ข่าว

มือดีฉก"ซากหอยโบราณ"อายุนับล้านปี

มือดีฉก"ซากหอยโบราณ"อายุนับล้านปี

18 ก.ค. 2552

นอภ.ฟากท่า นำทีมลงพื้นที่สำรวจซากดึกดำบรรพ์สุสานหอยล้านปี หลังพบมือดีฉกซากหอยโบราณอายุนับล้านปีมูลค่าประเมินไม่ได้ คาดขายต่อให้ชาวต่างชาติ เตรียมตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาดูแลปัญหาทุกอย่างที่อาจก่อผลกระทบให้สุสานหอยในอนาคต

(18ก.ค.) นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ นายอารี มีโส นายกอบต.สองคอนและชาวบ้านหมู่ 5 บ้านนาไร่เดียว ต.สองคอนนำสื่อมวลชนสำรวจซากดึกดำบรรพ์สุสานหอยล้านปีอยู่บริเวณหลังหมู่บ้านนาไร่เดียว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ในการชมซากหอยโบราณดังกล่าว จะเดินเท้าลงหุบเขาซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันประมาณ 20-30 เมตร มองลงไปด้านล่างจะมีโขดหินจำนวนมากเรียงรายอยู่ เหมือนเป็นลำห้วยหรือแหล่งน้ำทางธรรมชาติ แต่ไม่มีน้ำ จุดพบซากและร่องรอยหอยโบราณ จะฝังและแทรกตัวสลลับอยู่ในโขดหิน
 
 โดยเป็นชั้นหินทรายและหินดินดาน ซากหอยโบราณจำนวนมากฝังอยู่ในโขดหินที่มีขนาดความกว้างตั้งแต่ 50-100 เซนติเมตร ยาว 70-120 เซนติเมตร จำนวนเกือบ 100 ก้อน วางเรียงรายสลับซับซ้อนกันอยู่บริเวณหน้าผาชั้นกลางถึงชั้นบน ในเนื้อที่ 9 ไร่ โดยมีพืชขนาดเล็กและตะไคร่น้ำเกาะบนโขดหินที่มีซากหอยโบราณแทรกตัวฝังอยู่ แต่สิ่งที่สังเกตเห็นและเกิดความเสียดาย เมื่อพบว่าโขดหินจำนวนหนึ่งเป็นเพียงก้อนหินธรรมดา และบางก้อนมีซากหอยเหลือเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีความพยายามของคนบางกลุ่มนำเครื่องมือลักลอบเข้ามาสกัดเอาหน้าโขดหินที่มีซากหอยโบราณฝังอยู่ออกไป ชนิดยกกันไปเป็นแผ่นๆ
 
 นายธาตรี กล่าวว่า หลังมีการค้นพบซากหอยจำนวนมากที่โขดหิน นักธรณีวิทยาได้เข้าสำรวจและแจ้งให้ทราบว่าเป็นหอยชนิดผาเดียวหรือฝาเดียวและหอยเจดีย์หรือทรงเจดีย์ หอยน้ำจืดอายุประมาณล้านปี พร้อมขึ้นทะเบียนเป็นสุสานหอยโบราณยุคดึกดำบรรพ์ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นตะพัก ลานหินผาและเศษหินดินผา ทรายแป้งและดินโคลน ของตะกอนยุคควอเทอร์นารีและตะกอนยุคเทอร์เชียรี มีช่วงอายุ 1.6 ล้านปีถึง 10,000 ปีและเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวนาจะเป็นทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่มากก่อนและอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำจืด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา
 
 จากคำบอกเล่าของชาวบ้านจะมีฝูงนกจำนวนมากบินลงมาจับสัตว์น้ำกิน แต่การผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้น้ำเหือดแห้ง ชาวบ้านบุกรุกให้เป็นพื้นที่การเกษตร เพราะเดิมพื้นที่แห่งนี้มีพื้นที่ 20 ไร่ ตอนนี้เหลือเพียง 9 ไร่ เนื่องจากถูกชาวบ้านบุกรุกทำไร่มะขามหวาน ทางอำเภอจึงมอบหมายให้ อบต.สองคอน เจ้าของพื้นที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
 
