ข่าว

‘ไชยา มิตรชัย’ย้อนศึก2เจ้าพ่อคาเฟ่แย่งตัว

‘ไชยา มิตรชัย’ย้อนศึก2เจ้าพ่อคาเฟ่แย่งตัว

30 มิ.ย. 2558

‘ไชยา มิตรชัย’ย้อนศึก2เจ้าพ่อคาเฟ่แย่งตัว ด้านการสืบสวนคดีพบหัวกระสุนขนาด.38ในร่าง‘สมยศ’ ตร.สอบคนสนิท‘สมยศ’มีรับสารภาพ

             30มิ.ย.2558 จากเหตุการณ์ที่นายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตผู้บริหารพระราม 9 พลาซ่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต และขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวประเด็นในอดีตเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตนายบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิ์กุล ผู้บริหารวิลลาคาเฟ่ คู่แข่งของพระราม 9 พลาซ่าในสมัยนั้น ถูกยิงเสียชีวิตภายในคอนโดย่ายรามคำแหง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2541ที่ผ่านมา โดยมีการระบุประเด็นคือการแย่งตัว "ไชยา มิตรชัย" พระเอกลิเกและนักแสดงชื่อดัง เพราะทั้ง 2 คาเฟ่ส่งคนไปรับเพื่อให้มาแสดงยังสถานบริการของตัวเองนั้น

             "ไชยา มิตรชัย" พระเอกลิเกและนักแสดงชื่อดัง  กล่าวว่า  ที่ผ่านมาตนเรียกนายสมยศว่า พ่อ  เพราะตนดังขึ้นมาได้เพราะจากเพลง "กระทงหลงทาง" ก็จากคาแฟ่นี้ ส่วนเรื่องอดีตที่มีข่าวว่าสาเหตุที่นายบุญเลี้ยงถูกยิงเสียชีวิตเพราะแย่งตัวตนนั้นเหตุการณ์มันก็นานมาแล้วไม่น่าจะเชื่อมโยงกันได้ โดยตอนนั้นตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ฝ่ายนายสมยศ ไม่อยากให้ตนไปไหน แต่นายบุญเลี้ยงก็อยากให้ตนไปโชว์ที่คาเฟ่

             “ทั้งสองท่านมีบุญคุณกับผมมาก พ่อสมยศก็ได้ตกลงกับทางค่ายเพลงว่า ไม่ให้ผมไปโชว์เพลงที่อื่นตอนนั้นจึงต้องไปเล่นลิเกที่นายบุญเลี้ยงแทนโดยเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เสียน้ำใจทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะไปเล่นลิเกให้นายบุญเลี้ยงนั้นนายบุญเลี้ยงได้มาหาตนที่เวทีลิเกตามที่ต่างๆจนผมก็เห็นใจแต่ทางพ่อสมยศก็ห้ามไม่ให้ร้อง จึงได้บอกนายบุญเลี้ยงว่า ไปเล่นลิเกแทน โดยไม่มีเพลงไปเกี่ยวข้อง ”  "ไชยา  มิตรชัย" กล่าว


พบหัวกระสุนขนาด.38ในร่าง‘สมยศ’


             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 30 มิถุนายน แพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ผ่าชันสูตรศพนายสมยศพบมีรอยถูกยิงเข้าที่หน้าผากขวา 1 นัด แก้มขวา 1 นัด ไหล่ซ้าย 1 นัด และหลังด้านขวา 1 นัด โดยพบหัวกระสุนขนาด .38 มม. ในกะโหลกศีรษะ 1 หัว ในแก้มขวา 1 หัว และบริเวณหลัง 1 หัว ส่วนที่ไหล่ซ้ายมีรอยกระสุนทะลุจากด้านหลังไปด้านหน้า ส่วนสาเหตุการตายเพราะอนุภาพความรุนแรงของกระสุนทำลายสมองและตับ


ตร.สอบคนสนิท‘สมยศ’มีรับสารภาพ

             ที่สน.คลองตัน เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. ได้นำตัวนางก้อยคนสนิทของนายสมยศและเป็นผู้ประสานงานด้านคดีระหว่างนายสมยศและลูกความมาทำการสอบปากคำ โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง โดยพล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า จากการประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้วางแนวทางการสืบสวนได้บีบประเด็นให้แคบลงเหลือเพียง 2 ประเด็น คือประเด็นติดหนี้พนันประมาณ 4 ล้านบาท และประเด็นวิ่งเต้นคดีจำนวน 25 ล้านบาท ส่วนประเด็นความขัดแย้งเรื่องการซื้อ-ขายโฉนดที่ดินของพระราม9คาเฟ่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ

             โดยก่อนหน้านี้ได้นัดนางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยานายสมยศ มาสอบปากคำ แต่เนื่องจากนางรัศมีต้องจัดการเรื่องงานศพ จึงเกรงว่าวันนี้จะไม่สามารถเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีความคืบหน้าด้านคดีไปมากพอสมควรแล้ว โดยจากการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทำให้สามารถสเก็ตช์ภาพใบหน้าคนร้ายได้แล้ว แต่ยังไม่ได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ

             รายงานข่าวระบุอีกว่า นางก้อยกับนายสมยศมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมากเกือบ 20 ปี โดยนางก้อยทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยเคลียร์คดีกรณีพิพาทให้แก่ผู้ตายเมื่อครั้งมีชีวิต ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลกลุ่มบุคคลที่มีความสนิทสนมกับผู้ตายอีก 3 คน ประกอบด้วย นายเล็ก สามีของนางก้อย นายปีเตอร์ และนางเรียม เป็นน้องสาวของนายเล็ก โดยทั้งสามคนรู้จักและสนิทสนมกับนางก้อยเป็นเครือญาติกัน 
 
             ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ปมสังหารโหดเสี่ยคาเฟ่น่าจะเป็นเรื่องกรณีหักหนี้จำนวน 4 ล้านบาท เนื่องจากพบข้อมูลว่า เมื่อปีก่อน ผู้ตายได้เล่นการพนันชนิดเก้าเก กับนางก้อย นายเล็ก นายปีเตอร์ และนางเรียม ที่บ้านของผู้ตาย ต่อมาปรากฏว่าทั้งสี่คนได้ร่วมกันทำไพ่โกง ก่อนถูกนายสมยศจับได้จนไม่พอใจถึงขั้นขู่จะทำร้ายและขู่อุ้ม และให้นำเงิน 4 ล้านบาทมาคืน กระทั่งกลุ่มคู่อริต้องนำโฉนดที่ดินมูลค่ากว่า 4 ล้านบาทมาวางเป็นประกัน ขณะเดียวกันนางเรียมได้ขู่นายสมยศว่าจะหามือปืนมายิงเช่นกัน
 
             รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากยุคคาเฟ่ร่วงโรย พระราม 9 คาเฟ่ของนายสมยศได้ปิดตัวลง แต่ยังคงเหลือกิจการที่นายสมยศเปิดอยู่คือสำนักงานกฎหมาย ซึ่งชุดสืบสวนพบข้อมูลว่าก่อนหน้าที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ได้รับเคลียร์คดีวิ่งเต้นคดียาเสพติด ซึ่งผู้ตายได้รับค่าวิ่งเต้นเป็นจำนวนมหาศาล ประมาณ 25 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าคดีไม่คืบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งปมสังหารในครั้งนี้อีกด้วย