
เด็กไทยไอเดียล้ำแฟชั่น
30 มิ.ย. 2558
ไลฟ์สไตล์ : เด็กไทยไอเดียล้ำแฟชั่น
เสียงฮือฮาจากผู้ชมด้านล่างเวทีหลังจากได้ชมเซตแฟชั่นล้ำๆ จากเหล่านักออกแบบมือสมัครเล่น โครงการ “สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด” ปีที่ 14 ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ซึ่งปีนี้ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันไปอีกขั้นกับคอนเซ็ปต์การออกแบบเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่ต้องมีฟังก์ชันที่ตอบสนองความต้องการของผู้สวมใส่ด้านต่างๆ ได้อีกด้วย ภายใต้กติกามาตรฐานการแข่งขันคือดีไซเนอร์เลือดใหม่ต้องมีอายุ 18-25 ปี จับคู่ทีมละ 2 คน ส่งผลงานจากการตีโจทย์ “ฟังก์ชัน แฟชั่น ฟิวเจอร์” ร่วมกำหนดทิศทางแฟชั่นเมืองไทยกับบันไดก้าวแรกสู่มืออาชีพ
รอบชิงชนะเลิศภายในห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน น้องๆ จาก 8 ทีมสุดท้ายต่างหำ้หั่นกันด้วยการนำเสนอผลงานออกแบบและตัดเย็บเป็นชุดจริงสำหรับเด็ก สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ รวมกว่า 70 ชุด โดยมีบุคคลชั้นแนวหน้าจากหลากหลายวงการนั่งเรียงหน้าเวทีเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ ศิริพร ตั้งธนศฤงคาร กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ไอซีซี จำกัด (มหาชน) กรรณ์ หาญพุทธภักดีกุล ที่ปรึกษา บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) พลพัฒน์ อัศวประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ภูภวิศ กฤตพลนารา เจ้าของแบรนด์อิสชู และ มาซาโกะ ทาคิเซะ เฮดอินสตรัคเจอร์ สถาบัน บุนกะ แฟชั่น อะคาเดมี เป็นต้น ช่วยกันพินิจวิเคราะห์แล้วฟังธงให้คะแนน
ผลปรากฏว่าเสื้อผ้าที่ออกแบบได้โดนใจคณะกรรมการและคว้ารางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมทริปเดินทางไปเปิดประสบการณ์ที่บุนกะ คอลเลจ ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ผลงานชื่อ “เรฟโวลูชั่นนิซ ออฟ สยาม (Revolutionize of Siam)” ของคู่หูจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “ซัน” อนุรักษ์ ใจดี และ “ริฟ” อาริฟ เจ๊ะหวาง ที่นำเสนอไอเดียสุดล้ำโดยได้แรงบันดาลใจมาจากยุคปฏิวัติในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายทั้งในเรื่องผังเมืองไปจนถึงการแต่งกายของคนในยุคสมัยนั้น
“ชุดที่ออกแบบอบอวลไปด้วยกลิ่่นอายความเป็นไทยที่สื่อออกมาทั้งในด้านแพทเทิร์นและลวดลายที่ถูกพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยใหม่มากขึ้น แต่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ต้องการให้รู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งเมื่อได้สวมใส่ เป็นโมเดิร์นแฟชั่นซึ่งมาพร้อมกับไอเดียเสื้อผ้าใส่ได้สองด้านโดยการพลิกกลับสลับด้าน ให้ความสะดวกสบายและเป็นทางเลือกในการสวมใส่ อีกทั้งสร้างสีสันและสไตล์ได้ในชุดเดียว” อารีฟ อธิบายแนวคิดพร้อมกับเผยด้วยว่า รู้สึกดีใจ เหมือนฝันไม่คิดว่าจะชนะ เมื่อ 2 ปีก่อนก็เข้าร่วมประกวดแต่ไม่ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย จึงกลับไปหาข้อบกพร่องแล้วแก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งชุดนี้สวมใส่ได้จริงมีฟังก์ชันหลากหลาย ในอนาคตฝันอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และอยากฝากถึงเพื่อนๆ ที่สนใจประกวดรุ่นต่อไปว่าทำการบ้านให้ดี ตีโจทย์ให้แตก แล้วปรับให้เข้ากับงานของตัวเอง ที่สำคัญฝึกฝีมือมากๆ เรียนรู้ พัฒนาอยู่ตลอดเวลา
หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน “หมู” พลพัฒน์ ให้ความเห็นว่า โจทย์ปีนี้ค่อนข้างท้าทาย กว่าจะแปรออกมาเป็นเสื้อผ้าค่อนข้างยาก มีรูปแบบการนำเสนอที่ต่างกัน แต่รู้สึกว่าเด็กๆ ตีโจทย์ไม่ค่อยแตกกันจึงอาจทำให้ผลงานที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่คาดหวังนัก สำหรับทีมชนะเลิศนำเสนอชุดที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้มากที่สุด ตีโจทย์ได้ใกล้เคียงที่สุด เพราะสุดท้ายตัดเย็บออกมาแล้วต้องใส่แล้วสวย คล่องตัว กลมกลืนกับเทรนด์โลก
ขณะที่รางวัลอื่นๆ รางวัลดีเด่นเสื้อผ้าบุรุษ ตกเป็นของผลงาน “เดอะ ฟิเจอริสติก ฟิกชั่น” ของ เกรียงไกร แซ่จึง จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ ธนวัฒน์ จิรสินธัชพล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งควบรางวัลตัดเย็บยอดเยี่ยมไปด้วย, รางวัลดีเด่นเสื้อผ้าสตรี ได้แก่ “ฟิฟติส์ แวร์เอเบิล” ของ ศิวกร หัตถกรรม และ ศุภนัฐ แก้ววิเศษ จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, รางวัลดีเด่นเสื้อผ้าเด็ก ผลงานชื่อ “มูน แลนดิ้ง” ของ ธีรโรจน์ มีแป้น และ ธรากร ปิติรัตน์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และรางวัลเบสท์ เมคอัพ อวอร์ด ผลงานชื่อ “Chronologriven” ของสองสาวนิสิตจุฬาฯ จินต์จุฑา สัตตบงกช และ ณัฏฐ์กานดา อมรรัตนโรจน์ คว้าไป



