ข่าว

แฉปืน'แจ๊ด'ไม่ได้ตีทะเบียน

แฉปืน'แจ๊ด'ไม่ได้ตีทะเบียน

27 มิ.ย. 2558

พฐ.ญี่ปุ่นตรวจปืน 'คำรณวิทย์' พบแค่เลขทะเบียนโรงงาน ไม่พบเลขจดทะเบียนในไทย แต่ไม่ฟันธงเป็นปืนเถื่อน ชี้หากถูกฟ้องโทษหนักอยู่ที่การครอบครอง

 
                      27 มิ.ย. 58  การติดตามความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมและควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจชิบะ กรุงโตเกียว หลังจากตรวจพบปืนพกสั้นขนาด .22  ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบินสายการบินไทย เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผ่านมาแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ ยังไม่ทราบว่าอัยการของญี่ปุ่นจะพิจารณาคดีนี้ออกมาอย่างไร แต่จากการสืบสวนของตำรวจญี่ปุ่น พบว่า ปืนพกของอดีต ผบช.น. ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
 
                      ตำรวจญี่ปุ่นได้นำอาวุธปืนนอร์ทอเมริกัน .22 ที่ตรวจพบในกระเป๋าสะพายของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ส่งไปยังสำนักงานพิสูจน์หลักฐานของตำรวจญี่ปุ่นเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อทดสอบว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีอานุภาพรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และอาวุธปืนกระบอกนี้ถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดสรุปเสนอให้อัยการญี่ปุ่นพิจารณาประกอบสำนวนว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องต่อไป
 
                      ล่าสุด ผู้สื่อข่าว คม ชัด ลึก ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงของทางการญี่ปุ่น ว่า ผลการตรวจอาวุธปืนดังกล่าว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจพบเพียงหมายเลขประจำปืนที่สลักไว้ บ่งบอกถึงการผลิตจากโรงงานและเป็นการควบคุมของโรงงานผู้ผลิตว่าปืนขนาดดังกล่าวถูกนำไปขายที่ประเทศใดบ้าง โดยโรงงานผู้ผลิตจะสลักตัวอักษรเป็นภาษาอังกฤษ และหมายเลขอารบิกไว้ที่ตัวปืน
 
                      แหล่งข่าวระดับสูงของทางการประเทศญี่ปุ่นอ้างอีกว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานญี่ปุ่นพยายามตรวจหาหมายเลขทะเบียน ปืนกระบอกที่ตรวจยึดมาจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ซึ่งหมายเลขทะเบียนปืนหากเป็นอาวุธปืนที่เสียภาษีอย่างถูกต้องของประเทศไทย น่าจะตอกตัวอักษรไทยและเลขไทยไว้ตรงด้ามจับของอาวุธปืนเท่านั้น เพราะอาวุธปืนนอร์ทอเมริกัน .22 เป็นอาวุธปืนขนาดเล็ก น่าจะตอกตัวอักษรไทยและเลขไทยได้ที่บริเวณด้ามจับเพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังตรวจไม่พบ
 
                      อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงคนเดิมไม่ได้อธิบายว่าปืนของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ยังตรวจไม่พบการจดทะเบียนในไทยจะเป็นปืนเถื่อนหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรายงานอย่างไม่เป็นทางการให้ตำรวจสากลของประเทศญี่ปุ่น และตำรวจสากลของประเทศไทย เกี่ยวกับกรณีของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องข้อหาหรืออัตราโทษที่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ คงไม่สามารถก้าวล่วงหน้าที่ของพนักงานอัยการได้ แต่ความเห็นส่วนตัวประชากรของประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถครอบครองอาวุธปืนพกสั้นได้ แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการครอบครอง และเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ส่วนอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่มีทะเบียนคงไม่น่าจะมีผล
 
                      ขณะเดียวกัน กรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นำอาวุธปืนเดินทางออกนอกประเทศไปได้อย่างไรนั้น พล.ต.ท.อำนวย ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ท้องที่ของสนามบินสุวรรณภูมิ ไปตรวจสอบแล้ว พบว่า ในวันที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ มีกระเป๋าสัมภาระทั้งหมด 3 ใบ โดยกระเป๋าใบใหญ่ ลำเลียงเข้าสายพานบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินของผู้โดยสารชั้นธุรกิจของสายการบินไทย เพื่อโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบิน ส่วนกระเป๋าอีก 2 ใบ คือ กระเป๋าขนาดเล็กมีล้อลาก และกระเป๋าสะพายสีดำติดตัว ผ่านเครื่องเอกซเรย์ไม่พบความผิดปกติ จึงถือขึ้นเครื่องบินไป
 
                      ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคนใกล้ชิด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่เปิดเผยว่า โดยปกติกระเป๋ายารักษาโรคของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งในวันที่จะเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้หยิบกระเป๋ายารักษาโรคจากกระเป๋าใบใหญ่ มาใส่ไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นของประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีอาวุธปืนอยู่ในกระเป๋ายารักษาโรค แล้วเพิ่งรู้ว่าอาวุธปืนที่คิดว่าหายไปนานแล้วกลับไปอยู่ในกระเป๋ายารักษาโรคโดยไม่ทราบมาก่อน
 
                      ด้าน นางจงกล ธูปกระจ่าง มารดา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และญาติสนิท ได้เดินทางไปที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง (คลินิกการแพทย์แผนไทย) เลขที่ 191 หมู่ 4 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ภายในมูลนิธิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ใช้เป็นคลินิกฝังเข็มรักษาคนไข้ เพื่อขอพรให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ปลอดภัย