ข่าว

‘หมอวรงค์’สอนมวย‘ยรรยง’ปมข้าว

‘หมอวรงค์’สอนมวย‘ยรรยง’ปมข้าว

04 ก.ค. 2558

‘หมอวรงค์’ สอนมวย ‘ยรรยง’ ปมข้าว ชี้ราคาตกต่ำเป็นผลพวงจาก ‘รบ.ยิ่งลักษณ์’ - ‘นิพิฏฐ์’ ชี้แนวรบการเมืองเปลี่ยนจากปลุกม็อบกดดัน ใช้นศ.เป็นเครื่องมือ

�
� � � � � �4 ก.ค.58 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายยรรยง พวงราช อดีตรมว.พาณิชย์ วิจารณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ มีผลพวงมาจากการที่รัฐบาลปัจจุบันไม่เร่งระบายข้าว 18ล้านตันที่รับจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์และเป็นผลจากการให้ข่าวว่า ข้าวในโกดังรัฐบาลเสื่อมสภาพ ว่าสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขายข้าวได้มากถึงเดือนละ 1 ล้านตันและโครงการรับจำนำข้าวทำให้กลไกตลาดเข้มแข็งว่า ความจริงแล้ว ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้น เป็นผลพวงที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวสมัยคุณยิ่งลักษณ์ ที่ขายข้าวในราคาสูงตามราคารับจำนำไม่ได้ ต้องเก็บสต๊อคส่งให้รัฐบาลนี้ร่วม 18 ล้านตัน ปริมา ณสต๊อคที่สูงจึงหลอกหลอนราคาข้าวในตลาดตามหลักดีมานด์ ซัพพลาย ทำให้ราคาข้าวเปลือกของชาวนาตกต่ำจนถึงวันนี้
�
� � � � � �นพ.วรงค์ กล่าวว่า ส่วนที่นายยรรยงอ้างว่า การให้ข่าวเรื่องข้าวเน่าก็มีส่วนทำให้ราคาข้าวตกต่ำนั้น ตนไม่เข้าใจว่าตอนที่รัฐบาลตรวจโกดังข้าว นายยรรยงยงไปอยู่ที่ไหน เพราะว่าการที่รัฐบาลยอมรับความจริงว่ามีข้าวเน่า และพิสูจน์ให้เห็น และแยกขายตามคุณภาพข้าว ยิ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดว่า จะได้ของคุณภาพตามที่ต้องการ ถ้าขายเหมารวมตามที่คุณยิ่งลักษณ์เคยขายต่างหากที่ราคาจะตก เพราะคนซื้อเขารู้ว่ามีการยัดใส้ � � � � � � ��
�
� � � � � �“ที่คุยโม้ว่า สมัยที่แล้วขายข้าวได้เดือนละ 1 ล้านตัน ถ้าขายได้จริง คงไม่ขาดสภาพคล่อง หาเงินมาจ่ายชาวนาไม่ได้ ทำให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตายถึง 16ราย และข้าวที่เหลือคงไม่มากถึงขนาดนี้” นพ.วรงค์ กล่าว � � � � � �
�
� � � � � �นพ.วรงค์ กล่าวว่า การที่บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้กลไกตลาดเข้มแข็ง ตนคิดว่าคงต้องส่งนายยรรยง ไปเรียนเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน จะได้รู้จักคำว่ากลไกตลาดมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามในการจ่ายมาตรการเยียวยาชาวนา กรณีภัยแล้งหรือต้องหยุดปลูกข้าวนาปรังนั้น ตนเห็นด้วยเพราะขณะนี้ชาวนาลำบาก รัฐบาลไม่ต้องกลัวใครว่า. เพราะถ้าช่วยชาวนาในภาวะนี้มีแต่คนสนับสนุนอย่างแน่นอน
�
�
‘นิพิฏฐ์’ แนะรบ.ทำความเข้าใจปชช. จับกลุ่ม ‘ดาวดิน’ ฝืนคำสั่ง คสช.
�
�
� � � � � �นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มดาวดิน ว่า แนวรบทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลต่อไปจะไม่ใช้มวลชนมากดดันเหมือนในอดีต ที่มีการชุมนุมปลุกม็อบขนาดใหญ่ เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถควบคุมได้เด็ดขาดในทุกพื้นที่ ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวรบโดยใช้นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนมาร่วมเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหว เพราะเวลาต่อสู้ถ้าถูกดำเนินคดี ประชาชนทั่วไปจะเห็นใจนักศึกษามากกว่าเห็นใจประชาชนทั่วไป และสถานการณ์ขณะนี้ก็มาถึงจุดนั้นแล้ว รัฐบาลจึงต้องเร่งอธิบายทำความเข้าใจว่ากลุ่มนักศึกษาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และก็เคยให้ชุมนุมมาแล้วถึง 3 ครั้งจึงได้จับกุม ถ้ารัฐบาลไม่อธิบายหรือทำความเข้าใจสถานการณ์ก็จะยิ่งลุกลาม การต่อสู้แนวนี้ก็จะขยายออกไป แต่ตนเชื่อว่า คสช.คงทราบแล้วว่าการต่อสู้ทางการเมืองจะเดินไปอย่างไร และแก้ไขอย่างไร เพียงแต่จะใช้วิธีการอย่างไรเท่านั้น
�
� � � � � �“ถ้ารัฐบาลไม่อธิบายว่าไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น เพราะมีการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. รัฐบาลก็จะถูกมองว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับสังคมไม่ควรให้ทอดเวลายาวออกไป เพราะเวลาจะเข้าข้างนักศึกษา และเวลาที่จะเข้าข้างประชาธิปแไตย แต่เวลาที่จะไม่เข้าข้างรัฐบาล เพราะระบบประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ เรายอมให้ขัดจังหวะประชาธิปไตยนานไม่ได้ ผมคิดว่าถ้าคุยกันจริงจังไม่นานก็จะจบ และอธิบายด้วยว่ารัฐบาลไม่ได้สองมาตรฐาน แต่กำลังปฏิรูปประเทศให้เข้ารูปเข้ารอย โดยใช้ระยะเวลาตามกรอบ อธิบายไปเรื่อยๆ ผมคิดว่าคนก็จะเข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น และควรบอกด้วยว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วจะมาจากประชาธิปไตยแต่สุดท้ายไมได้ใช้หลักประชาธิปไตยในการบริหารประเทศ ละเมิดรัฐธรรมนูญ จึงทำให้รัฐบาลชุดนั้เข้ามายึดอำนาจและกำลังเร่งปฏิรูปประเทศอยู่ ตนเชื่อว่าขณะนี้หลายฝ่ายยังสับสนในเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ถึงแม้ว่ากลุ่มนักศึกษาจะไม่เข้าใจื แต่เมื่อธิบายแล้วประชาชนจะเข้าใจดีขึ้น” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
�
�
�
�
�
�
