
นาโนไฟแนนซ์ไม่ใช่เงินหลวง
02 ก.ค. 2558
สวัสดีเศรษฐกิจ : นาโนไฟแนนซ์ไม่ใช่เงินหลวง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อผมได้มีโอกาสเดินทางไปในต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานบรรยาย สัมมนา พูดคุยกับนักธุรกิจเอสเอ็มอีและประชาชนทั้งหลายทั้งปวงที่ดั้นด้นมาหาความรู้เรื่องทางการเงิน ท่านที่มาพูดคุยกับผมมักจะนำข้อมูลข่าวสารมาเล่าให้ฟังอยู่เนืองๆ ว่า สถาบันการเงินแบบใหม่ น้องใหม่ที่เพิ่งคลอดออกมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ
1.แก้ไขปัญหาคนที่ไปกู้นอกระบบให้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและไม่หวนไปหากับดักเช่นนั้นอีก
2.ทำให้คนที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้อย่างเป็นทางการ สามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินในระบบได้
3.ทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม ที่มีธุรกิจขนาดจิ๋ว คนทำมาหากิน ไม่ถูกเอาเปรียบจากกระบวนการหนี้นอกระบบ
นาโนไฟแนนซ์ คือคำตอบ และสาระสำคัญโดยย่อคือ
1.คนกู้ต้องทำการค้าขาย
2.ต้องกู้ไปเพื่อทำทุนต่อ
3.วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย
4.ดอกเบี้ยคิดได้ไม่เกิน 36%
5.บริษัทที่ได้ใบอนุญาตจะไปคิดวิธีการปล่อยกู้เอาเอง เรียกว่าไปสร้างกระบวนการกลั่นกรองตามที่ตนเองเชื่อว่าจะดีสำหรับลูกค้าเป้าหมายของตน
ความเข้าใจผิด และพยายามจะเข้าใจผิด แบบคนที่ไม่เข้าใจ ไม่พยายามเข้าใจ คือไปกระพือข่าวว่า เงินนาโนไฟแนนซ์คือเงินหลวง คือเงินประชานิยม ผมย้ำว่า ได้ยินจริงๆ ว่า มีคนเชื่อว่ามันคือ เงินแจก ดังนั้น จึงไม่แปลกใจว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งโทรไปหาบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต บ้างก็ถาม บ้างก็ต่อว่า บ้างก็ด่าว่า “...ก็มันเป็นเงินหลวง ทำไมไม่รีบให้กู้ บางรายเลยธงไปว่า ทำไมไม่รีบแจกจ่าย”
ความเข้าใจที่ถูกคือ บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตต้องไปหาทุนมาเอง ต้องไปกู้มาปล่อยกู้ต่อเอง กระทรวงการคลังนั้น ห้ามไปรับฝากเงินจากประชาชนแบบธนาคาร ดังนั้น เงินที่เขาเอามาปล่อยกู้มันจึงเป็นเงินมีเจ้าของ เช่น ถ้าเป็นทุน เจ้าของคือผู้ถือหุ้น ถ้าเงินที่เอามาปล่อยกู้มาจากหนี้ คนที่เป็นเจ้าของคือเจ้าหนี้ บริษัท นาโนไฟแนนซ์นั่นเอง
เมื่อเงินมีเจ้าของ คนที่กู้ก็ต้องยึดหลัก เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา เอาเงินเขามาต้องใช้เขาคืน การพูดแบบไม่รับผิดชอบ อ้างแต่สิทธิว่า “ฉันขอกู้เธอต้องให้กู้สิ ปล่อยกู้ให้ง่าย ปล่อยให้เร็ว” มันถูกหรือไม่ แล้วสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ล่ะ มันหายไปไหน หน้าที่ที่จะต้องทำตามสัญญา หน้าที่ที่จะต้องทำในฐานะคนดี มีศีล มีธรรม ในประเทศที่ประกาศตนเองว่าเป็นเมืองพุทธ มันอยู่ตรงไหน
การก่อหนี้ การเป็นหนี้ ต้องตระหนักว่า นี่คือภาระ นี่คือความจำเป็น ถ้าเรายอมให้กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดว่า เงินที่ได้มาเป็นเงินหลวงแจกแล้วละก็ มันคือหายนะในระบบการเงิน
เวลานี้เงินหลวงที่เอาไปแจกจ่าย เอาไปถลุงแบบไม่รับผิดชอบก็มากพอแล้ว ผู้คนก็ก่นด่าไปมากแล้ว คนทำก็เจอคดีมากมายก่ายกอง
“เงินของนาโนไฟแนนซ์ที่จะให้กู้ ไม่ใช่เงินหลวงแน่นอน อย่าเข้าใจผิดครับ บริษัทที่ปล่อยกู้เขาต้องรับผิดชอบกับผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้ของเขาครับ” นี่คือความเป็นจริง และที่จริงยิ่งกว่าจริงคือ เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา เอาเงินเขามา ถึงเวลาก็ต้องคืนเขาไป
---------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : นาโนไฟแนนซ์ไม่ใช่เงินหลวง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



