ข่าว

'บิ๊กตู่'เมินใช้ม.44นิรโทษ'นศ.'

'บิ๊กตู่'เมินใช้ม.44นิรโทษ'นศ.'

01 ก.ค. 2558

'ประยุทธ์' เผยหาช่องคุย 'นศ.' ให้ยุติ ยันไม่ใช้ ม.44 นิรโทษ เชื่อ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำ รพ.เจ๊งทั้งหมด ยังไม่ได้รับรายงานความไม่เรียบร้อยหลังใช้ ก.ม.ประมงใหม่

 
                     1 ก.ค. 58  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ว่า ขณะนี้กำลังหามาตรการเปิดช่องทางการพูดคุยเพื่อให้เกิดการยุติ เพราะตนก็ไม่สบายใจในการใช้กฎหมายกับนักศึกษา ขณะเดียวกันก็ต้องมองอีกแง่มุมหนึ่งว่า พฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นเป็นอย่างไร เป็นกิริยาของเด็กที่บริสุทธิ์หรือไม่ มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์กันอีกครั้ง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเสนอจากบางฝ่ายต้องการให้ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 นิรโทษกรรมความผิดให้แก่นักศึกษา จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ผมไม่ทำ ทำไม่ได้ เพราะถ้าทำแล้วก็จะต้องมีการใช้มาตรา 44 เพื่อนิรโทษกรรมให้กับบุคคลคนอื่น และจะทำให้ไม่มีวันจบสิ้นกระบวนการ"
 
 
 
เชื่อ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำโรงพยาบาลเจ๊งทั้งหมด
 
 
                     เมื่อเวลา 11.30 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีการลงนามให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กลับไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ทำไมล่ะ และที่มีข่าวว่าตนได้ลงนามไปแล้วนั้นความจริงเป็นการลงนามในข้อสรุป โดยให้ไปดำเนินการต่อให้ชัดเจนมากขึ้น และถ้ามีความชัดเจนขึ้นก็ให้เขากลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม ความหมายของตนคือตรงนี้ ที่มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูแล เพราะนายวิษณุ เป็นรองนายกฯ ที่ดูแลฝ่ายกฎหมาย ก็ไปทำในแง่ของการนำผลสอบสวนแต่ละอันมาวิเคราะห์ว่าจะสรุปอย่างไร เพราะมีการสรุปว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติในกระทรวงสาธารณสุข แต่ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีความผิดอะไร พร้อมทั้งเสนอให้นายกฯ หาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ ซึ่งเหตุผลตรงนี้ไม่ชัดเจน ถ้าตอบมาแค่นี้ คงไม่ต้องสอบสวน ตนทำเองก็ได้ แต่เนื่องจากปัญหามีความซับซ้อนในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ข้าราชการมีความเห็นต่างกัน ต้องหาข้อยุติให้ได้ ตอนนี้มีเรื่องของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้ามาอีก เป็นเรื่องข้อสังเกตขององค์กรอิสระต่างๆ เข้ามาอีก ก็ต้องสอบกันทั้งหมด ไม่ได้ห่วงว่าใครจะกลับ ใครจะไป สิ่งที่ตนเป็นห่วงก็คือสิ่งที่มีผลกระทบอันเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง การใช้สิทธิ์ตามหลักประกันจะทำอย่างไรก็ต้องไปดูในจุดนี้ก่อน ในเรื่องความขัดแย้งของคนก็ต้องมีการสอบออกมา ซึ่งก็ต้องใช้เวลา แต่ทำอย่างไรการใช้จ่ายเงินงบประกันสังคมจะออกมาได้จากที่ยังติดค้างอยู่ เราต้องมองประเด็นที่ผลประโยชน์ชาติและประชาชนมาก่อน เรื่องตัวบุคคลเป็นเรื่องของกลไกและกฎหมายที่ต้องว่ากัน
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องของ สปสช.จะมีทางออกที่ดีหรือไม่ หลังจากที่เกิดความขัดแย้งค่อนข้างรุนแรงในองค์กร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังทำอยู่ในเรื่องการลดความขัดแย้ง ตนเป็นคนทำ แต่บางคนทำให้เกิดความขัดแย้ง มีการขยายความกันเรื่อยเปื่อยไม่จบ ทุกคนก็รู้ดี อย่างไรก็ตาม สปสช.ก็ต้องมาแก้ไขเพื่อให้เกิดการยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะทุกวันนี้ทั้งหมอชนบท หมอสาธารณสุข และอีกหลายหมอ วุ่นกันไปหมด ก็ต้องขอร้องสื่อมวลชนให้ช่วยกันอธิบายว่า ตนและรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาในจุดนี้อยู่
 
