
6เดือนของรัฐบาล
จนถึงวันนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลาถึง 6 เดือนแล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในเมื่อรัฐบาลเข้ามาในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์ในบ้านเมืองขึ้นอย่างหนัก สิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องทำก็คือ ลงมือขจัดความขัดแย้งทั้ง
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ยังคงมีการประท้วงต่อต้านจากกลุ่มอำนาจเก่า โดยการสนับสนุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังหนีคำพิพากษาศาลอยู่ในต่างประเทศ ในที่สุดเกิดความรุนแรงขึ้นในช่วงสงกรานต์ กลุ่มผู้ประท้วงใช้กำลังฝูงชนเข้าล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เกิดการเผาบ้านเผาเมือง สร้างความเสียหายขึ้นในชาติอย่างหนัก ขณะที่นายกรัฐมนตรีและคนในสำคัญในรัฐบาลถูกล้อมกรอบ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้เช่นกันว่า เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนทำลายสมาธิ และเวลาการทำงานของรัฐบาล
แต่เมื่อวิกฤติการณ์ผ่านพ้น มาจนถึงขณะนี้นับเป็นเวลาถึง 3 เดือน ซึ่งก็เท่ากับครึ่งหนึ่งของเวลา 6 เดือนที่รัฐบาลจะต้องรายงานผลงานต่อประชาชน นับเป็นเวลาไม่น้อยเลยทีเดียว เช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะเกิดคำถาม หรือข้อทวงถามเอากับรัฐบาลว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองมานานถึง 3 เดือนแล้ว เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เร่งทำงานให้เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
โดยเฉพาะบทบาทของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมทำงานเพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมือง ผู้เคยได้รับคำชื่นชมจากการแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายเมื่อช่วงสงกรานต์ จะต้องทำให้ประชาชนทั้งประเทศแลเห็นว่า เมื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองลุล่วงไประดับหนึ่งแล้ว ก็พร้อมที่จะนำความสงบสุข กินดีอยู่ดี
มามอบให้ประชาชนโดยเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ความขัดแย้ง และประเด็นทางการเมืองต่างๆ ที่เคยเป็นเงื่อนไขก็จะกลับมาปะทุขึ้นอีก โดยเฉพาะเมื่อเกิดความไม่พอใจการบริหารงานรัฐบาลขึ้นโดยทั่วไป
การลงพื้นที่พบปะประชาชนในภาคต่างๆ นั้นเป็นแนวทางที่ดีอยู่แล้ว เพราะไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้ระดับหนึ่งเท่านั้น หากแต่ถ้าเนื้อหาสาระที่นายกรัฐมนตรีนำไปมอบให้พื้นที่ต่างๆ เข้มข้นยิ่งขึ้น อย่างเช่น แผนพัฒนาต่างๆ การขยายโอกาสทำมาหากินของประชาชน พร้อมกับการเพิ่มความถี่ของการลงพื้นที่ การเร่งรัดงานในกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะทีมงานด้านเศรษฐกิจ โดยตัดเวลาที่เสียไปกับการบรรยายและปาฐกถาให้ความรู้แก่คนกลุ่มเล็กๆ ออกไป ดังที่ยกตัวอย่างมานี้ ก็จะทำให้สังคมมีความหวังและมอบโอกาสให้รัฐบาลได้บริหารประเทศต่อไป



