
ข้อห้ามรับประทานสมุนไพรที่มีไฟโตเอสโทรเจน
03 ก.ค. 2558
ศุกร์กับเซ็กส์ : ข้อห้ามรับประทานสมุนไพรที่มีไฟโตเอสโทรเจน : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข ([email protected])
ถาม คุณหมอค่ะหนูได้ดูจากเว็บไซต์ต่างๆ หมอบางท่านบอกว่า เป็นเนื้องอกมดลูกสามารถรับประทานว่านชักมดลูกได้, หมอบางท่านก็บอกว่ารับประทานไม่ได้ ตกลงว่านชักมดลูกนี่เป็นเนื้องอกรับประทานได้หรือไม่คะ เพราะอยากมีลูกและคิดว่ามดลูกคงไม่สมบูรณ์ จึงอยากจะลองรับประทานเพื่อปรับมดลูก กรุณาไขข้อสงสัยด้วย ขอบพระคุณมากค่ะ
ตอบ ความกลัวว่า มดลูกไม่ดี เป็นความกลัวที่ซ่อนเร้นในจิตใจของผู้หญิงจำนวนมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สมุนไพรที่มีส่วนประกอบสารเคมีเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ที่เรียกว่าไฟโตเอสโทรเจน ขายดิบขายดี ยอดขายเป็นหลายพันล้านต่อปี เช่น กาวเครือ ว่านชักมดลูก ตังกุย โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ฯลฯ
โดยสมุนไพรที่มีไฟโตเอสโทรเจนเหล่านี้จะโฆษณาว่า กระชับมดลูก กระชับช่องคลอด ขับประจำเดือน ทำให้มีลูกง่าย ซึ่งแล้วแต่การตีความ เพราะสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิง จะสามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆ ของเพศหญิงที่ไวต่อฮอร์โมน ทำให้เต้านมขยายตัว รังไขโตขึ้นมีถุงน้ำเกิดขึ้น เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นจึงมีประจำเดือนมามากขึ้น กล้ามเนื้อมดลูกหนาทำให้มดลูกโตขึ้น ปากมดลูกขยายประจำเดือนไหลออกมาได้ดีขึ้น ช่องคลอดหนา ตัวมีน้ำหล่อลื่นมากขึ้น ในคนที่ไม่มีโรค กินสมุนไพรไม่มาก ไม่กินต่อเนื่อง (ไม่นานเกิน 1 สัปดาห์) ผลที่เกิดขึ้นจะอยู่ชั่วคราว กลับมาสู่ปกติได้ แต่หากกินต่อเนื่อง จำนวนมาก เวลานาน หรือกินในคนที่มีโรคต้องห้าม อาจจะเกิดโรคของเต้านม มดลูก รังไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด หลอดเลือด ฯลฯ สำหรับเรื่องมีลูกง่าย สมุนไพรที่มีไฟโตเอสโทรเจนไม่สามารถช่วยให้มีลูกง่ายได้โดยตรง แต่อาจจะช่วยทางอ้อม เช่น ช่วยด้านจิตใจ ทำให้สบายใจ คลายเครียด มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งขึ้น
ไฟโตเอสโทรเจนนั้น พบในพืชผักกว่า 300 ชนิด แต่ส่วนใหญ่มีฮอร์โมนเพศหญิงไม่มาก หากกินเป็นอาหาร ในคนที่ไม่มีข้อห้าม ไม่ค่อยมีอันตราย และอาจจะลดการเกิดโรคของเต้านม มดลูก รังไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด เพราะเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดอ่อนไปแย่งจับฮอร์โมนเพศหญิงจำนวนสูงในร่างกายกับเซลล์ที่รับฮอร์โมนเพศหญิง แต่หากรับประทานในรูปยาสำเร็จรูป ซึ่งได้มาจากการสกัด ตำ บด หรือเข้มข้นอาจทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนมาก จนเกิดอันตราย
ห้ามรับประทานไฟโตเอสโทรเจนเพราะจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในคนที่มีโรคดังต่อไปนี้
1. เป็นโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง เต้านม โพรงมดลูก รังไข่ ปากมดลูก
2. เป็นโรคหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดอุดตันที่หัวใจ, ที่สมอง, ที่หลอดเลือดดำ
3. เป็นโรคตับ เช่นตับอักเสบ ตับแข็ง มีค่าเอ็นไซม์ตับผิดปกติ
4. เป็นโรคมดลูก เช่นเนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลุกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์
5. เป็นโรครังไข่ เช่น ซีสต์รังไข่ เนื้องอกรังไข่
6. เป็นโรคหัวใจ เช่นลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจวาย ความดันโลหิตสูงมาก
7. เป็นไมเกรน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
8. เป็นโรคภูมิแพ้ร่างกาย เช่นภูมิแพ้เอสแอลอี
9. เป็นคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ เพราะจะเกิดหลอดเลือดอุดตัน