                     ส่วนเป็นเพราะเงินงบประมาณในส่วนนี้มีเยอะมากเกินไปหรือไม่ จึงทำให้เกิดปัญหา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันเยอะยังไง อย่าไปพูดว่ามีการทะเลาะกันมายาวนาน แต่เป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่สนใจและไม่ใส่ใจในเรื่องของงบประมาณสาธารณสุข มันมีไม่พอ ที่ไม่พอเพราะไปทำโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นไปได้หรือไม่ ความจริงตนไม่อยากจะพูด โครงการรักษาทุกโรคนั้นเป็นโครงการประชานิยม ประชาชนได้รับประโยชน์ ตนไปพูดอะไรไม่ได้ แต่อยากถามว่า เรามีความพร้อมหรือยัง เฉลี่ยแล้วอยู่ที่คนละ 2,900 บาท แล้วรักษาพอหรือไม่ แล้วโรงพยาบาลจะรับไหวหรือไม่ในงบประมาณแค่ 2,900 บาท มันรับไม่ไหว โรงพยาบาลก็จะเจ๊ง พอเจ๊งแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องไปหางบประมาณให้กับ สปสช.เข้ามาเพิ่มให้เท่านั้นเอง จำนวนเงินดูเหมือนมาก แต่เมื่อนำไปหารเฉลี่ยเป็นเงินเพียงนิดเดียว ขอถามว่าประเทศไทยพร้อมแล้วหรือยัง อีก 190 กว่าประเทศ ยังไม่เห็นมีใครทำเลยในโครงการแบบนี้ มีทำเพียงกี่ประเทศเชียว อยากถามว่า รัฐบาลไหนทำมาแล้วตนจะไปล้มได้หรือ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นเรื่องของการบิดเบือนในเกือบจะทุกเรื่อง จึงทำให้เป็นภาระในวันนี้ แล้วก็ออกมาเรียกร้อง มันจะเอาอะไรจากตนกันเล่า ถ้าตนสามารถทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป งบประมาณ สปสช.จะต้องทำอย่างไร ส่วนไหนจะให้กับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ส่วนไหนจะเป็นเรื่องของโรงพยาบาลเอกชน ก็ต้องนำไปเติมให้ ส่วนตัวเชื่อว่าในวันข้างหน้าอีกไม่กี่ปีโรงพยาบาลจะเจ๊งทั้งหมด แต่ก็ยังมีคนชื่นชมคนที่คิดโครงการนี้ออกมา แล้วจะให้ตนพูดอย่างไร ไม่เช่นนั้นสื่อมวลชนก็จะมาด่าตน
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เราดูแลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน มีสิทธิ์เท่าเทียมกันทั้งหมด ถึงวันนี้ตนไม่ได้ฝืนและคงไปยกเลิกไม่ได้ เพียงแต่ต้องคิดว่าต้องทำอย่างไรให้มีเงินมากขึ้น วันนี้ถ้าทุกคนเรียกร้องทั้งหมดปัญหาก็มีเป็น 100 เรื่อง ต้องใช้เงินเป็นพันๆ ล้านบาท จะเอาทุกอย่างแต่รายได้ไม่มีสักบาทแล้วจะเอารายได้มาจากไหน ทุกวันนี้เราลงทุนเพื่ออนาคต ก็ต้องมาดูกันว่าในวันข้างหน้าใครจะเข้ามาสร้างอนาคตให้กับประเทศ ถ้ามัวแต่ไปสร้างความขัดแย้งก็จะกลายเป็นปัญหาทั้งหมด กลายเป็นตนขัดแย้งกับสื่อมวลชนและไปขัดแย้งกับกลุ่มนั้น กลุ่มโน้น ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ตนไม่อยากไปขัดแย้งกับใคร ตนเข้ามาก็ต้องการที่จะหยุดความขัดแย้งทั้งหมด เดินหน้าประเทศ และวางอนาคตของประเทศให้ได้ แต่สื่อก็พยายามที่จะเอาเรื่องอื่นมากระทบกับตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประมง ที่ดิน อย่าลืมว่าทั้งหมดบิดเบือนมาทั้งหมดแล้ว แล้ววันข้างหน้าเราจะอยู่แบบนี้กันหรือ ถ้าอยากจะอยู่กันแบบนี้ก็ไปเลือกตั้งกันเลย แล้วก็เอาไป แล้วทำให้ได้ก็แล้วกัน
 
