เหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าพ่อคาเฟ่ชื่อดังรายนี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน พ.ต.ท.กู้เกียรติ จันทร์พุ่ม พงส.สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในลานจอดรถร้านอาหาร เฮงหูฉลาม ที่ตั้งเลขที่ 115 ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถ เจ้าหน้าที่พบศพนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 495 ซอยพระรามเก้า 49 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. สภาพนอนหงายจมกองเลือดถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 2 นัด เข้าที่กลางศีรษะ 1 นัด และหัวไหล่ข้างซ้าย 1 นัด สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตแขนสั้น สีน้ำตาล กางเกงยีนขายาว ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องยนต์อยู่ บริเวณด้านท้ายฝั่งซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจนบุบ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งเปิดเผยว่า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ นายสมยศและภรรยาได้เดินทางกลับ ระหว่างที่จะขึ้นรถเบนซ์ ได้มีรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดด้านข้าง โดยมีคนร้าย 2 คน คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนยิง 3-4 นัด ทำให้กระสุนถูกที่ศีรษะและหัวไหล่ของนายสมยศเสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้ หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบสภาพศพของนายสมยศอย่างละเอียดพบว่าถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืน จำนวน 4 นัด โดยกระสุนเข้าที่กลางศรีษะ 1 นัด โหนกแก้มขวา 1 นัด หัวไหล่ซ้าย 1 นัด และกลางหลัง 1 นัด ทั้งนี้จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด คาดว่าคนร้ายที่ลงมือในครั้งนี้ น่าจะใช้อาวุธปืนแบบลูกโม่ ซึ่งสามารถบรรจุลูกกระสุนปืนได้ถึง 6 นัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม เท่าที่สังเกตพบว่า คนร้ายทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดรอในบริเวณที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุยิงนายสมยศจนเสียชีวิตคาที่
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ เพื่อติดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายแล้วขณะนี้
จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ปกติผู้ตายชอบเดินทางมาที่ร้านอาหารดังกล่าวอยู่เป็นประจำ ซึ่งภายใน 1 เดือน จะเดินทางมาใช้บริการครั้งละประมาณ 2 ครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต และภรรยา เดินทางเข้ามาใช้บริการตามปกติเวลาประมาณ 20.30 น.ของวันดังกล่าว โดยสั่งหูฉลาม จำนวน 2 หม้อ หอยเป่าฮื้อ จำนวน 1 จาน และปลาบู่นึ่งซีอิ๊ว 1 จาน โดยใช้เวลารับประทานอาหารเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง จากนั้นผู้เสียชีวิตได้เดินทางออกจากหลังร้าน เพื่อจะขึ้นรถคันดังกล่าวพร้อมภรรยาโดยมุ่งหน้ากลับที่พักตอนช่วงเวลา 21.00 น. จู่ๆตนก็ได้ยินเสียงปืนจำนวน 2 นัด ตนจึงวิ่งออกมาดูพบว่านายสมยศ ถูกคนร้ายลักลอบยิงกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันเดียวกัน พนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารดังกล่าว เห็นชายฉกรรจ์ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน เข้ามาบริเวณลานจอดรถก่อนทำทีเข้ามาซักถามพนักงานที่อยู่หลังร้านเรื่องค่าใช้จ่ายราคาอาหาร จากนั้นคนขี่ได้ไปจอดรถหน้าห้องน้ำซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 15 เมตร ส่วนคนซ้อนท้ายแยกมานั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนซึ่งใกล้รถคันเกิดเหตุเพียง 10 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังเปิดประตูฝั่งซ้ายหน้าคนขับเพื่อขึ้นรถกลับที่พัก จู่ๆ มีชายฉกรรจ์ที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อน ซึ่งจำรูปพรรณสัณฐานได้เพียงสวมหมวกแก๊บ ใช้กระเป๋าแบบสะพายข้าง ใส่รองเท้าผ้าใบ ได้เดินเข้ามาประกบผู้เสียชีวิตก่อนยิงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย จำนวน 1 นัด เมื่อล้มฟุบลงกับพื้นคนร้ายจึงยิงซ้ำเข้าที่กลางศรีษะอีก 1 นัด จากนั้นผู้ก่อเหตุก็รีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่ก่อนพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง ก่อนทำการสอบปากคำพยานบุคคลและพยานแวดล้อมเพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับนายสมยศนั้น เป็นเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังของเมืองไทยในชื่อพระราม 9 คาเฟ่ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2538 ประกอบกิจการภัตตาคาร บาร์ ไนท์คลับ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นยุคทองของวงการคาเฟ่ โดยพระราม 9 คาเฟ่นั้นเป็นสถานบันเทิงมีชื่อเสียงโด่งดังมากแห่งหนึ่ง ถือเป็นศูนย์รวมของนักร้องและตลกชื่อดังมาสร้างความสรวลเสเฮฮารวมไปถึงเป็นแหล่งพบปะของคนบันเทิงและคนดังในหลายๆ วงการอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องจนต้องปิดตัวลง
บนเส้นทางการเมืองนายสมยศ ถูกจัดให้เป็นผู้สมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 33 พรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 ท่ามกลางความประหลาดใจของคอการเมืองเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ใหญ่ของพรรคได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า การที่รับนายสมยศมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเงื่อนไขอะไรแลกเปลี่ยน พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มสาขาอาชีพในประเทศ และพรรคต้องการได้คนทุกสาขาอาชีพเข้ามาร่วมทำงานการเมืองอยู่แล้ว และใครก็ตามที่จะเข้ามาสังกัดพรรค จะต้องศึกษาพรรคมาก่อน และมั่นใจว่าไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในพรรค เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์