
คสช.ซัดนศ.อ้างสิทธิ์ละเมิดก.ม.
01 ก.ค. 2558
ผบ.ตร.ปัดตอบข่าวมีผู้อยู่เบื้องหลัง นศ. ระบุ ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ซัดอ้างสิทธิ์ละเมิด ก.ม. เชื่อองค์กร ตปท.ได้ข้อมูลครบถ้วน 'เข้าใจ'
1 ก.ค. 58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ทั้ง 14 คน ที่ถูกจับกุมนั้น ว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ตนเพิ่งมาถึงประเทศไทยเมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา ทราบข่าวสารผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเท่านั้น ยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในขณะนี้ การที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 14 คนนั้น เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระทำภายใต้นโยบายที่ว่า ให้พูดคุยทำความเข้าใจ หลีกเลี่ยงความรุนแรง และการใช้กำลังอันจะนำมาสู่ความเสียหาย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ในส่วนฝ่ายการข่าวของตำรวจมีข้อมูลว่ามีใครเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนักศึกษาทั้ง 14 คนนี้หรือไม่นั้น ขอไม่ตอบคำถาม เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดที่แท้จริง ส่วนการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ นั้น เป็นเรื่องปกติ เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้รอเกิดเหตุแล้วค่อยมาทำ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นการกระทำภายใต้กฎหมาย หลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายใดก็ตามล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น
คสช.ซัดอ้างสิทธิ์ละเมิด ก.ม. เชื่อองค์กร ตปท.ได้ข้อมูลครบถ้วน 'เข้าใจ'
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณีสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (อียู) และสำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนคณะอาจารย์ และนักวิชาการ เรียกร้องให้ คสช.ปล่อยตัว 14 นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ว่า ปัจจุบันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่พยายามรักษาให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันของบุคคลในทุกสถานะ โดยพิจารณาใช้ให้สมดุลเหมาะสม กรณีของนักศึกษาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยายามอะลุ้มอล่วย เพราะเข้าใจถึงสถานะและวุฒิภาวะ โดยเริ่มจากการว่ากล่าวตักเตือน ขอความร่วมมือเป็นหลักปฏิบัติ ส่วนในทางคดีเป็นเรื่องของดุลพินิจของเจ้าหน้าที่หลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาด้านความมั่นคงด้วย อย่างไรก็ดี เมื่อมีการตั้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกล่าวหานั้นๆ ยังสามารถไปแก้ต่างกันได้ตามเหตุผลและพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง ได้ตามช่องทางกระบวนการ ซึ่งก็เป็นไปตามหลักสากลทั่วไป
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มหรือองค์กรใดๆ ก็ตาม ต้องพิจารณาด้วยว่า ขัดต่อแนวทางการรักษากฎหมายหรือไม่ สำหรับข้อกังวลในเรื่องที่จะมีการฟ้องคดีกับศาลทหารนั้น ปัจจุบันนี้จะมีเพียง 3 - 4 ฐานความผิด ที่จำเป็นต่อการรักษาชีวิตความสงบสุขของประชาชน หรือมีผลกระทบความมั่นคง รวมถึงความผิดที่เกี่ยวพันโดยตรงกับความไม่สงบเรียบร้อยของประเทศในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น ส่วนกรณีที่ยูเอ็นมองว่าไม่มีความจำเป็นในการดำเนินคดีอาญาที่มีโทษจำคุกยาวนานต่อการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบนั้น เป็นการได้รับข้อมูลไม่ครบ คงต้องดูเป็นกรณีๆ ไปว่าการใช้เสรีภาพนั้นๆ ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เพราะกรณีโทษที่ได้รับจากกรณีฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง คสช.ที่ว่า ห้ามชุมนุมสุดท้ายจะมีโทษปรับกับโทษจำคุกเพียงไม่กี่เดือน แต่ถ้ากรณีถูกมองว่าเข้าข่ายความผิดในคดีอาญาด้านความมั่นคงจริง บทลงโทษคงรุนแรงกว่า แต่ก็เป็นบทลงโทษที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายอาญาเดิมอยู่แล้ว ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ภายใต้ช่องทางที่เหมาะสม เพียงแต่ขณะนี้มีบางส่วนที่มีเจตนาแอบแฝง พยายามสร้างเงื่อนไขเพื่อให้สถานการณ์พัฒนาไปสู่ความขัดแย้งให้มากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่รับทราบดี จึงพยายามดำเนินการต่างๆ อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาด้วยความระมัดระวัง
"มั่นใจว่าการดำเนินการใดๆ ของภาครัฐเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความจำเป็นของสถานการณ์ทุกประการ ทั้งนี้เพื่อให้สังคมประเทศชาติเกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความสุข ไม่เกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์อย่างเช่นในอดีต ขอย้ำว่า ประเทศไทยยึดถือตามพันธกรณีของไทย ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักสากล สิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ที่จะต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น และไม่ทำให้สังคมโดยรวมวุ่นวาย ขอให้องค์กรต่างประเทศอย่าได้กังวลในการดำเนินการของทางการไทยต่อเรื่องนี้เลย เพราะภายใต้กฎหมายของประเทศไทย จะมีบทลงโทษเฉพาะผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น อีกทั้งกระบวนการยุติธรรมก็เปิดโอกาสให้มีการชี้แจงข้อกล่าวหาและปกป้องเสรีภาพของตนเองได้ตามช่องทางที่กฎหมายระบุ เพียงแต่ในช่วงเวลานี้ ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้ช่องทางในการรักษาสิทธิเสรีภาพของตนอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ทุกส่วนได้เห็นเจตนาที่แท้จริงอย่างแน่นอน"
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ในอีกมุมหนึ่ง หากมีผู้พยายามละเมิดกฎหมาย โดยอ้างเรื่องสิทธิเสรีภาพ แล้วไม่ถูกดำเนินการใดๆ แล้วสังคมส่วนใหญ่จะสงบสุขได้อย่างไร ทั้งนี้หากองค์กรต่างประเทศกังวลใจในเรื่องนี้ สามารถประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามช่องทางที่เหมาะสมระหว่างประเทศได้อยู่แล้ว และหากพิจารณาตามข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้านจากทุกฝ่ายแล้วจะเห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และความเป็นสังคมไทย เชื่อว่าสังคมไทยและประชาคมโลกมีความเข้าใจในบริบทดังกล่าวอย่างแน่นอน
สปช.เชื่อองค์กร ตปท.บีบปล่อยตัว นศ.ไม่มีผลกระทบไทย
นายนิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณี ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษา 14 คน ที่ถูกจับกุมเนื่องจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า คงไม่มีผลประทบอะไรต่อประเทศไทยมากนัก เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ ถ้าคนในประเทศยอมรับได้ กระแสจากต่างประเทศคงไม่สามารถกดดันประเทศไทยได้ เท่าที่ประเมินกระแสในประเทศขณะนี้คิดว่า กลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคงจุดไม่ติด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย และยังยอมรับและสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ ขณะที่กลุ่มองค์กรนักศึกษาอย่างเป็นทางการตามมหาวิทยาลัย ยังไม่ขยับออกมาเคลื่อนไหวใดๆ พลังนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาขณะนี้ ยังเป็นเพียงแค่คนกลุ่มเดียวเท่านั้น จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล หรือบานปลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่สำคัญรัฐบาลมีโรดแม็พชัดเจนว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อใด ไม่เหมือนกับเหตุการณ์เดือน ต.ค.ปี 2516 ที่รัฐบาลยุคนั้น ไม่มีโรดแม็พว่าจะคืนอำนาจเมื่อใด ทำให้มีคนต่อต้านจำนวนมาก



