ข่าว

สุขภาพดีบาย‘มิ้งค์’ : ยำพริก

สุขภาพดีบาย‘มิ้งค์’ : ยำพริก

02 ก.ค. 2558

สุขภาพดีบาย ‘มิ้งค์’ ณัฏฐิ์ประภา : ยำพริก

 
        เมืองไทยเป็นเมืองร้อนอาหารเผ็ดรสจัดจ้านจึงเป็นอาหารที่ถูกปากคนไทยมาช้านาน ถ้าคิดดีๆ แล้วนับเป็นภูมิปัญญาไทยโดยแท้จริง เพราะเมื่อรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจะทำให้เหงื่อกาฬแตกเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย สมัยโบราณไม่มีเครื่องปรับอากาศ จึงนับเป็นความปราดเปรื่องของคนไทยอย่างหนึ่งเลย อาหารเผ็ดจะทำให้เราเจริญอาหาร และรู้สึกมีความสุข เพราะสารหลั่งความสุข หรือสารเอ็นดอร์ฟิน และสารแคปไซซิน ที่มีอยู่ในพริกช่วยให้ร่างกายตื่นตัว รู้สึกกระปรี้กระเปร่า จึงไม่แปลกใจเลยที่เมืองไทยได้รับขนานนามว่า สยามเมืองยิ้ม
 
        เป็นข่าวดีของคนชอบรับประทานรสเผ็ดจริงๆ เพราะประโยชน์ของพริกยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ พริกยังอุดมไปด้วยวิตามินซี และช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน จึงมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ พริกนี้จัดเป็นสมุนไพรช่วยชะลอวัยดีๆ นี่เอง สังเกตไหมว่าเมื่อเรารับประทานอาหารรสจัดระบบขับถ่ายของเราจะทำงานได้ดีขึ้น เพราะพริกมีสรรพคุณในการขับของเสียออกจากร่างกาย จึงเป็นอาหารดีท็อกซ์ชั้นเยี่ยม ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในกระเพาะอาหาร ช่วยไม่ให้เมือกที่เสียมาจับตัวกันภายในส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากพริกจะช่วยกำจัดสิ่งที่ไม่ดีแล้วยังจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น
 
        สำหรับผู้ที่รู้สึกเบื่ออาหารพริกจะทำให้รู้สึกอยากรับประทานมากขึ้น และเพิ่มการสร้างภูมิต้านทาน รวมถึงช่วยบรรเทาอาการหวัดอีกด้วย บรรยายสรรพคุณของพริกกันขนาดนี้ คงจะต้องทำเมนูพริกซะแล้ว ฟังดูเหมือนกับเผ็ดแน่ๆ เพราะมองดูในถ้วยแล้วมีแต่พริก แต่รับรองว่าสูตรนี้ทั้งคนที่ชอบเผ็ด และไม่ชอบอาหารรสเผ็ดก็จะต้องติดใจ เพราะเห็นมีพริกทั้งถ้วยแบบนี้ แต่รับรองว่ารับประทานได้ง่ายไม่เผ็ดอย่างที่คิดแน่นอน
 
        มิ้งค์นำ "ยำพริก" สูตรโบราณจากบ้านคุณยายมาฝากผู้อ่าน เป็นอาหารคลายร้อนที่ทำกันมาหลายชั่วคน สูตรนี้ใช้พริกชี้ฟ้าทั้งสีเขียว และสีแดง เพื่อความสวยงามน่ารับประทาน ที่สำคัญคือ พริกชี้ฟ้ารสจะไม่เผ็ดจนเกินไป สำหรับส่วนผสมอย่างอื่นก็เป็นพื้นฐานในการทำยำอยู่แล้ว ได้แก่ หอมแดง น้ำส้มสายชู น้ำปลา และน้ำตาล ความยากของเมนูอยู่ที่ความพิถีพิถันในการเตรียมพริก โดยตามสูตรโบราณจะต้องนำพริกชี้ฟ้าไปตากแดด 1 แดด เสียก่อนเพื่อให้พริกนิ่มลง และต้องคอยดูไม่ให้พริกเหี่ยว หรือมีรอยไหม้จนเกินไป จากนั้นนำไปย่างบนเตาถ่านจนผิวพริกมีสีดำปน พริกไปแช่น้ำอุณหภูมิห้อง รอให้ความร้อนระเหยออกไปเสียหน่อยแล้วใช้มือลอกผิวที่ไหม้ออก ไม่ต้องถึงกับหมดก็ได้ และฉีกพริกออกเป็นเส้นตามยาว พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
 
        การนำพริกไปตากกับแสงแดดในสมัยนี้อาจจะไม่สะดวกสำหรับหลายๆ คน เราสามารถนำพริกไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที เอาน้ำมันมะกอกทาเสียหน่อย พริกจะได้ไม่ไหม้เมื่อโดนความร้อนในเตาอบ ความยากอยู่ที่การเตรียมพริกชี้ฟ้าที่จะต้องพิถีพิถันเสียหน่อย ขั้นตอนที่เหลือนั้นเหมือนกันปรุงรสยำทั่วไป ใส่หอมแดงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิต และช่วยบำรุงหัวใจ ต่อด้วยน้ำส้มสายชู น้ำปลา มะนาว และน้ำตาล ปรุงรสตามชอบได้เลย แต่ถ้าใครยังคิดว่ารสชาติจัดจ้านไม่พอก็เพิ่มพริกขี้หนูสดลงไปได้ เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้วอย่าลืมจดสูตรไว้ จะได้ทำเลี้ยงครอบครัว และเพื่อนๆ ในครั้งต่อไป เป็นการแบ่งปันความอร่อยที่อุดมไปด้วยประโยชน์ ตั้งโต๊ะไว้รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นเครื่องเคียงกับปลาย่าง หรือแหนมก็อร่อยทีเดียว แล้ววันหน้ามิ้งค์จะหาสูตรโบราณมาอ่านผู้อ่านอีกค่ะ
 
        พูคคุยหรือเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ กับ “มิ้งค์” ได้นะคะ ที่ [email protected] หรือไลน์ natprapa_ch