 
 
ยังไม่ได้รับรายงานความไม่เรียบร้อยหลังใช้ ก.ม.ประมงใหม่
 
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการบังคับใช้กฎหมายประมงใหม่ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานความไม่เรียบร้อยแต่อย่างใด สื่อก็ต้องช่วยดูด้วยว่าสิ่งที่ทำนั้นทำตามข้อกฎหมายหรือไม่ ถ้าไปเขียนว่ามันเดือดร้อน ไม่มีสินค้าประมงบริโภควันนี้ดีกว่าไม่มีวันข้างหน้า แล้วถ้าวันข้างหน้าไม่ผ่านการประเมินจะทำอย่างไร มูลค่าธุรกิจเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้ง 2 แสนกว่าล้านบาท ถ้าหายไปทั้งหมดจะทำอย่างไร ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน รัฐบาลก็จะดูแลในทุกมิติ แต่ในส่วนของผู้ประกอบการก็ต้องร่วมมือด้วย จะให้ผ่อนผันไปถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้กำลังหามาตรการว่าจะดูแลคนที่มีอาชีพเหล่านี้อย่างไร ซึ่งคนที่เดือดร้อน คือ ลูกเรือและชาวประมง จึงต้องดูแล แต่จะดูแลได้แค่ไหนกำลังดูอยู่ แต่ถ้ากดดันมาก ขอให้ชะลอ แล้วถ้าไม่ผ่านประเมินจะรับผิดชอบด้วยกันหรือไม่ สินค้า 2 แสนกว่าล้านบาทที่ขายทั้งโลกไม่ได้ก็เท่ากับเรือประมงทั้งหมดไม่สามารถออกทำมาหากินได้ วันนี้อันไหนที่ถูกก็สามารถออกได้ อย่ามาประท้วง อย่าขุดคุ้ยให้เป็นเรื่อง
 
 
 
แจงทูตสวิส ยันไทยยึดมั่นในหลัก ปชต. เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง
 
 
                     พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง นางคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ (Christine Schraner Burgener) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ในโอกาสพ้นจากหน้าที่วันนี้ (1 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า นางคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ กล่าวว่า ยินดีที่มีโอกาสได้พบ และแสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ ของเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ตลอดกว่า 6 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างประเทศ ทั้งนี้มีความยินดีที่สมาพันธรัฐสวิส เสนอแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคมาเป็นเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทยคนใหม่
 
                     รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยและสมาพันธรัฐสวิสว่า มีความแน่นแฟ้นเป็นพิเศษมายาวนาน โดยได้ขอบคุณที่สมาพันธรัฐสวิส จัดนิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์ พระบรมวงศานุวงศ์ ระหว่างประทับ ณ เมืองโลซานน์ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 80 ปี ที่พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จเยือนสมาพันธรัฐสวิส เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ หวังว่าทั้ง 2 ประเทศ จะดำเนินความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกันต่อไป
 
                     พล.ต.วีระชน กล่าวต่อว่า ส่วนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจนั้น ทั้ง 2 ฝ่าย ยินดีที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดำเนินไปในทางที่ดีมาก โดยนายกรัฐมนตรี ยินดีที่บริษัทในประเทศสวิส เลือกเข้ามาลงทุนในไทย รวมทั้งไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสวิส และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทยพร้อมดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวจากทุกชาติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอการสนับสนุนจากสวิส ในการเริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี ในโอกาสแรก ซึ่งการเจรจาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนของทั้ง 2 ประเทศ โดยอาจหารือในระดับคณะทำงานกลุ่มเล็กก่อน นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้กล่าวพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ
 
                     รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองของไทยนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย และกำลังดำเนินการตามแผนโรดแม็พ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก นายกรัฐมนตรี ในนามหัวหน้ารัฐบาลไทยกล่าวขอบคุณ รัฐบาลสมาพันธรัฐสวิสที่แสดงความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการปรองดอง และการปฏิรูปการเมืองในไทยมาโดยตลอด รวมทั้งยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในงานเสวนาวิชาการ
 
                     ในตอนท้าย เอกอัครราชทูตสวิส ขอบคุณในมิตรภาพและการดูแลที่ดีจากรัฐบาลไทย จากการอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 6 ปี มีความเข้าใจและเห็นพัฒนาการเมืองของไทยมาโดยตลอด ซึ่งสวิสพร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปและแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ โดยภายหลังเกษียณจะกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้งเพราะที่นี้คือบ้านหลังที่สอง

