ข่าว

สอบคำให้การ'บุญทรง'ปฏิเสธฮั้ว!

สอบคำให้การ'บุญทรง'ปฏิเสธฮั้ว!

29 มิ.ย. 2558

'บุญทรง' ขึ้นศาลสอบคำให้การ ปฏิเสธฮั้วประมูลข้าว ศาลนัดตรวจหลักฐาน 29 ก.ย. หมายจับ 2 จำเลยเบี้ยวนัด ยกคำร้องปล่อยชั่วคราว 1 ราย เลื่อนคดี 'ปู' เป็น 31 ส.ค.นี้

 
                     29 มิ.ย. 58  เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ  ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก และสอบคำให้การ ในคดีหมายเลขดำ อม. 25/2558 ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก รวม 21 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล พ.ศ. 2542 มาตรา 4 , 9 , 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 , 123 และ 123/1 พร้อมทั้งขอให้สั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นจำนวนเงิน 35,274,611,007 บาท กรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
 
                     โดยวันนี้นายบุญทรง และจำเลยส่วนมาก พร้อมทีมทนายความทยอยเดินทางมาศาลตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่จำเลยที่ 3 และ 16 ไม่ได้เดินทางมา ส่วนฝ่ายอัยการโจทก์ นำโดยนายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ หัวหน้าคณะทำงานฯ ได้นำทีมคณะทำงานฯ มาร่วมฟังการพิจารณา
 
                     ต่อมาเวลา 10.00 น. นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมคณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์สอบคำให้การจำเลย โดยศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง สรุปว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2554 ถึงวันที่ 12 ก.พ. 2556 จำเลยที่ 1 - 6 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐได้เสนอราคาซื้อขายข้าวกับบริษัทกวางตุ้ง และไหหนาน ของประเทศจีน ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ซึ่งเป็นการเจรจาซื้อขาย แบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งไม่เป็นความจริง และมีการนำข้าวไปขายให้กับผู้ค้าข้าว โดยมีจำเลยที่ 7 ถึง 21 เป็นผู้รับมอบข้าว จำเลยทั้งหมดที่มาศาลให้การปฏิเสธ และขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อย่างละเอียด 60 - 120 วัน
 
                     ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหมดยื่นคำให้การภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ และนัดตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายในวันที่ 29 ก.ย.นี้ และให้ออกหมายจับ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เลื่อมไธสง กรรมการบริษัทสิราลัย จำกัด จำเลยที่ 16 เพื่อนำตัวมาฟังการพิจารณาคดี หลังทราบนัดโดยชอบแต่ไม่มาศาล โดยเห็นว่ามีพฤติกรรมหลบหนี พร้อมทั้งให้จำหน่ายคดีเฉพาะของจำเลยที่ 3 และ 16 ชั่วคราว
 
                     รวมทั้งมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายนิมนต์ รักดี จำเลยที่ 15 เนื่องจากพิจารณาหลักทรัพย์ซึ่งเป็นโฉนดที่ดินทางสาธารณะ ไม่น่าเชื่อถือ จึงสั่งถอนประกัน และให้ออกหมายขังเพื่อส่งตัวควบคุมที่เรือนจำ เว้นแต่จำเลยจะมีหลักทรัพย์ใหม่มายื่น
 
                     ส่วนที่จำเลยบางคนขอพิจารณาคดีลับหลังนั้น ศาลเห็นว่า จำเลยทุกคนมีหน้าที่ต้องมาศาล หากไม่สะดวกให้ยื่นคำร้องขอเลื่อนเป็นครั้งคราวไป จึงให้ยกคำร้องในส่วนนี้
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสอบคำให้การเสร็จ นายบุญทรง ได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน ทั้งนี้ หลังจากที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับฟ้องไปก่อนหน้านี้ พวกจำเลยได้ทยอยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวแล้ว โดยนายบุญทรง ใช้หลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝาก โดยศาลตีราคาประกัน 20 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ส่วนจำเลยอื่นๆ ศาลพิจารณาตามเหตุ และพฤติการณ์แต่ละราย ซึ่งศาลให้ประกันทุกราย
 
                     ขณะที่ในวันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งยกเลิกนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 21 และ 28 ก.ค. ในคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่ระงับยั้งยั้งโครงการทุจริตรับจำนำข้าว เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร โดยนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง เป็นวันที่ 31 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศในบริเวณศาลฎีกาฯ ไม่มีผู้มาให้กำลังใจแต่อย่างใด