ข่าว

‘นายกฯ’ประชุมครม.สัญจรเชียงใหม่

‘นายกฯ’ประชุมครม.สัญจรเชียงใหม่

30 มิ.ย. 2558

‘นายกฯ’ ประชุมครม.สัญจรเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่รปภ.เข้มงวด เปิดประตู6ให้ร้องเรียน สศช.ชงทำเอ็มโอยูไทย-เมียนมาและญี่ปุ่นความร่วมมือเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย

 
           30 มิ.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ เวลา 09.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 /2558 หรือ ครม.สัญจร ที่ศูนย์ประชาชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหารในการดูแลความปลอดภัยทั้งในบริเวณศูนย์ประชุมและโดยรอบนอกของศูนย์ประชุม มีการตรวจตรารถทุกคันที่เข้า-ออก และอนุญาตให้บุคคลที่มีบัตรอนุญาตเข้ามาภายในศูนย์ประชุมเท่านั้น หรือแม้ว่าจะมีบัตรก็ผ่านเครื่องสแกนหาวัตถุต้องสงสัยก่อนเข้าอาคารศูนย์ประชุม อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดสถานที่เพื่อรองรับกลุ่มประชาชนและมวลชนที่ต้องการมายื่นข้อร้องเรียนกับรัฐบาลไว้ที่ประตูทางเข้าประตูที่ 6 ของศูนย์ประชุมฯด้วย
 
           ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งกำกับดูแลศูนย์ประชุมฯระบุว่า ในการเดินทางมาประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ทางสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ ได้ใช้งบประมาณ 2 ล้านบาท ในการปรับปรุงซ่อมแซม ทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์สถานที่ทั้งภายนอกภายในศูนย์ประชุมฯกว่า 100 รายการ อาทิ หลอดไฟ หลังคา ปรับปรุงพื้นผิวถนนบางส่วนและล้างทำความสะอาดลานน้ำพุหน้าศูนย์ประชุม เพื่อรองรับการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้
 
           และสำหรับวาระในการประชุมครม.สัญจรที่หน่วยงานและกระทรวงต่างๆเสนอผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อบรรจุเป็นวาระในการประชุม โดยวาระที่น่าสนใจ อาทิ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ส่วนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ขออนุมัติลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงสามฝ่ายระหว่างไทย-เมียนมาและญี่ปุ่นเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างยุทธศาสตร์กรุงโตเกียวค.ศ. 2015 เพื่อความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น
 
           กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่...) พ.ศ... การฟื้นฟูกิจการ ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว(ฉบับที่...) พ.ศ...
 
           กระทรวงการคลัง เสนอ ร่างกฎกระทรวงฉบับที่...(พ.ศ...) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้กลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการพ.ศ. 2494และ พ.ศ.2557
 
           กระทรวงคมนาคม เสนอขอความเห็นชอบในการดำเนินการจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ
 
           กระทรวงวัฒนธรรมเสนอการจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันด้านพิพิธภัณฑ์ศึกษาและการออกแบบนิทรรศการระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมไทยกับกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐเปรู และความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูว่าด้วยความร่วมมือในด้านการคุ้มครอง การอนุรักษ์ การติดตามคืนและการส่งคืนซึ่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรม โบราณคดี ศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ถูกปล้น โจรกรรม ส่งออกหรือถ่ายโอนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
 
           กระทรวงสาธารณสุข เสนอการลงนามในข้อตกลงการดำเนินงานกับกองทุนโลก(The Gobal Fund) สำหรับโครงการยุติปัญหาเอดส์และหยุดยั้งวัณโรค พ.ศ. 2558-2559
 
 
‘นายกฯ’ สั่งสมาคมกีฬาเปิดสาขาในภูมิภาค
 
 
           เมื่อเวลา 14.05 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.สัญจรครั้งที่2/2558ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภและสั่งการในที่ประชุมครม.ถึงกระทรวงเที่ยวและกีฬาที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่รายงานตัวเลขการท่องเที่ยวโดยยืนยันเป้าหมายว่าปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประเทศไทย 28.8 ล้านคน และเป้ารายได้จำนวน 2.2 ล้านล้านบาท นั้นยังมั่นใจ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวไปถึงเรื่องของกีฬาที่พบว่า ปัจจุบันกีฬาไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนาชาติ แต่ต่างจากสมัยก่อนที่กีฬาของไทยเก่งกีฬาประเภทบุคคลมากกว่าประเภททีม แต่วันนี้กลับสวนทางกว่าอดีตที่ประสบความสำเร็จในประเภททีมมากกว่า กีฬาประเภทบุคคล นายกรัฐมนตรี จึงให้แนวทางว่าสมาคมกีฬาส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ส่วนกลาง คือ กทม.และปริมณฑล ดังนั้นควรจัดตั้งสาขาของสมาคมกีฬาในพื้นที่ภูมิภาคให้เกิดการคัดเลือกนักกีฬาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำนักกีฬาภูมิภาคกับส่วนกลางมาแข่งกันเพื่อเป็นทีมชาติต่อไป ซึ่งเรื่องนี้นางกอบกาญจน์รับไปดำเนินการ
 