 

สั่ง ก.เกษตร ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-กลุ่มเมฆ

 
                     พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้าติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ และกลุ่มเมฆในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหากมีความเหมาะสมต่อการลงมือปฏิบัติการฝนเทียม ก็ให้ดำเนินการได้ทันที เพื่อช่วยเหลือดูแลพี่น้องเกษตรกรที่กำลังจะเริ่มการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ขณะนี้สถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนในหลายพื้นที่มีทิศทางที่ดีขึ้น นายกรัฐมนตรีฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยฝนหลวงทุกท่านที่ทำงานกันอย่างหนักในช่วงนี้ และขอให้การกระจายฝูงบินไปตามพื้นที่ต่างๆ ดูความเหมาะสมและประโยชน์ที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรมากที่สุด ทุกหน่วยต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่ง และให้รวมหน่วยฝนหลวงในส่วนของกองทัพเข้าสู่ปฏิบัติการด้วยตามความเหมาะสม
 
 
 
แนะเยาวชนไทยในออสเตรเลีย ต้องภูมิใจในความเป็นไทย
 
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทคณะเยาวชนไทยและผู้ปกครองในโครงการเยาวชนไทยในออสเตรเลียคืนแผ่นดินแม่ครั้งที่ 5 ว่า ยินดีที่เห็นสายเลือดไทยจากต่างประเทศได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ซึ่งเราต้องภูมิใจในความเป็นไทย และภูมิใจในความเป็นออสเตรเลียด้วย ซึ่งถือว่าได้เปรียบคนอื่นที่มี 2 สายเลือดในตัว ดังนั้นจะต้องเป็นคนที่ฉลาด เก่ง ให้เป็นที่ยอมรับ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความดี ซึ่งประเทศไทยมีทั้งศาสนาและวัฒนธรรมที่เป็นเบ้าหลอมทำให้คนไทยเป็นคนละเอียดอ่อน แต่บางครั้งก็ละเอียดมากเกินไปทำให้เกิดความขัดแย้งกันบ้าง วันนี้ประเทศไทย และออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาล ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง การฝึกร่วมทหาร เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคมและจิตวิทยา รวมทั้งการท่องเที่ยว ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แม้เราจะมีปัญหาอยู่บ้างก็ตาม ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องทำให้ประเทศมีหน้ามีตา มีศักยภาพ สามารถทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ได้ ที่ผ่านมามีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเรากำลังแก้ แต่ก็ต้องขอโทษที่ต้องมายืนตรงนี้ อาจจะเข้าใจกันบ้างหรือไม่เข้าใจกันบ้าง ทำให้บางคนพอใจ บางคนก็ไม่สบายใจ อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราจะต้องเอาวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับนับถืออย่างแท้จริงและยั่งยืน วันนี้โลกมีปัญหาความขัดแย้งกันมากขึ้นจึงต้องแก้ด้วยความรัก ความสามัคคี เราคือคนรุ่นใหม่ในอนาคตจะต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีก จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราในวันนี้ที่ต้องแก้ปัญหาต่างๆ ให้ได้ เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกันในวันข้างหน้า
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้อยากให้ทุกคนภูมิใจในการที่เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ เด็กอาจจะยังไม่รู้ แต่คนที่เป็นพ่อแม่ต้องรู้ เว้นแต่คนที่ไม่มีสำนึก เพราะหลายๆ อย่างเริ่มต้นจากสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น วันนี้ที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยก็มีการเริ่มต้นเตรียมการตั้งแต่พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 วันนี้เราจึงต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์ เพราะถ้าเราไม่รู้ประวัติศาสตร์เราก็ไม่รู้ว่าจะรักชาติไทยได้อย่างไร ทุกประเทศจึงพยายามสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเอง วันนี้ถือว่าเรามาเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ แต่สังคมไทยอาจจะลำบากตรงที่เรามีระเบียบวินัย มีผู้เล็กผู้ใหญ่ ไม่เหมือนกับประเทศตะวันตก แต่ก็มีสิ่งที่ดีที่คนไทยจะเลี้ยงพ่อแม่ไปจนแก่ตายจากกัน ขอให้ทุกคนดูแลพ่อแม่ให้ดี และอยู่บนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และขอให้นำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปขับเคลื่อนในเวทีต่างประเทศด้วย วันนี้ตนได้พบทูตหลายประเทศและได้บอกว่าประเทศไทยมียุทธศาสตร์คือเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนา ทั้งนี้ ตนเข้ามาอยู่ตรงนี้ก็เพื่อปลดล็อกประเทศไทยซึ่งมีปัญหามานานกว่า 10 ปี และก็ยอมรับว่าตนเข้ามาด้วยวิธีไหน แต่ขอให้มองในมุมที่ว่าตนเข้ามาทำเพื่ออะไร วันนี้จึงขอฝากให้ระมัดระวังเรื่องในโซเชียลมีเดียที่ยังไม่ได้มีการใคร่ครวญอย่างดีไว้ก่อน และต้องมีสติและคิดอย่างมีเหตุผล รัฐบาลพยายามสร้างความยั่งยืนให้ทุกคนมีความภูมิใจในประเทศแม่ของเขา พยายามทำทุกอย่างให้กลับไปสู่ที่ที่ทุกคนยอมรับ ในเรื่องของการมีวัฒนธรรมที่ดีและบ้านเมืองสงบ ที่ผ่านมาการเมืองประชาธิปไตยมีปัญหา ยังไม่แข็งแรงเพียงพอ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คนรุ่นใหม่ต้องสืบสานต่อกัน ไม่ใช่คนรุ่นหลังมาทำร้ายคนรุ่นแรก ทำลายประวัติศาสตร์ ทำลายสถาบัน ทำไม่ได้ เพราะเราต้องคิดว่าถ้าไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มีสถาบัน ก็ไม่เกิดวันนี้ขึ้น ประวัติศาสตร์จะสอนเรา และเราจะต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตที่ดี
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้โลกกำหนดด้วยประชาคมประชาธิปไตย ตนก็ไม่ได้ไปฝืนประชาธิปไตย แต่อยากให้ประเทศไทยเข้มแข็งเหมือนเขาเป็น ตนก็ได้ชี้แจงกับประเทศต่างๆ ว่าตนไม่ได้ฝืนประชาธิปไตยโลก แต่ขอเวลาให้ประเทศไทยมีความพร้อม อย่าลืมไปบอกทุกประเทศด้วยว่า จะประเทศใหญ่แค่ไหนก็ผ่านมาหมดแล้ว สู้กันมาแล้ว มากกว่านี้อีกประเทศเทศไทยไม่ตายซักคน ตนมาควบคุมอำนาจตรงนี้ก็ไม่มีใครตายซักคน แต่ต้องใช้กฎหมายเพื่อให้สถานการณ์สงบ ตนไม่ต้องการจะอยู่นานเพื่อตัวเอง แต่เพื่อลูกหลานเราก็ขอให้เข้าใจตนด้วย เรื่องนักศึกษาตนก็กำลังหาทางอยู่ว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจ เมื่อวันนี้เราต้องใช้กฎหมายก็ต้องใช้ ไม่อย่างนั้นก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ ปฏิรูปไม่ได้จะทำอย่างไร เสียเวลาเปล่า เห็นว่าตอนนี้ก็ดำเนินการตามโรดแม็พทุกประการ ถ้ารัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อไหร่ก็เลือกตั้ง มันติดตรงนี้ ถ้ายังไม่เสร็จก็เลือกตั้งไม่ได้ ตนไม่ได้ดึงว่าจะต้องเลือกตั้งให้ช้าลง อยู่นานตนก็ไม่ได้มีความสุข ความทุกข์ของตนก็มากขึ้นๆ ซึ่งตนห่วงใยและรู้ทุกปัญหาที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้ ออสเตรเลียทำได้ แต่ประเทศไทยทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ผ่านมาตนได้คุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย ก็มีการคุยกันว่าเห็นใจและเข้าใจทุกอย่าง และห่วงใยเรื่องการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยต่างๆ ซึ่งตนบอกว่าอย่าห่วงตนเลย จะทำให้ดีที่สุด ท่านก็ให้กำลังใจ และได้พูดอย่างเปิดเผย โดยไม่มีวาระซ้อนเร้น ขอให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจให้กับประเทศไทยบ้าง วันนี้ตนต้องดูแลคนไทยทั้ง 70 ล้านคน ไม่ได้ดูแลเฉพาะสีใดสีหนึ่ง ไม่ต้องการให้มีสี ขอให้มีเพียงสีธงชาติ ดูแลทุกสี ทำงานทุกอย่างเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน