
คุก6เดือนปรับ100ทำร้ายลูกชูวิทย์
02 ก.ค. 2558
จำคุก 6 เดือน 6 วัยรุ่นทำร้ายลูกชูวิทย์ ปรับคนละ 100 พกพาอาวุธมีด ผู้เสียหาย-พยานโจทก์มิได้เบิกความชัดเจนว่าจำเลยคนใดเอานาฬิกาไป ยกฟ้องฐานร่วมกันปล้นทรัพย์
2 ก.ค. 58 ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีปล้นทรัพย์ ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกฤษฎา นัยสดับ อายุ 28 ปี , นายพรชัย ไชยศิริธัญญา อายุ 19 ปี , นายอดุลวิทย์ เอกมหาชัย อายุ 23 ปี , นายสุรศักดิ์ สัมฤทธิ์ อายุ 23 ปี , นายณรงค์ฤทธิ์ สิงห์ศรีโว อายุ 22 ปี และนายธนาชัย นัยสดับ อายุ 33 ปี เป็นจำเลยที่ 1 - 6 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ฯ โดยในคำฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 พวกจำเลยได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม แล้วได้ปล้นเอานาฬิกาข้อมือยี่ห้อบลูการี 1 เรือน ราคา 8 หมื่นบาท ของผู้เสียหาย อายุ 17 ปี บุตรชายนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ขณะเดินกลับจากเล่นสงกรานต์ และใช้มือชกเข้าบริเวณศีรษะของผู้เสียหาย 2 ครั้ง แล้วพากันหลบหนีไป จำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ เหตุเกิดที่แขวงและเขตดินแดง กทม. ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 91 , 340 และ 371 และให้จำเลยร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ 80,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างเบิกความสอดคล้องตรงกัน ไม่มีเหตุจะปรักปรำใส่ร้าย แต่ผู้เสียหายและพยานโจทก์มิได้เบิกความชัดเจนว่าจำเลยคนใดนำเอานาฬิกาของผู้เสียหายไป เนื่องจากขณะเกิดเหตุผู้เสียหายได้วิ่งหนี และถอดนาฬิกาทิ้งไป เพื่อมิให้พวกจำเลยติดตามมา
จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกคนละ 6 เดือน และพกพาอาวุธมีดฯ ตามมาตรา 371 ปรับคนละ 100 บาท ยกฟ้องฐานร่วมกันปล้นทรัพย์



