
ไฟเขียวประกันราคาข้าว-ชาวนาชี้ยังติดขัด
กขช.เห็นชอบหลักการประกันราคาข้าวเปลือกนาปี ย้ำราคาประกันต้องให้ชาวนาอยู่ได้ เล็งรับจำนำควบคู่กันไปเป็นมาตรการเสริม สมาคมชาวนาเสนอเลื่อนไปก่อน มองขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ทัน
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการประกันราคาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2552/2553 พร้อมให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณากำหนดราคาประกันขั้นต่ำของข้าวแต่ละชนิด โดยคำนวณจากต้นทุนการผลิตและกำไรที่เกษตรกรจะได้รับ ราคาประกันที่จะประกาศต้องเป็นราคาที่ทำให้เกษตรกรอยู่ได้
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้กระทรวงพาณิชย์ พิจารณากำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกในตลาด เพื่อเสนอกขช.พิจารณาอีก 2 สัปดาห์ โดยมาตรการเสริมที่จะนำมาใช้ร่วมกับการประกันราคาข้าว เบื้องต้นมี 2 วิธี คือการรับจำนำข้าวในยุ้งฉางเกษตรกรเหมือนเดิม หรือรับซื้อข้าวและส่งออกขายต่างประเทศ ส่วนโครงการประกันข้าวเปลือกหอมมะลินำร่อง 2 แสนตัน ในพื้นที่ 8 จังหวัดนั้นให้ยกเลิกไป เพราะรัฐบาลได้ประกาศการประกันราคาทั่วประเทศแล้ว
นายปราโมทย์ วานิชานนท์ กรรมการกขช.กล่าวว่า ที่ประชุมเพียงเห็นชอบในหลักการ แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าจะใช้วิธีการประกันราคาข้าว แทนการรับจำนำแบบเดิม ซึ่งนายกฯ ระบุว่าน่าจะใช้วิธีการประกันราคามากกว่า หากยังใช้วิธีการรับจำนำแบบเดิม ไม่ได้แก้ปัญหาที่รัฐบาลต้องรับภาระขาดทุนทุกปี โดยนายกฯ ได้ให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ปลูกข้าว หากมีข้อมูลพร้อมไม่ว่าจะดำเนินการวิธีการใดก็จะช่วยป้องกันการทุจริตได้
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเลื่อนโครงการประกันราคาข้าวออกไปก่อนสำหรับฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2552/2523 โดยให้ใช้ระบบการรับจำนำเหมือนเดิมไปก่อน เนื่องจากขณะนี้เหลือเวลาอีกราว 2 เดือนก็มีผลผลิตข้าวออกมา แต่ดูเหมือนภาครัฐยังไม่มีความพร้อม ทั้งเรื่องบุคลากรที่จะมาดำเนินการและการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรฯ กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
"ที่ผ่านมา ผมไม่ได้คัดค้านที่รัฐบาลจะนำแนวทางการประกันราคาข้าวมาใช้แทนการรับจำนำ จะเป็นแนวทางไหนก็ได้ขอให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จริงๆ ซึ่งระบบเดิมใช้มานานแล้ว มีเกิดช่องให้บางกลุ่มฉกฉวยประโยชน์ใส่ตัวเองได้ การเปลี่ยนวิธีการใหม่ๆ น่าจะป้องกันปัญหาได้บ้าง แต่การขึ้นทะเบียนชาวนาทั่วประเทศที่มีกว่า 3.7 ล้านคน อาจจะต้องใช้เวลา ซึ่งเมื่อรัฐบาลไม่พร้อมก็น่าจะเลื่อนออกไป แล้วไปเริ่มใหม่ในปีหน้าแทน” นายประสิทธิ์กล่าว



