
เอเชียเผชิญฝนฟ้าคะนองพร้อมกันในหลายประเทศ
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองพัดกระหน่ำในหลายประเทศในเอเชียตะวันออก ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 10 ราย
ที่ญี่ปุ่น นายมาซาฟูมิ ยามาซากิ โฆษกตำรวจฮอกไกโด แถลงเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) ว่า มีนักปีนเขาชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 10 ราย ขณะพายุฝนพัดกระหน่ำในแถบภูเขาสองแห่งบนเกาะฮอกไกโด ทางเหนือของประเทศ โดย 9 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตขณะปีนเขาโทมูระอูชิ ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้มีการเสียชีวิตหมู่มากผิดปกติบนภูเขาที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,100 เมตรแห่งนี้ ส่วนอีกคนเสียชีวิตขณะปีนเขาอีกลูกหนึ่ง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน และอย่างน้อย 6 คน มีสาเหตุจากอาการไฮโปเทอร์เมีย หรือหนาวตาย ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่าสภาพอากาศบนยอดเขาโทมูระอูชิเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) เลวร้าย จากพายุฝนซึ่งทำให้อุณหภูมิบนยอดเขาลดลงต่ำกว่าปกติ
ที่เกาหลีใต้ สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติ แถลงเมื่อวันศุกร์ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ไร้ที่อยู่อาศัยอีกหลายพันคน หลังจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มพื้นที่ทางใต้ของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้น้ำท่วมดินถล่มในหลายพื้นที่ในเมืองปูซาน เมืองใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะที่เมืองปูซานมีฝนตกหนักถึง 266.5 มิลลิเมตร ทำให้มีบ้านเรือนในเขตตัวเมืองถูกน้ำท่วม 635 หลัง และนอกเขตเมืองอีกกว่า 1,200 หลัง
ขณะเดียวกันทางการฟิลิปปินส์ต้องสั่งปิดหน่วยงานราชการ ตลาดหุ้น และโรงเรียนในกรุงมะนิลาและเขตโดยรอบในวันศุกร์ หลังถูกพายุฝนที่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดกระหน่ำตลอดทั้งคืนวันพฤหัสบดีทำให้มีน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง รัฐบาลยังขอให้บริษัทเอกชนปิดทำการด้วยรายงานระบุว่าชาวมะนิลาต้องเดินลุยน้ำครำถึงหัวเข่าเพื่อไปทำงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่าระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและยังไม่ทราบว่าจะกินเวลานานเท่าไหร่ ขณะที่ทางการประกาศเตือนภัยพายุระดับ 2 จากทั้งหมด 3 ระดับให้พื้นที่ทางเหนือของประเทศเกือบทั้งหมด
ส่วนที่ไต้หวัน ทางการได้ประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อนโมเลฟ ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของเกาะราว 410 กิโลเมตร ด้วยความเร็วลม 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ทางใต้ของเกาะไต้หวันตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันศุกร์



