
วีระพลนั่งประธานศาลฎีกาคนใหม่
วีระพลเจ้าของสำนวนคดีปูจำนำข้าว นั่งประธานศาลฎีกาคนใหม่
ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรมชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 29 มิ.ย.58 เวลา 09.30 น. นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 14/2558 ซึ่งมีวาระสำคัญในการเลือกประธานศาลฎีกาคนใหม่ แทน นายดิเรก ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
โดยที่ประชุม ก.ต.ทั้ง 15 คน มีมติเอกฉันท์ให้ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกาซึ่งมีลำดับอาวุโสสูงสุด เลื่อนตำแหน่งขึ้น เป็นประธานศาลฎีกาคนที่ 43 ต่อไป ส่วนนายดิเรก อิงคนินันท์ ที่จะเกษียณราชการการดำรงตำแหน่งบริหารในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ต. ยังได้พิจารณาสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาที่จะว่างลงอีก 4 ตำแหน่ง จากตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาทั้งหมด 6 ตำแหน่งด้วย โดย ก.ต. ได้พิจารณาคุณสมบัติและลำดับอาวุโสแล้ว มีมติแต่งตั้ง 1.นายชาติชาย อัครวิบูลย์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา 2.นางพฤษภา พนมยันตร์ ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา 3.นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา และ 4.นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา
ทั้งนี้เมื่อแต่งตั้ง รองประธานศาลฎีกา ครบทั้ง 6 ตำแหน่งแล้ว ทำให้ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาที่มีอาวุโสลำดับที่ 5 ได้ขึ้นเป็นอาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1 , นายวิรัช ชินวินิจกุล รองประธานศาลฎีกาอาวุโสลำดับที่ 6 ขึ้นเป็นอาวุโสลำดับที่ 2 ส่วนนายชาติชาย , นางพฤษภา , นายธนฤกษ์ และนายวิรุฬห์ นั้นเป็นรองประธานศาลฎีกา อาวุโสลำดับที่ 3-6 ตามลำดับ
ขณะที่ ก.ต.มีมติแต่งตั้ง นายศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา ลำดับที่ 4 เป็นประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งการพิจารณาสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งทั้งหมดดังกล่าว เป็นไปตามบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการชั้น 4 และชั้น 5
ทั้งนี้นอกจากตำแหน่งปรานศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาแล้ว ก.ต. มีมติ แต่งตั้ง นายเกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา , นายปริญญา ดีผดุง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา , นายโสภณ โรจน์อนนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา , นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา , นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา และนายพิศล พิรุณ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา
โดยการแต่งตั้งโยกย้ายและสับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งหมดดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ว่าที่ประธานศาลฎีกา คนที่ 43 ก่อนหน้านี้ ได้รับเลือกให้เป็นทั้งผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยังเป็นองค์คณะ ฯ คดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 ราย เป็นจำเลย ทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวมทั้งองค์คณะ ฯ คดีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 4 รายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณอาคารรัฐสภา ปี 2551 จนเสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย
ดังนั้นเมื่อนายวีระพล ได้รับแต่งตั้ง เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่ ที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.แล้ว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จะต้องประชุมเพื่อเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา มาเป็นองค์คณะผู้พิพากษาในคดีทั้งสามดังกล่าว แทนนายวีระพล ต่อไปด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ว่าที่ประธานศาลฎีกาคนที่ 43 นั้น เกิดวันที่ 7 ต.ค.2494 ปัจจุบัน อายุ 64 ปี จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต ปี 2514 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย ปี 2515 สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา และศึกษาต่อระดับปริญญาโท Master of Laws 2518 New York University, New York ซึ่งหลังจากจบการศึกษาแล้วได้รับราชการในตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ , ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 4 , ผู้พิพากษาศาลฎีกา , ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ก่อนจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 56 โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก็ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด คือ เหรียญจักรพรรดิมาลา , มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก , มหาวชิรมงกุฎ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับนายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา และ นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ที่ได้เลื่อนขึ้นเป็น รองประธานศาลฎีกานั้น ทั้งสองก็ได้รับเลือกเป็นองค์คณะ ฯ คดีโครงการจำนำข้าว ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย และคดีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 ราย เป็นจำเลย ทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
ส่วนนางพฤษภา พนมยันตร์ ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา ที่ได้เลื่อนขึ้นเป็น รองประธานศาลฎีกา ก็เป็นองค์คณะ ฯ คดีทุจริตระบายข้าว ที่นายบุญทรง กับพวกตกเป็นจำเลยด้วยเช่นกัน ซึ่งนางพฤษภา ยังเป็นองค์คณะคดีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกตกเป็นจำเลยปฏิบัติหน้าที่มิชอบการสลายม็อบพันธมิตร ฯ ด้วย
สำหรับ นายชาติชาย อัครวิบูลย์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา ที่ได้เลื่อนขึ้นเป็น รองประธานศาลฎีกา ก็เป็นองค์คณะคดีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกตกเป็นจำเลยปฏิบัติหน้าที่มิชอบการสลายม็อบพันธมิตร ฯ ด้วย และยังเป็นองค์คณะ ฯ คดีที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ตกเป็นจำเลย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาสนับสนุนให้ประเทศกัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทยด้วย



