
มท.1สั่งปภ.จัดหาแหล่งน้ำแก้ภัยแล้ง
03 ก.ค. 2558
มท.1 สั่ง ปภ. นำมาตรการ 4 ด้านจัดหาแหล่งน้ำช่วยปชช.แก้ปัญหาภัยแล้ง ระดมทุกหน่วยงานกำจัดผักตบชวาทั่วประเทศกว่า 6.2 ล้านตัน
3 ก.ค.58 พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดในหลายพื้นที่ของประเทศ เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการกระทรวงมหาดไทย ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะการจัดระเบียบการส่งน้ำในคลองชลประทานให้เป็นธรรมทั่วถึง โดยระยะเร่งด่วนให้ไปดำเนินการขุดเจาะบาดาล และบ่อตอกในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งหรือที่ดอนในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคในช่วงที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ขณะเดียวกันให้เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์ภัย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้กลไกในระดับพื้นที่ให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนเร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและแผนการจัดสรรน้ำแก่เกษตรกร เพื่อที่จะได้มีการปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่
“ในการบรรเทาปัญหาภัยแล้งต้องเน้นการมีส่วนร่วม โดยสร้างความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง รณรงค์ให้ประชาชนกักเก็บน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน รวมถึงใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่า เพื่อให้มีน้ำอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอจนกว่าจะถึงช่วงที่มีฝนตกตามฤดูกาล” รมว.มหาดไทย กล่าว
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวเสริมว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 40 จังหวัด โดยคลี่คลายแล้ว 27 จังหวัด แต่ยังคงมีสถานการณ์แล้งใน 13 จังหวัด 93 อำเภอ 557 ตำบล 5,366 หมู่บ้าน ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้บูรณาการแก้ไขปัญหา ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง แบ่งการดำเนินงานสำคัญเป็น 4 ด้าน ดังนี้ การแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร จัดรถบรรทุกน้ำ จำนวน 564 คัน ออกให้บริการแจกจ่ายน้ำ จำนวน 26,562 เที่ยว รวมปริมาณน้ำ 175,915,831 ลิตร การสนับสนุนน้ำดิบแก่พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง จัดเครื่องสูบน้ำ 79 เครื่อง สูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบไปยังถังเก็บน้ำกลางประจำหมู่บ้าน
การสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สนับสนุนการซ่อม/สร้างทำนบและฝายเก็บน้ำ จำนวน 638 แห่ง ขุดลอกแหล่งน้ำ จำนวน 87 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งและดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยเร่งขุดลอกสระน้ำ – บ่อน้ำ เป่าล้างบ่อบาดาล และปรับปรุงลำน้ำที่ตื้นเขินในพื้นที่ประสบภัยแล้งและอุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ 76 จังหวัด รวม 2,235 โครงการ รวมถึงเสนอข้อมูลความต้องการบ่อบาดาลทั่วประเทศต่อคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการน้ำ เพื่อขอความเห็นชอบดำเนินการขุดบ่อบาดาลในเบื้องต้น จำนวน 1,173 บ่อ ในพื้นที่ 75 จังหวัด โดยปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งน้อยที่สุด
‘มท.1’ ระดมทุกหน่วยงาน กำจัดผักตบชวาทั่วประเทศกว่า 6.2 ล้านตัน
3 ก.ค. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดกลุ่มโครงการเน้นหนัก 8 วาระมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยหนึ่งวาระที่สำคัญ คือ “เมืองสวย น้ำใส” ที่กระทรวงมหาดไทยจัดทำขึ้นเพื่อไปดำเนินการ ในเรื่องของการรักษาความสะอาด การดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และการกำจัดผักตบชวาวัชพืชในลำน้ำสำคัญทั่วประเทศ ซึ่งในการขับเคลื่อนวาระ “เมืองสวย น้ำใส” ได้จัดทำโครงการ “คลองสวย น้ำใส คนไทยมีความสุข” เพื่อดำเนินการปรับปรุงสภาพแม่น้ำลำคลอง เขื่อนทดน้ำ ฝายแหล่งน้ำสาธารณะต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ
“กระทรวงมหาดไทยได้ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานในสังกัดตั้งแต่ระดับกรม อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ร่วมสนับสนุนเรือกำจัดผักตบชวา 15 ลำออกปฏิบัติงานในแหล่งน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ 15 จังหวัด ขณะเดียวกันกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมไปถึงจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ ได้ร่วมบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไปขุดลอก ปรับสภาพลำน้ำ สภาพภูมิทัศน์ กำจัดผักตบชวา และวัชพืชในแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ถึงปัจจุบันวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ได้ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ 69 จังหวัด รวม 1,885 โครงการ สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ ได้กว่า 6.2 ล้านตัน” รมว.มหาดไทย
นอกจากนี้ได้มีการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งมีปัญหาปริมาณผักตบชวาสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาไปแล้วกว่า 34,500 ตัน ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะทำให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในด้านการสัญจรทางน้ำ การประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประมง เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นการคืนความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และรักษาแหล่งน้ำ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีแหล่งน้ำสะอาดมีสิ่งแวดล้อมที่ดีสามารถใช้ประโยชน์ได้
‘พล.อ.อนุพงษ์’ แจง 14 นศ.ไม่ใช้สิทธิยื่นประกันตัว ยันต้องยึดหลักก.ม.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกลุ่มคณาจารย์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยขัดคำสั่ง คสช. ที่ถูกจับกุมตัวขังที่เรือนจำ ว่า เรื่องของนักศึกษาเราต้องถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ ถ้าไม่มีการแอบแฝง แต่ภายหลังการสืบสวนออกมาแล้วเป็นอย่างไรก็ต้องว่ากันไปตามนั้น แต่ตนทราบมาว่า เขาให้มีการประกันตัวหรือปล่อยตัวได้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีอะไร เข้าใจว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่เรื่องนี้ก็ทราบจากสื่อว่าเขายังไม่มีการขอยืนประกันตัวเพื่อให้มีการปล่อยตัวแต่อย่างใด ส่วนที่มีนักศึกษาหลายสถาบันออกมาเคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์ ก็อยากทำความเข้าใจว่า วาระนี้มันมีปัญหากันอยู่เดิมแล้ว รัฐบาล หรือ คสช. ได้เข้ามาหยุดปัญหาที่มีอยู่เดิม เพราะฉะนั้นรัฐบาล หรือ คสช. จึงไม่ใช่เป็นคู่กรณีในเรื่องดังกล่าว
“เรื่องของเรื่องคือ มันมีความขัดแย้งขึ้นในประเทศไม่สามารถจะหาทางออกให้กับประเทศได้ จึงได้มีการออกมาหยุดสถานการณ์ ขณะนี้ก็มีการร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่ทุกคนทราบ เมื่อร่างเสร็จก็ต้องเป็นไปตามโรดแม็พ ต้องมีการเลือกตั้งกันไป ทุกอย่างต้องเดินไปตามนั้น” รมว.มหาดไทย กล่าว



