
สลด!ลูกป่วยโรคประสาทบีบคอแม่วัย77ดับ
01 ก.ค. 2558
สุดสลด! "ลูกชาย"ป่วยโรคประสาทบีบคอ"แม่วัย 77" ดับคามือ
วันที่ 1 ก.ค.58 เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.หญิง ชุติมา ยิ่งสังข์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในครอบครัว จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในบ้านเลขที่ 69 ซอยประชาอุทิศ 54 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เตชะรักษ์พงษ์ รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผกก.สน.ทุ่งครุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวร รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสูงสองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ริมคลองราชพฤกษ์ ภายในห้องรับแขกชั้นล่างพบร่างนางตลับ ม่วงเผือก อายุ 77 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ที่อยู่ในอาการหมดสติ สภาพร่างกายถูกทำร้ายร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำบนใบหน้า และลำคอ โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ระดมเข้าทำการซีพีอาร์เพื่อยื้อชีวิตก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ใกล้กันพบนายมานพ ม่วงเผือก อายุ 50 ปี ผู้เป็นลูกนั่งเหม่อลอยอยู่ภายในบ้าน ทราบภายหลังว่าเป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายแม่บังเกิดก้าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวสอบสวน ที่ สน.ทุ่งครุ ส่วนศพนำไปตรวจพิสูจน์ ที่รพ.ศิริราช
จากการสอบสวน นางอุไร มานสุรินทร์ อายุ 52 ปี เพื่อนบ้านผู้ตาย ให้การว่าก่อเกิดเหตุตนได้ยินเสียงคนร้องตะโกณเอะอะโวยวายจากบ้านหลังดังกล่าว จึงรีบไปดูพบนายมานพกำลังลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นแม่โดยการกระทืบอยู่หลายครั้งก่อนใช้มือบีบคอจนหมดสติไป ตนจึงตะโกนให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันการณ์ ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว ทั้งนี้ผู้ตายมีลูกทั้งหมด 10 คน โดยผู้ต้องหาเป็นลูกคนที่ 3 ผู้ตายรักลูกคนนี้มากเนื่องจากมีอาการทางประสาทเข้ารักษาตัวที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยามาเป็นเวลานาน และพักอาศัยบ้านหลังนี้กันเพียงสองคน เนื่องจากพ่อผู้ต้องหาเพิ่งเสียชีวิตเมื่อปีก่อน ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากการรักษาตัวได้ไม่ถึงเดือน พบว่าสองวันที่ผ่านมา นายมานพมีอาการเดินเกร็ง ผู้ตายได้ถามลูกว่าได้กินยาหรือยัง แต่ทางผู้ต้องหากลับบอกแม่ว่ากินยามากไปแล้ว คืนก่อเกิดเหตุผู้ตายได้บ่นกับเพื่อนบ้านว่าอายุคงไม่ยืน กระทั่งมาพบเป็นศพดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ฤชากร เปิดเผยว่า จากการพูดคุยทางผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ทำไปเพราะอาการเครียด จากการอาการทางประสาทรับรู้เรื่องทุกอย่าง แต่ระงับอารมณ์ไว้ไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้กินยาเป็นเวลานาน ส่วนตัวแล้วผู้ต้องหารักแม่มาก แล้วยังได้ฝากขอโทษกับสิ่งที่ทำไปอีกด้วย เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนต้องนำตัวนายมานพทำการตรวจร่างกาย ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติการรักษาตัว หากผู้ต้องหามีอาการทางประสาทจริง ต้องมอบให้ทางแพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิดต่อไป