 “ตกใจมากเมื่อพบว่ามีความพยายามที่จะลักลอบนำเอาซากหอยโบราณออกไปจากจุดกำเนิด มีการตัดทำลายซากหอยโบราณออกไป มิใช่เฉพาะตรงที่บริเวณหน้าผาส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังมีการตัดแซะขโมยเอาซากหอยล้านปีที่หน้าป้ายหน้าสุสานออกไปด้วย เป็นจุดซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งโชว์ไว้ให้ชม รู้สึกเสียดาย สอบถามหน่วยงานที่ดูแลได้รับคำตอบว่าไม่รู้ว่าถูกลักตัดขโมยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มีผู้ไม่ประสงค์ดีแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาลักขโมยหอยล้านปีไป โดยเฉพาะโขดหินที่มีหอยกระจุกตัวรมกันเป็นจำนวนมาก และไม่เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเก็บเอาไปเพื่อการสะสม เพราะสิ่งที่ลักขโมยไปนั้นเป็นจำนวนมาก ทรัพย์ที่ได้ไปนั้นไม่สามารถประเมินราคาได้ เชื่อว่าต้องการนำไปขายให้กับชาวต่างชาติ เนื่องจากได้ราคาดี”นายอำเภอฟากท่ากล่าว
 
 นายธาตรี กล่าวว่า อยากให้ซากหอยอยู่ยังที่ที่มันเคยอยู่ หากต้องการศึกษาหาความรู้ก็แวะมายังพื้นที่ได้ ทางอบต.และอำเภอพร้อมที่จะนำข้อมูลแจกจ่ายให้ความรู้ ทั้งนี้ได้กำชับให้ท้องถิ่นเฝ้าติดตามสอดส่องคอยดู อย่าให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมขึ้นมาอีก และควรจะแนะนำนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมได้รับทราบจากแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ด้วยว่า อย่าได้เก็บหยิบหรือแซะเอาซากหอยไปจากโขดหินปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติของมันเช่นเดิมต่อไป ทางอำเภอพร้อมที่จะปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ให้เป็นแห่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบผนวกเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว ที่มีอยู่ภายในอำเภอฟากท่าแบบครบวงจรทางธรรมชาติ และเตรียมที่จะนำประวัติและรูปสุสานหอยล้านปีขึ้นโชว์ในเว็บไซด์ของอบต.อำเภอและจังหวัดในเร็วๆนี้
 
 ทางอำเภอหวั่นเรื่องผลกระทบหลายด้าน ได้เตรียมตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาดูแลปัญหาทุกอย่างที่อาจจะก่อผลกระทบให้กับสุสานหอยแห่งนี้ในอนาคตข้างหน้าอย่างถาวร
 
 นายอารี มีโส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)สองคอน อ.ฟากท่า กล่าวว่า อยากให้ทางกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้แก่อบต.และชาวบ้านถึงการดูแลรักษาและแนะแนวถึงแนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์ การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ เพราะเจ้าหน้าที่อบต.ไม่มีความรู้ในด้านนี้ เกรงว่าทำไปแล้วจะส่งผลกระทบด้านความเสียหายต่อสุสานหอยล้านปี และทำให้สูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ และเตรียมสำรวจพื้นที่ซากหอยเพิ่มเติมจากจุดเดิมลงไปถึงพื้นที่ชั้นล่างของหน้าผาจดลำห้วยม่วงหรือลำห้วยนาไร่เดียว ซึ่งเป็นธารน้ำไหลจากเขาภูหลาวผ่านบ้านนาไร่เดียว หมู่ 5 และบ้านเสี้ยว หมู่ 1 ลงไปที่แม่น้ำปาด เนื่องจากหอยโบราณที่พบที่อำเภอฟากท่า มีเพียงแห่งเดียว ต่างจากที่พบบริเวณอื่นๆซึ่งเป็นเพียงหอยขมฝั่งด้วยในโขดหินธรรมดา