
จับแก๊งปล้นทรัพย์ย่านหัวหมากคืนเดียว7ครั้งรวด
29 มิ.ย. 2558
จับแก๊งปล้นทรัพย์ ย่านหัวหมาก คืนเดียวก่อเหตุ 7 ครั้งรวด อ้างทำไปเพราะคนจนถูกกดขี่
วันที่ 29 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 02.30 ร.ต.ท.ไชยา บัวมาศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์และยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดท้องที่ สน.หัวหมาก แล้วชิงรถจักรยานยนต์ เงินสดและโทรศัพท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ห้องวิทยุสน.หัวหมากได้แจ้งประสานฝ่ายสอบสวนออกติดตามสกัดจับคนร้าย
โดยเบื้องต้นทราบว่าเมื่อเวลา 01.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันแล้วใช้อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกเข้าไปชิงทรัพย์กลุ่มวัยรุ่นที่ด้านหน้าตลาดการกีฬาแห่งประเทศไทย แขวงหัวหมากเขตบางกะปิ โดยได้นาฬิกา 2 เรือน จากนั้นได้ชิงทรัพย์ต่อเนื่องอีก 5จุด คือที่ ซอยรามคำแหง 74 รามคำแหง 40 รามคำแหง 81 และรามคำแหง 53/1
ทั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายจตุรงค์ คลองจันทร์ อายุ 27 ปี ถูกยิงเข้าที่แขนซ้ายและชายโครงซ้าย บริเวณซอยรามคำแหง 40 เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.รามคำแหง อาการสาหัส ส่วนอีกรายคือ นายกวินต์ ปราบพินาศ อายุประมาณ 20 ปี ถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย ถูกยิงบริเวณซอยรามคำแหง 74 นำตัวส่งรพ.นวมินทร์ 1 อาการปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายทั้งหมดได้เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว
จากการสอบปากคำ น.ส.กชาภรณ์ ขวัญมิ่งอายุ 24 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายจตุรงค์ ผู้บาดเจ็บไปซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง จากนั้นได้ขี่รถกลับห้องพักในซอยรามคำแหง 40 แต่เมื่อจอดรถหน้าหอพักได้มีคนร้ายเป็นชาย 3 คนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดประกบแล้วทุบตีตนเอง ก่อนจับตนมัดมือไพล่หลังไว้แล้วใช้ปืนยิงนายจตุรงค์ จากนั้นชิงกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า คลิ๊กไอ สีบรอนซ์ดำไปด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ออกติตตามจับกุมคนร้ายและสามารถล้อมจับคนร้ายได้ 1 คน ที่ซอยเสรีไทย 11 อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
ความคืบหน้าล่าสุด ที่สน.หัวหมาก เมื่อเวลา 12.30 น. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพงศ์ ดำรงศรี พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุทัศน์ ชัยมงคล รองผกก.ป. พ.ต.ต.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ สว.สส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันหารือแนวทางการคลี่คลายคดีหลังจากนั้น
ทางด้าน พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ระดมกำลังจับกุมจนสามารถจับกุมนายธนภต สายพงษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/981 ซอยหทัยราษฎร์ 33 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก พร้อมรถจักยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ต่อมามีเยาวชนเป็นชาย อายุ 17 ปี และ 19 ปี เดินทางเข้ามอบตัวอีก 2 ราย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุสำเร็จทั้งหมด 5 จุดมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย
จากการสอบสวนนายธนภัต ที่ยังอยู่ในอาการมึนเมา ให้การวกไปวนมาว่าร่วมกันก่อเหตุกับเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำไปเพราะว่าในปัจจุบันในสังคมคนรวยชอบกดขี่คนจน ข้าวของแพง ค่าเช่าที่แพง จนเกิดความคับแค้นใจ จากนั้นจึงนั่งดื่มน้ำต้มใบกระท่อมกับเพื่อนจนเมาได้ที่ แล้วจึงขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนรามคำแหงตระเวนก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจหาสารเสพติดผู้ต้องหาทั้ง 3 รายพบเสพยาเสพติด 4 คูณ 100 เข้าไปจนเกิดอาการมึนเมาและลงมือก่อเหตุปล้นทรัพย์ โดยนายธนภัตเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย จุดแรกบริเวณหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย 2 ครั้ง เหตุที่สองห่างไปประมาณ 100 เมตรบริเวณป้ายรถประจำทาง 1 ครั้ง เหตุที่ 3 บริเวณซอยรามคำแหง40 จำนวน 2 ครั้ง และซอยรามคำแหง 79 อีก 2 ครั้ง และเหตุที่ 4 ซอยรามคำแหง 115 บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ใกล้แยกบ้านม้า 2 ครั้ง แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไล่ล่าไปจนนายธนภัต กระโดดหนีลงคลองแสนแสบแต่ไม่รอดถูกจับกุมได้ในที่สุด
จากนั้นนำตัวไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถหน้าห้างฯ บริเวณร้านขายนาฬิกาพบอาวุธปืนลูกซองไทยประดิฐ 1 กระบอก และอีกกระบอกพบบริเวณริมคลองอีก 1 กระบอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาผู้ต้องหาอีก 2 รายซึ่งเป็นเยาวชนเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าตนกับพวกรวม 4 คน แต่จากแนวทางการสอบสวนชี้ว่าผู้ก่อเหตุมีถึง 5 คน จึงกำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจตามจับกุมตัวทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยาเสพติด 4 คูณ 100 เป็นจุดที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมเป็นอย่างมาก ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการให้ทั้ง 88 สน.ในเขตนครบาล เน้นการตรวจปิดล้อม เสริมสายตรวจทำประวัติกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันและปราบปรามเหตุอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าได้ประสานผู้เสียหายให้เข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหา และตรวจสอบทรัพย์สินของตนเอง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหาคนร้ายที่ยังหลบหนีต่อไป



