียนกันไปมา ซึ่งขออย่าวิตกกับสื่อและโซเชียลมีเดีย และขอให้เข้าใจตนด้วย วันนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ ถ้าเรามีความจริงใจต่อกัน พูดจากันก็จะเข้าใจกัน เราต้องลดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ยืนยันว่า ตนจะไม่ทำให้ถอยหลัง แต่จะเดินหน้าไปอย่างเหมาะสม ตนจะใช้เวลาที่มีอยู่สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาสและทำทุกอย่างให้ที่สุด