ข่าว

ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหนุนประยุทธ์อยู่ต่อ3ปี

ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหนุนประยุทธ์อยู่ต่อ3ปี

29 มิ.ย. 2558

ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหนุนประยุทธ์อยู่ต่อ3ปี นายกฯสั่งเข้มงวดย่านชุมชน-สถานท่องเที่ยว

              29มิ.ย. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า. เมื่อเวลา 08.40 ที่หน้าห้องรับเรื่องร้องทุกข์ชั่วคราว ศูนย์บริการประชาชน ภายในสำนักงาน ก.พ. กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจำนวนประมาณ 120 คนนำโดยนายสุพล หมื่นศรีพรม ได้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และขอบคุณที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ 56/2558ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 พร้อมทั้งประกาศจุดยืนสนับสนุน นายกรัฐมนตรีให้บริหารประเทศต่อไปอีก 3 ปี
              
              จากนั้น 09.00 นายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษาม.ล.ปนัดดา ดิศกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้มารับกระเช้าดอกไม้พร้อมกับชี้แจงว่า จะนำเรื่องที่กลุ่มเดินทางมาวันนี้ เรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไปจากนั้นในเวลา09.10 ยุติกิจกรรม กลุ่มเดินทางกลับ


นายกฯสั่งเข้มงวดย่านชุมชน-สถานท่องเที่ยว

              พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์  สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่และมีส่วนดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ความปลอดภัย ในสถานที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ทั้งพื้นที่สาธารณะและย่านการค้า เพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย หากสถานที่ใดยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานต้องปรับปรุงโดยเร่งด่วน

              “นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่จัดกิจกรรมหรือ event ที่หวังสร้างความตื่นตาตื่นใจว่า ต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ ต้องคำนึงถึงสำนึกความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้อื่น และเจ้าของงานต้องรับผิดชอบผลงานของตัวเอง รวมทั้งอยากให้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไต้หวันเมื่อเร็วๆนี้ มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจด้วย ต้องดำเนินการทุกอย่างให้ได้มาตรฐานก่อนจะเกิดเหตุร้าย ไม่ควรทำงานแบบวัวหายล้อมคอก” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

              รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในปฏิบัติการตรวจสอบความปลอดภัยนี้ ต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใส สุจริต มีเป้าหมายให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัย หากมีข่าวเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เรียกรับผลประโยชน์ ข่มขู่เรียกร้อง หรือสมยอมกับผู้ประกอบการ จะถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น