
คุก'บิ๊กกิ๊ก'อีก4ปีอายัดเพิ่ม22ล.
01 ก.ค. 2558
คุก 'พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์' 4 ปี ฐานรับของโจร รับสารภาพศาลลดโทษเหลือ 2 ปี นับโทษต่อจากคดีก่อนหน้า 6 สำนวน รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน มติ ปปง.อายัดเพิ่ม 22 ล้าน
1 ก.ค. 58 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การ คดีหมายเลขดำ อ.2240/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) อายุ 59 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.357
โดยอัยการยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคำฟ้องบรรยายพฤติการณ์ความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 56 - 21 ธ.ค. 56 เวลากลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกัน ได้มีคนร้ายลักเอารูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ขนาดครึ่งตัว สีเงิน จำนวน 7 องค์ ราคารวม 700,000 บาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต แล้วต่อมาในวันที่ 9 ต.ค. 56 - 19 พ.ย. 57 จำเลย ก็ได้รับของโจรดังกล่าวไว้ ซึ่งเป็นรูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ทั้งหมดไว้โดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไป หรือซื้อ จำนำ หรือรับไว้จากคนร้าย โดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์ดังกล่าวได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์
ต่อมาวันที่ 19 พ.ย. 57 เจ้าหน้าที่ทหาร ยึดรูปปั้นดังกล่าวได้ จึงส่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดี ซึ่งวันที่ 13 มี.ค. 58 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและทำการสอบสวนจำเลยแล้ว ให้การรับสารภาพข้อหารับของโจร ส่วนของกลางพนักงานสอบสวนได้ส่งคืนผู้เสียหายแล้ว เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ท้ายฟ้อง อัยการโจทก์ได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว 6 สำนวนด้วย
ซึ่งวันนี้ ศาลได้เบิกตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันเดียวกันนี้
ต่อมาเวลา 11.30 น. ศาลจึงมีคำพิพากษา โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ให้จำคุก ฐานรับของโจร รวม 2 กระทงๆ ละ 2 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 4 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 2 ปี โดยให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว 6 สำนวนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่ศาลอาญาได้มีพิพากษาจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.จำเลย ไปก่อนหน้านี้แล้ว 6 สำนวน ประกอบด้วย หมิ่นเบื้องสูง , เรียกรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจใน บช.ก , เรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน , ลักลอบเปิดบ่อนการพนันย่านพระราม 9 , ร่วมกันฟอกเงิน , กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และลักลอบครอบครองโบราณวัตถุ รวมจำคุก 34 ปี 3 เดือน และเมื่อรวมโทษจำคุกรับของโจรนี้อีก 2 ปี จึงจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน
มติ ปปง.อายัดทรัพย์สินเพิ่มอีก 22 ล้าน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการธุรกรรม ได้พิจารณาสำนวนคดีการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมาย (ค้าน้ำมันเถื่อน) เปิดบ่อนการพนันที่ผิดกฎหมาย และฟอกเงิน ในส่วนของ ปปง.ได้สืบสวนสอบสวน และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 9/2558 ในวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ยึด และอายัดทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก (เพิ่มเติม) ดังนี้
1. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ใน จ.ปทุมธานี จำนวน 2 รายการ และหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ จำนวน 2 รายการ รวมราคาประเมินประมาณ 9,770,000 บาท
2. ยึดทรัพย์สิน จำนวน 717 รายการ ประกอบด้วย จิตรกรรม ประติมากรรม ชุดถ้วยชาม ชุดเครื่องเงิน ชุดเครื่องแก้ว ชุดเครื่องไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ พระพุทธรูปสมัยโบราณ พระเครื่อง รวมราคาประเมินประมาณ 12.6 ล้านบาท
รวมทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง.ยึด และอายัด (เพิ่มเติม) ในครั้งนี้ จำนวน 721 รายการ มูลค่ารวมกว่า 22 ล้านบาท
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากผลการดำเนินการยึด และอายัดทรัพย์สินของอดีต ผบช.ก.กับพวก ตั้งแต่เริ่มดำเนินการถึงปัจจุบัน ยึด อายัดทรัพย์สิน เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร เงินสด ธนบัตรสกุลเงินอื่นๆ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ เครื่องเพชร พระเครื่อง รถยนต์ รวมถึงของเก่า ของโบราณ รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท



