ข่าว

 ส่งออกข้าว : ต้องรักษาแชมป์ให้ได้ !

ส่งออกข้าว : ต้องรักษาแชมป์ให้ได้ !

20 ก.ค. 2552

หน้าเศรษฐกิจหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" พาดหัวเมื่ออังคารที่แล้วว่า “ห่วง 5 ปี ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าว/เหตุข้าวไทยราคาแพง-จับตา พม่า-เวียดนาม แย่งลูกค้า” เห็นอาชีพของคนที่ออกมาเป็นห่วงแล้ว ผมหายห่วงเป็นปลิดทิ้ง คนที่ออกมาห่วงคนแรกคือ นายฮูเบิร์ต ชเลมเมอร์ อ

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ อาชีพ “ผู้ส่งออกข้าว” ของไทย ที่เริ่มกังวลใจเมื่อเห็นประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ ไทยหันมาปลูกข้าว เพราะรู้ว่า “ข้าวเป็นสินค้าที่ผลิตได้ไม่ง่ายเหมือนสินค้าอื่นๆ” จึงกลัวว่าประเทศเหล่านั้นจะแย่งตลาด ซึ่งไปว่าเขาไม่ได้หรอกครับ เพราะเขามองในฐานะพ่อค้า แต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะมองแล้วเห็นคล้อยตามไม่ได้นะครับ

 หรือรัฐบาลก็เถอะ จะรู้สึกอย่างพ่อค้าไม่ได้นะครับ รัฐบาลต้องคิดว่านี่เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ข้าวไทยกำลังจะกลายเป็นสินค้าหลักในการกำหนดมาตรฐานของโลก ซึ่งต่อไปเราน่าจะกำหนดราคาขายส่งได้ เพราะผมเชื่อว่าอีกนานครับกว่าประเทศพื้นบ้านจะผลิตข้าวที่มีคุณภาพดีอย่างไทยได้ ในเมื่อพันธุ์ข้าวที่เรามีอยู่เพิ่งได้รับการรับรองลิขสิทธิ์ไปเมื่อไม่นานมานี้ และด้วยชำนาญการของเกษตรกร รัฐบาลยังสามารถกำหนดมาตรฐานของข้าวในเกรดต่างๆ เช่น เอ บี หรือ ซี เพื่อลงไปฟัดกับราคาข้าวของประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย นี่คือแต้มต่อที่ผมอยากให้รัฐบาล เกษตรกร และผู้ค้าข้าวร่วมมือกันผลักดันให้เกิดสิ่งนี้ ไม่ใช่พอเห็นคนอื่นปลูกข้าวแข่งก็ตกอกตกใจ พูดในทำนองขอให้รัฐบาลปรับราคาลง ลูกค้าจะได้กลับมาซื้ออย่างเดิม แบบนั้นมันเสียเหลี่ยมลูกกำนันนะครับ

 เรื่องเร่งด่วนตอนนี้ รัฐบาลก็ต้องเข้าไปช่วยชาวนาให้ครบวงจรเหมือนที่ผมเคยเรียกร้องมาก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายหนแล้ว โดยเฉพาะงบประมาณด้านการเกษตร รัฐบาลต้องจัดสรรใหม่ครับ เป็นไปได้อย่างไรกันที่รัฐบาลเจียดงบปี 2553 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียง 55,865 ล้านบาท แค่ 5.4% ของงบทั้งหมดคือ 1.7 ล้านล้านบาท เพื่อใช้สำหรับพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรทั้งประเทศ 3.2 แสนล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยน้ำฝน เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไปไม่ถึง แล้วก็อย่างที่รู้นั่นแหละ ยามฝนมาก็เหลือกินเหลือใช้ท่วมบ้านเรือนไร่นายับเยิน ยามแล้งฝน-ดินก็แตกจนปลูกอะไรไม่ได้ การขุดรอกคูคลองทั่วประเทศหรือขุดหนองบึงไว้รอท่าจึงน่าจะเป็นแผนงานระดับต้นๆ นะครับ

 นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยบอกว่าที่จัดงบประมาณให้แค่นั้นเพราะ “รัฐบาลจำเป็นต้องปรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้ทุ่มเงินไปในภาคการเกษตรเป็นจำนวนมาก แต่ระบบที่ใช้ไม่น่าจะเป็นระบบที่ดี” คำพูดนี้ไม่ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์จะพูดตามบทที่กุนซือเขียนให้ หรือพูดจากใจตัวเองก็ตาม แต่เป็นคำพูดที่ไม่น่าพูดนะครับ เมื่อรู้ว่า “ระบบที่ใช้ ไม่น่าจะเป็นระบบที่ดี” ก็ต้องเข้าไปจัดการระบบให้มันดีขึ้นสิครับ ไม่ใช่บ่นออกมาแล้วตัดงบไปเฉยๆ ผมน่ะเห็นระบบเกษตรเละตุ้มเป๊ะมานานแล้วครับ จึงเรียกร้องจนคอจะแตกให้รัฐบาลหันเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากเราต้องการเป็น “ครัวของโลก”

 ผมไม่อยากให้รัฐบาลบ้าจี้ไปตามพ่อค้าด้วยการลดราคาข้าวแข่งกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาตลาดเอาไว้ อย่าลืมนะครับ ข้าวนี่ไม่ได้ปลูกกันได้ทั่วไป และขณะนี้หลายประเทศกำลังเผชิญภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัย แผ่นดินไหว จึงจำเป็นต้อง “ซื้อข้าวกิน” กันทั้งนั้น ตั้งหลักให้ดีครับ เราจะเป็นทั้งแชมป์ส่งออกและรวยเพราะข้าวได้ไม่ยากครับ หรือถ้าไม่มีปัญญาทำจริงๆ ก็ไม่ต้องอายครับ เชิญท่านเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือโภคภัณฑ์มารับเป็นเจ้าภาพในภาคการเกษตรไปเลยครับ...ดีกว่าปล่อยให้พวกแขกซาอุฯ เข้ามาถือครองทีละนิดทีละหน่อยจนหมดประเทศไม่รู้ตัวครับ
 
ภาณุมาศ ทักษณา