
จับตาหนี้กรีซ
03 ก.ค. 2558
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : จับตาหนี้กรีซ : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี
จุดชี้เป็นชี้ตายของปัญหาหนี้กรีซ น่าจะอยู่ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 ที่จะต้องจ่ายหนี้ให้แก่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ 3,500 ล้านยูโร ซึ่งผลกระทบที่อาจจะเกิดกับตลาดไทยจะเกิดจากกระแสการขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเป็นหลัก โดยศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินว่า ค่าเงินยูโรจะเป็นสินทรัพย์แรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก โดยทั้ง 2 กรณีเป็นปัจจัยที่จะทำให้เงินยูโรอ่อนค่า แต่ต่างกันที่ระยะเวลาของผลกระทบ
กรณีกรีซออกจากยูโรโซน - เงินยูโรอาจอ่อนตัวในระยะสั้น แต่จะแข็งค่าขึ้นในระยะยาว ในระยะสั้นนักลงทุนอาจมีความกังวลว่า ประเทศกลุ่มลูกหนี้อื่นๆ อาจจะมีปัญหากับการจ่ายคืนหนี้เหมือนกัน แต่ในระยะยาวแล้ว การที่กรีซออกจากกลุ่มยูโรโซนจะเกิดผลดีมากกว่า เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเหมาะสมกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจทั้งสำหรับกรีซและยูโรโซนเอง
กรณีกรีซอยู่ในยูโรโซนต่อ - มองว่าระยะสั้นค่าเงินยูโรอาจปรับตัวสูงขึ้นได้จากปัญหาที่ผ่อนคลายลง แต่ในระยะยาวกรีซยังมีแนวโน้มกลับมาสร้างปัญหาและทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงได้ ถึงแม้ว่ากรีซจะมีหนี้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อิตาลี แต่ปัญหาหลักของกรีซอยู่ที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ จึงไม่สามารถเก็บภาษีอย่างเพียงพอเพื่อให้เกิดภาวะการคลังเกินดุลได้
ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยประเมินว่าจะอยู่ในวงจำกัดในกรณีที่กรีซผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากเจ้าหนี้กรีซส่วนใหญ่เป็นองค์การระหว่างประเทศ ประมาณ 70% ของหนี้กรีซ ถือโดย อียู, อีซีบี, ไอเอ็มเอฟ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มยุโรปอาจชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งการส่งออกไปยุโรปคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของการส่งออกไทยทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โดยผลกระทบกับตลาดไทย ที่แย่ที่สุดน่าจะเกิดขึ้นในกรณีที่กรีซผิดชำระหนี้และต้องออกจากกลุ่มยูโร
สำหรับตลาดการเงินไทย ค่าเงินบาท พันธบัตรรัฐบาลและตลาดหุ้นไทย มีโอกาสที่จะโดนแรงขายจากการที่นักลงทุนปรับพอร์ตเพื่อหนีสินทรัพย์เสี่ยงสูง มองว่าตลาดได้เริ่มเข้าโหมดลดความเสี่ยงแล้ว ซึ่งไม่ว่าเรื่องของกรีซจะออกมาในทิศทางไหน ก็ยังเชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะไม่จบง่ายๆ และอาจต้องใช้เวลามากกว่า 1-2 เดือนต่อจากนี้ ในการปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกจะวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ “ปลอดภัย” เท่านั้น
ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า เงินบาทหรือสินทรัพย์ทางการเงินในไทย น่าจะยังไม่ใช่เป้าหมายของนักลงทุนถ้าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐและตลาดการเงินของสหรัฐ หรือญี่ปุ่น โดยที่ผลกระทบอาจอยู่ในระดับเดียวกันหรือน้อยกว่าครั้งที่เคยเกิดขึ้นกับวิกฤติยูโรโซนครั้งก่อนหน้าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ได้
ในส่วนของการเข้าแทรกแซงค่าเงิน แม้เราจะเห็นว่าค่าเงินบาทที่อ่อนน่าจะเป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการมากกว่าค่าเงินที่แข็ง แต่การที่ค่างินผันผวนเกินไปก็ยังเป็นสิ่งที่ ธปท.ควรเข้ามาช่วยดูแล ทำให้เราเชื่อว่า ค่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้นมากกว่าที่จะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากเรื่องของกรีซ
----------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : จับตาหนี้กรีซ : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)



