ข่าว

นศ.ถูกขังควรยุบ'กสม.'

นศ.ถูกขังควรยุบ'กสม.'

03 ก.ค. 2558

'อนุสรณ์' ซัดแม่น้ำ 5 สาย ตั้งคำถาม นศ.ถูกคุมขังไม่ขอประกันตัว แขวะ กสม.ควรถูกยุบ นักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาชน ชี้ปรองดองริบหรี่ - จี้ปล่อยตัวไร้เงื่อนไข

 
                      3 ก.ค. 58  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สนช.และ สปช.บางส่วนวิจารณ์นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ถูกจับกุม 14 คน ว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งตั้งคำถามกรณีที่ไม่ขอประกันตัว ว่า น่าผิดหวังที่บรรดาเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายบางส่วน คิดได้เท่านี้ แทนที่จะตั้งคำถามว่า พวกเขาทำความผิดอะไรถึงขนาดที่จะต้องจับกุมคุมขัง มีเหตุผลอะไรถึงต้องขึ้นศาลทหาร ทำไมขึ้นศาลพลเรือนไม่ได้ แต่กลับไปถามว่าทำไมไม่ขอประกันตัว ส่วนการกล่าวหาว่าการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น เป็นการทำลายความชอบธรรมของนักศึกษาที่น่าละอาย วันนี้พวกที่สมควรได้รับการปฏิรูป คือ บรรดาแม่น้ำ 5 สายมากกว่า ส่วนนักศึกษาถ้ามีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชื่อเรื่องประชาธิปไตยได้ขนาดนี้ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปปฏิรูปการศึกษา อย่าพยายามอ้างกฎหมายเพื่อหลบอยู่ข้างหลังแล้วจะทำอะไรได้ทุกอย่าง คนทั้งโลกรู้ว่ากฎหมายที่อ้างกันนั้นมีที่มาอย่างไร ยึดโยงกับประชาชนหรือไม่ ส่วนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มอบอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เข้าไปสอบถามข้อมูลจากกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่นั้น เหมือนเป็นเพียงแค่พิธีกรรม ไม่ได้มีท่าที หรือจุดยืนอะไร อย่าว่าแต่ควบรวมกับผู้ตรวจการแผ่นดินเลย ควรยุบองค์กรไปเลยดีกว่า วันนี้รัฐบาลก็ยอมรับเองว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องรุมเร้า ขอสมาธิในการแก้ปัญหา ซึ่งทุกฝ่ายควรให้โอกาส เพราะปัญหาเยอะมากจริงๆ ทั้งปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU อาจจะโดนใบแดง ปัญหา ICAO ปักธงแดงมาตรฐานการบินของไทยไม่ผ่าน ปัญหาส่งออกทรุดหนัก สินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง ที่ก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท ซึ่งหนึ่งในหนทางที่จะทำให้รัฐบาลมีสมาธิมากขึ้น คือ ปล่อยตัวนักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไข และเดินหน้าสู่โรดแม็พไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว
 
 
 
ปรองดองริบหรี่ - จี้ปล่อยตัวไร้เงื่อนไข
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาชน เรียกร้องให้ปล่อยนักศึกษาและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร โดยแถลงการณ์ ระบุว่า
 
                      ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารนอกเครื่องแบบ เข้าจับกุมนักศึกษา นักกิจกรรมทางสังคม ในนามกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 มีโทษจำคุก 6 เดือน มีการส่งดำเนินคดีโดยศาลทหาร และส่งเข้าเรือนจำราวกับเป็นอาชญากรนั้น ในฐานะนักกิจกรรมทางสังคมมีความเห็นว่า การเรียกร้องของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อันพึงได้รับความคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การจับกุมและดำเนินคดีกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้ตอกย้ำถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ จนน่ากังวลว่าการแสวงหาหนทางไปสู่ความปรองดองและวางรากฐานประชาธิปไตยในประเทศไทย จะไม่อาจเป็นไปได้
 
                      ในฐานะอดีตนักกิจกรรมนักศึกษา ต่างมีพื้นที่และบทบาททางสังคมที่หลากหลาย เคารพในความเห็นทางการเมืองที่เป็นอิสระนั้น ขอสนับสนุนเจตจำนงเสรีของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อันพึงเกิดขึ้นในสังคมไทย คือ ประชาธิปไตยสิทธิเสรีภาพเสมอภาค ความยุติธรรมทางสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน หลักสันติวิธี การแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องปราศจากการใช้ความรุนแรง
 
                      อย่างไรก็ตาม ชื่นชมการแสดงออกของนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้ง 14 คน ที่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนต่อปัญหาทางสังคม หวงแหนในสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นแบบอย่างของนักศึกษาและเยาวชน ที่ตระหนักถึงภาษีอากรของประชาชน และได้กระตุ้นเตือนให้เห็นว่า โอกาสการแสดงออกของประชาชนภายใต้ระบอบเผด็จการต่างจากระบอบประชาธิปไตยอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังกังวลในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 และการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินไปภายใต้คำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง การใช้อำนาจโดยปราศจากความรับผิดในมาตรา 44 การอนุมัติโครงการเมกะโปรเจกต์ คำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 ที่ทำให้เกิดการอพยพและจับกุมประชาชนในที่ดินทำกิน การอนุมัติเหมืองแร่ทองคำ การไม่ปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นการใช้อำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบ และเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่มีการจับกุม คุกคามผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจาก คสช. การใช้อำนาจดังกล่าวจะส่งผลให้ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมในที่สุด
 
                      ทั้งนี้ต้องการประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ได้แสดงออกอย่างสันติ ได้ปกป้องสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น เรายอมรับว่าเราต่างอยู่ในขั้วความขัดแย้งทางการเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้กระตุ้นความทรงจำและเจตจำนงให้พวกเราก้าวข้ามความขัดแย้งและหันมาสนับสนุนภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่พวกเขาน้อมแบกรับ แน่นอนว่า เรายังอาจมีความเชื่อที่ไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ภายใต้การปิดกั้นการแสดงออกเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถแสวงหาการปฏิรูปเพื่อประชาชนใดๆ ได้และขอยืนยันเจตจำนงร่วมกันว่า ต้องปล่อยตัวกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยไม่มีเงื่อนไข พลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร ต้องคืนพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนโดยทันที