ข่าว

ความหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ'ตามใจแป๊ะ'

ความหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ'ตามใจแป๊ะ'

29 มิ.ย. 2558

ความหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ'ตามใจแป๊ะ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดย สำนักข่าวเนชั่น

              นับวันยิ่งเห็นชัดเจนว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธาน เป็นการแก้ไข “ตามใจแป๊ะ”
    
              แต่ถ้าถามต่อไปว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ “ตามใจแป๊ะ” เพราะหวังจะให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้รับความเห็นชอบ ไม่ว่าจะจาก “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” (สปช.) ที่กำลังจะหมดวาระไปพร้อมการลงมติ หรือจากการทำประชามติ ใช่หรือไม่ ต้องบอกว่าคำตอบยังไม่ชัดเจน
    
              เพราะในประเด็นที่ “แป๊ะ” แสดงท่าทีอยากได้ มีบางประเด็นที่อาจจะสวนทางกับความรู้สึกของคนทั่วไป รวมถึงพรรคการเมืองหลักๆ อย่างน้อย 2 ประเด็น ที่คงจะเป็นตัวชี้ชะตาร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน หรืออีกนัยคือ ชี้ชะตาว่าโรดแม็พไปสู่การเลือกตั้งจะยาวออกไปหรือไม่
    
              ประเด็นแรก คือ "ที่มานายกฯ" ซึ่งคณะกรรมาธิการแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่มีการแก้ไขในสาระสำคัญของเรื่องนี้ที่เปิดช่องให้ “คนนอก” คือ ผู้ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.มาเป็นนายกฯ ได้
    
              ประเด็นที่สอง คือ เรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูป ที่เดิมของคณะกรรมาธิการกำหนดให้มี “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” จำนวน 120 คน โดยให้มาจาก สนช. 30 คน และ สปช. 60 คน และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะเป็น “การสืบทอดอำนาจ” ล่าสุดคงไม่จำเป็นแล้ว เพราะได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้มี “สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ” มาแทน สปช.เรียบร้อยแล้ว
                  
              ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการแพลมออกมาว่าจะปรับ “สภาขับเคลื่อนฯ” จากร่างเดิมมาเป็น “คณะกรรมการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ที่มีกรรมการ 20 คน ซึ่งก็คงเป็นไปตามข้อเสนอของ ครม.
    
              ตามข้อเสนอของ ครม.กรรมการนี้มี 20 คน ได้แก่ ประธานรัฐสภา, นายกฯ, ประธานศาลฎีกา, อดีตประธานรัฐสภา อดีตนายกฯ และอดีตประธานศาลฎีกา เลือกกันเองตำแหน่งละ 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และผู้นำเหล่าทัพทุกคน คือ ผบ.ทสส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร.
                  
              อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปและสร้างความปรองดอง อำนวยการและดำเนินการให้เกิดความสมานฉันท์และปรองดอง เสนอแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อขจัดความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองต่อ ครม. ทั้งนี้ ครม. และหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามยุทธศาสตร์นั้นๆ รวมทั้งอำนาจในการเสนอกฎหมายเพื่อการปฏิรูปต่อสภา ซึ่งมีการมองว่าคณะกรรมการชุดนี้ “มีอำนาจเหนือรัฐบาล”
    
              หลังการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ หากได้รับความเห็นชอบจาก สปช. ก็จะเดินไปสู่การทำประชามติ หากเป็นสูตรนี้จะมีการเลือกตั้งประมาณกันยายน 2559 แต่หาก สปช.ไม่เห็นชอบ ก็ต้องไปเริ่มร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ให้เสร็จใน 6 เดือน หากเป็นสูตรนี้วันเลือกตั้งจะขยายไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน ตกที่ประมาณมีนาคม 2560 คสช.ก็จะมีเวลาบริหารประเทศหรือ “ปฏิรูปประเทศ” อีกหน่อย
    
              จะออกสูตรไหน ยังต้องติดตาม แต่ที่แน่ๆ มีการมองว่า คสช. ก็เดินเกมหลายหน้า!