
ฝ่าภัยไข้หวัดใหญ่ 2009
ในวงการแพทย์เรียกไวรัสว่า เป็นนักย่องเบา และเป็นโจรสลัดทางชีววิทยา ด้วยธรรมชาติของมัน จะจู่โจมอย่างเงียบๆ และมักแฝงไว้ด้วยความดุดันอันตรายอยู่เสมอ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ปัจจุบันก็มีเค้าว่าจะเป็นอย่างที่กล่าวนี้
เมืองไทยเราขณะที่เขียนนี้มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนี้อย่างเป็นทางการมากกว่า 4 พันคนแล้วใน 72 จังหวัด ตายแล้ว 24 คน ในระยะหลังนี้ตายกันเป็นรายวันก็ว่าได้ จนคนไทยที่ปกติเป็นคนรักสนุกเริ่มจะวิตกทุกข์ร้อน
เมื่อคืนของวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงได้เห็นรัฐบาลระดมนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขออกทีวีช่อง 11 ในชื่อรายการว่า “ฝ่าภัยไข้หวัดใหญ่ 2009” ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ต่างก็ช่วยกันชี้แจงบอกคนไทยทั่วไปมิให้ตื่นตระหนกจนเกินจริง
รัฐบาลและหมอพยายามจะบอกว่า โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้จะยังอยู่กับคนไทยและโลกนี้ไปอีกนาน 2-3 ปี จะมีผู้ติดเชื้อนี้เพิ่มมากขึ้นนับเป็นล้านและแน่นอนต้องยอมรับความจริงว่า จะต้องมีคนตายเพิ่มขึ้นอีก
ทุกประเทศในโลกนี้ต่างก็ยอมรับความจริงแล้วว่า ไม่อาจที่จะระงับยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสตัวนี้ได้ มีแต่การป้องกันและรับมือกับมันอย่างรัดกุมเท่านั้น ที่จะทำให้มันชะลอตัวและล่าถอยไปในที่สุด
ไวรัสนี้มีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าหากว่าไม่มีพาหะหรือไม่เข้าไปทางปากจมูกตาใครแล้ว มันก็จะแห้งตายไปและหายไปในวันหนึ่ง
เรื่องที่รัฐบาลและหมอพยายามจะบอกทางทีวีในคืนนั้น ก็คือว่าประชาชนในทุกเพศทุกวัยมีโอกาสที่จะติดเชื้อเป็นไข้หวัดพันธุ์ใหม่นี้ได้ทุกคนเท่ากัน ดังนั้นใครที่เป็นแล้วก็ขอให้กินยาพักผ่อนอยู่กับบ้าน อย่าได้ไปแพร่เชื้อต่อที่ไหนอีก
คนป่วยต้องอยู่กับบ้านอย่าได้ออกไปไหน
ด้วยไข้หวัดนี้แม้ว่าจะมีการแพร่เชื้อได้อย่างมีความเร็วสูง แต่ความดุดันรุนแรงในการคร่าชีวิตคนนั้น ก็หาได้น่ากลัวเท่ากับหวัดนกไม่ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ถ้าจะกล่าวไปแล้วก็เท่ากับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเท่านั้น ให้กินยาพักผ่อนมากๆ ก็จะหาย
สำหรับพวกกลุ่มเสี่ยงคือ พวกที่มีโรคประจำตัวอย่างตับ ไต หัวใจ ปอด เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน มีภูมิคุ้มกันบกพร่องกับหญิงมีครรภ์ เด็กและคนแก่ เป็นต้น กลุ่มนี้ติดเชื้อแล้วอันตรายอาจถึงชีวิต เป็นแล้ว ต้องรีบไปหาหมอ
สรุปแล้วรัฐบาลและหมอพยายามที่จะบอกว่า การป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพตัวเองของประชาชนนั่นแหละเป็นสำคัญที่สุด ถ้าหากว่าประชาชนไม่ร่วมมือแม้แต่ในด้านความปลอดภัยในสังคม ตนเองแล้ว ก็ยากที่จะรับมือต่อกรกับไข้หวัดใหญ่นี้ได้
ประชาชนจะให้ความร่วมมือมากสักขนาดไหนไม่ทราบ แต่สำหรับทีวีแล้ว ผมเห็นมีอยู่ 2 ช่องเท่านั้น คือช่อง 11 กับช่องทีพีบีเอส นอกนั้นก็ (น่าอนาถ) ยังเล่นละครสนุกสนานกันอยู่เหมือนเดิมครับ