 
‘นายกฯ’ สั่งกระทรวงพาณิชย์จัดงานไทยเฟคที่เชียงใหม่
 
 
           เมื่อเวลา 14.05 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.สัญจรครั้งที่ 2/2558 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภและสั่งการ ในที่ประชุมครม.ถึงกระทรวงพาณิชย์ ที่ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดการแสดงสินค้าอาหารไทยเฟค - เวิล์ด ออฟ ฟู้ด เอเชีย ซึ่งนายกฯเดินทางไปดูงานดังกล่าวก็พบว่า เป็นความสำเร็จมีผู้สนใจจำนวนมาก ดังนั้น วันนี้นายกฯจึงสั่งการให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ นำไปจัดงานดังกล่าวในภูมิภาคด้วย เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของรายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในท้องถิ่นตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ประมาณปลาย ก.ค.นี้ จะจัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และรับปากว่า จะจัดที่เชียงใหม่ ในช่วงปลายเดือนส.ค.ด้วย และยืนยันว่า จะจัดในทุกภูมิภาคให้ครบ
 
 
‘นายกฯ’ สั่งอาชีวประสานความมั่นคงดูแลความปลอดภัยนักเรียน
 
 
           เมื่อเวลา 14.05 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.สัญจรครั้งที่ 2/2558 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภและสั่งการ ในที่ประชุมครม.เกี่ยวกับกับการศึกษาของนักเรียนอาชีวะ ที่พบว่าช่วงที่ผ่านมารัฐบาลให้ความ สำคัญกับการเรียนอาชีวมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์กับยุคสมัยโดยอาศัยโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหลักสูตร เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด เมื่อเรียนจบแล้วต้องมีงานทำและมีทักษะ และให้มีการไปจุดประกายให้กับนักเรียนมัธยมด้วย และนอกจากนี้ นายกฯไปพบรายงานสื่อมวลชนสำนักหนึ่งพบว่า นักอาชีวมีชีวิตที่ลำบาก ต้องแต่งกายมอซออกจากบ้าน เดินทางไปเรียนแบบหลบ ๆ ซ่อนๆ เมื่อถึงโรงเรียนก็ต้องเปลี่ยนชุดนักเรียน เพื่อเข้าโรงเรียน และเมื่อเลิกเรียน ก็ต้องส่งอาจารย์ไปดูต้นทางว่าปลอดภัย หรือไม่แล้วจึงกลับบ้านเปลี่ยนชุดใส่ชุดมอซอกลับบ้าน
 
           “นายกฯบอกว่าเป็นแบบนี้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลพยายามพัฒนาหลักสูตร แต่ชีวิตของเขาน่าสงสารปล่อยไม่ได้ จึงมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาไปประสานกับฝ่ายความมั่นคงว่าต้องทำให้นักเรียนอาชีวปลอดภัย และเกิดเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไม่แยกสถาบัน เพื่อให้เขามีความมั่นใจในการเข้ามาเรียน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า
 
 
‘นายกฯ’ ร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงที่ญี่ปุ่น 2-7 ก.ค.นี้
 
 
           พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 - 4 กรกฎาคมนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง (Mekong - Japan Summit) ครั้งที่ 7 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีผู้นำประเทศในกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงประเทศญี่ปุ่นและไทยที่เข้าร่วมในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาลุ่มน้ำโขง โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และลดช่องว่างเพื่อการพัฒนาในอาเซียนและ จะมีหารือเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำและการพัฒนาในด้านที่เกี่ยวข้อง
 
           นายธนะศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิ์อากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น จากนั้นจะมีการการหารือทวิภาคีร่วมกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ขณะที่ตนเองนั้น มีกำหนดการพบกับ นายฟุมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และจะพบนักธุรกิจและภาคเอกชนของญี่ปุ่นด้วย
         
           ในการหารือทวิภาคีจะมีเรื่องสำคัญ ๆ ได้แก่ การหารือและสานต่อความร่วมมือในโครงการความร่วมมือก่อสร้างรถไฟทางคู่ และการนำเข้าสินค้าเกษตรที่คั่งค้างอยู่ อาทิ การส่งออกมะม่วงไปยังญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้ไทยจะใช้โอกาสดังกล่าวหารือความร่วมมือไตรภาคีเรื่องความร่วมมือท่าเรือน้ำลึกทวาย ระหว่าง ไทย ญี่ปุ่น เมียนมาร์ โดยไทยจะผลักดันให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร้รอยต่อ ตลอดจนรับมือกับประเด็นท้าทายที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเช่น ภัยภิบัติ โดยภายหลังหารือ จะมีการลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงค์ (MOI) ร่วมกันด้วย