ข่าว

อินไซด์ยุติธรรม : 28 มิ.ย. 58

อินไซด์ยุติธรรม : 28 มิ.ย. 58

28 มิ.ย. 2558

อินไซด์ยุติธรรม : 28 มิ.ย. 58

 
                      พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยังคงปฏิบัติการเดินหน้าแจ้งสิทธิการรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่เหยื่ออาชญากรรมและแพะคดีอาญา "วันนี้ใครถูกยิง ถูกแทง ถูกข่มขืน" สามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐได้ทุกสถานีตำรวจ" ส่งผลให้มีผู้เสียหายติดต่อขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมครั้งล่าสุดได้มีการพิจารณาคำขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวนทั้งสิ้น 2,015 เรื่อง อนุมัติจ่ายจำนวน 1,304เรื่อง รวมเป็นเงินกว่า 65 ล้านบาท
 
 
                      ขั้นตอนการเปิดรับสมัครเพื่อเลื่อนระดับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ขึ้นเป็น ผอ.ซี 9 เสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งการสอบสัมภาษณ์แสดงวิสัยทัศน์ ประกอบผลงานอันโดดเด่น รอเพียงการเคาะเห็นชอบจากคณะกรรมการ แต่ด้วยองค์กรปราบทุจริตเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อรัฐมนตรียุติธรรม แม้ “บิ๊กต๊อก” เจ้ากระทรวงตาชั่งไม่อยากยุ่งเกี่ยวแบบออกนอกหน้า แต่คงต้องแอบชำเลืองมอง เหล่าข้าราชการ ป.ป.ท. จึงวานแจ้งข่าวว่า ตัวเต็ง 1 ราย หากได้รับการแต่งตั้งอาจมีปัญหา!!! จากการเข้าไปพัวพันกับการเบิกจ่ายค่าจ้างคนขับรถให้บอร์ด ป.ป.ท. ทั้งที่รถประจำตำแหน่ง ไม่มีคนขับรถมาปฏิบัติหน้าที่จริง
 
 
                      วันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น ไว้ได้อย่างน่าสนใจ ใจความสรุปว่า ญี่ปุ่นดำเนินการตามระบบโดยไม่สนใจว่าเป็นใคร ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของเขาไม่อ่อนแอ และไม่เลือกปฏิบัติเหมือนของไทย ถ้าเหตุเกิดในไทย ผู้ต้องหาได้ประกันตัวง่าย แล้วหนีออกนอกประเทศ แค่ริบเงินประกัน เก็บเรื่องเงียบ กระบวนการยุติธรรมไทยก็พอใจแล้ว ทุกวันนี้ไม่มีการเก็บสถิติของแต่ละหน่วยงานว่าคนที่ได้ประกันตัวแล้วหนีมีเท่าไร หนีแล้วไปต่างประเทศหรือหลบซ่อนตัวในไทย เรื่องตัวเลขยังเป็นความลับดำมืด ทั้งที่สถิติการหนีประกันเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพและความสามารถของกระบวนการยุติธรรมไทยในการจัดการกับผู้กระทำความผิด ซึ่งไม่มีผู้บริหารคนใดสนใจแก้ปัญหา
 
 
                      พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ติดตามความคืบหน้ากรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแทงเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมเยียวยาชาวบ้านกลุ่มพีมูฟที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. โดยออกสตาร์ทที่คดีของยายเฒ่าวัย 84 ปี ซึ่งระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแจ้งความดำเนินคดีโค่นต้นยาง 71 ต้น โดยโต้แย้งว่าต้นยางถูกลมพายุโค่นล้มเสียหาย แต่เมื่อเรียกดูหลักฐานกลายเป็นโอละพ่อ ร่องรอยลำต้นยางพาราคล้ายถูกตัดด้วยเลื่อย ไม่มีสภาพหักโค่นจากแรงลม พายุลูกนี้คมมากๆ รองฯโด่งคาดว่า การตรวจสอบลงลึกในรายละเอียด จะช่วยแยกให้ชัดระหว่างชาวบ้านที่เดือดร้อน กับคนกระทำผิดที่แอบอิงมากับชาวบ้านผู้ยากไร้