
รมต.ตปท.อาเซียนประณามเหตุบึ้มในอินโดฯ
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนประณามเหตุระเบิดกรุงจาการ์ตา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทางการอินโดฯยันมือระเบิดชื่อ"นูร์ดิน โมฮัมหมัดท็อป" เกี่ยวข้องเหตุระเบิด 2 โรงแรมหรู
(18ก.ค.) รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ออกถ้อยแถลงกรณีเหตุระเบิดในอินโดนีเซียว่า "เราสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างเต็มที่ ในการนำผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ที่โหดร้ายดังกล่าวมาลงโทษ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนชาวอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัว อาเซียนยืนหยัดร่วมกับรัฐบาลและประชาชนอินโดนีเซีย และยังคงมีความมุ่งมั่นต่อไปในการต่อสู้กับการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ"
สำนักข่าวอันทาร่าของอินโดนีเซียรายงานอ้างนายอัสย๊าด เอ็มไบ หัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายกระทรวงความมั่นคงอินโดนีเซียที่ระบุว่า นายนูร์ดิน โมฮัมหมัด ท็อป ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตระเบิดชื่อดังสัญชาติมาเลเซียมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อเหตุระเบิด 2 โรงแรมหรูคือ เจ ดับบลิว แมริออตและริทซ์ คาร์ลตัน ใจกลางกรุงจาการ์ต้าเมื่อเช้าวันศุกร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายและบาดเจ็บอีกกว่า 40 คน
ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่ตำรวจระบุว่า ระเบิดผลิตขึ้นเองที่พบมีลักษณะคล้ายกับที่ใช้ในการก่อเหตุก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับนายนูร์ดิน ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยของกลุ่มเจอาร์อิสลามิยาร์หรือเจไอ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุระเบิดที่บาหลีเมื่อปี 2545 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ราย และขณะนี้ นายนูร์ดินอยู่ระหว่างการหลบหนี
นายเอ็มไบเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การโจมตีครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กลุ่มของนายนูร์ดินยังคงมีความส่ามารถในการปฏิบัติการซับซ้อน แม้ตำรวจอินโดนีเซียจะมีการปราบปรามครั้งใหญ่ในช่วง10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นทางการต้องเร่งจับตัวมาดำเนินคดีเร่งด่วน
นายอัลลัน ออร์โลปหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมในเครือแมริออตทั่วโลกเปิดเผยวานนี้ว่า มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมาก ขณะเกิดเหตุระเบิดโจมตี 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันที่โรงแรมโรงแรมเจ ดับบลิว แมริออต และโรงแรมริทซ์-คาร์ลตันในกรุงจาการ์ต้าของอินโดนีเซียเมื่อเช้าวันศุกร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายและบาดเจ็บอีกกว่า 40 คน
นายออร์โลป ซึ่งพักอยู่ในโรงแรมริทซ์ คาร์ตันระหว่างที่เกิดเหตุระเบิดเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การรักษาความปลอดภัยภายในโรงแรมมีความเข้มงวดเช่นเดียวกับการผ่านด่านตรวจในสนามบิน โดยรถทุกคันจะต้องได้รับการตรวจสอบ กระเป๋าเดินทางทุกใบได้รับการตรวจด้วยเครื่องตรวจจับระเบิด และแขกรวมถึงพนักงานทุกคนต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบระเบิดที่ยังไม่ได้จุดชนวน และสารเคมี/ อุปกรณ์ในการทำระเบิดต่างๆ ภายในห้องหมายเลข 1808 ของโรงแรมแมริออต ซึ่งเชื่อว่า ถูกใช้เป็นศูนย์ควบคุมการก่อเหตุระเบิดโจมตีครั้งนี้
กลุ่มที่ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดครั้งนี้ คือกลุ่มเจมาอิสลามิยาห์ หรือเจไอ กลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคซึ่งมีสายสัมพันธ์กับเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้า และเคยก่อเหตุโจมตีครั้งใหญ่ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซียเมื่อปี 2545 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน



