ข่าว

‘บิ๊กตู่’มอบโล่‘ซิโก้’ผลงานเยี่ยมร่วมต้านยา

‘บิ๊กตู่’มอบโล่‘ซิโก้’ผลงานเยี่ยมร่วมต้านยา

26 มิ.ย. 2558

‘บิ๊กตู่’มอบโล่‘ซิโก้’ผลงานเยี่ยมร่วมต้านยา ชี้ปัญหายาเสพติดฉุดประเทศเดินหน้า ห่วงครอบครัวใช้ไอทีสอนลูกแทนพ่อแม่

                 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่หอประชุมใหญ่กรมประชาสัมพันธ์  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2558 ในจำนวนนั้นมีร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย พรีเซ็นเตอร์รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2558 รวมอยู่ด้วย
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน และปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้เท่าที่ควร ทำให้ครอบครัวมีปัญหา จึงต้องแก้ปัญหาโดยเริ่มต้นจากครอบครัว ซึ่งพ่อแม่ทำแต่งานจนทำให้เทคโนโลยีสอนเด็กแทน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเฝ้าระวัง ป้องปรามและสร้างจิตสำนึกให้ผู้ค้าไม่สามารถยืนอยู่ในสังคมได้ และเห็นว่าที่ผ่านมามีการประเมินความก้าวหน้าของการแก้ปัญหาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งตนเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดกิจกรรมทั้งใหญ่และย่อย
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ขอฝากให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลครอบครัวที่สูญเสียต่อ โดยเฉพาะงานและการศึกษาของบุตรถึงแม้ว่าจะได้รับการเยียวยาไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้จะต้องมีการป้องกัน ปราบปราม ฟื้นฟูดูแลคุกเพราะวันนี้เห็นว่านักโทษยาเสพติดมีมาก วันนี้สิ้นเปลืองกับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เยอะซึ่งไม่ควรจะเป็น
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเรืองการปฏิรูปที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่า ตนพูดคอจะแตก พูดเกือบเป็นลมตายมาหลายครั้งแต่ก็ไม่ฟังกัน มาบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไร ซึ่งไม่มีรัฐบาลไหนที่มาจากการควบคุมอำนาจแล้วฟังทุกคนเหมือนที่ตนทำอยู่ตอนนี้ ถ้าคิดว่าบ้านเมืองดีอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรก็เชิญ วันนี้มีความขัดแย้งหลายอย่าง ตนไม่ใช่นักการเมือง ไม่ได้รับเลือกตั้งเข้า แต่เลือกตั้งตนเองเข้ามาเอง จึงเป็นคนกำหนดกติกาชั่วคราวของตนเอง แต่ก็รับรับฟังกติกาของทุกคน ตนไม่ได้บังคับใครให้คิดตามตลอด แต่เพียงเป็นผู้ชี้นำ ฉายไฟให้ทุกเดินมาอย่างปลอดภัย วันนี้ทุกคนต้องร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศชาติและสร้างภูมิคุ้มกันในทุกเรื่อง
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้กฎหมายไม่ได้มีเพื่อสร้างความขัดแย้งแต่มีเพื่อให้สังคมสงบสุข สร้างความเท่าเทียมกันของคน ต้องทำให้คนผิดยอมรับกติกาและเข้ามาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนก็ยังไม่กล้าเป็นคนชี้ว่าให้ใครถูกหรือผิดเพราะไม่ใช่เปาบุ้นจิน สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ขึ้นอยู่กับทุกคน บางคนจะแก่ตายหรือบางคนตายทั้งเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ทำตัวเอง วันนี้เราต้องเอาประวัติศาสตร์มาสร้างการเรียนรู้ ไม่ใช่ทำให้มาบ่นด่าในภายหลัง วันนี้ปัญหาประเทศมีเยอะ แต่อย่ามุ่งความหวังมาที่ตนคนเดียว ทุกคนต้องเดินมาด้วยกันพร้อมเผชิญอันตรายทั้งสิ้นไม่ใช่เดินตาม
 
                 “เราต้องปฏิรูปตัวเอง ผมไม่เคยโทษใคร ไม่เคยโทษเจ้าหน้าที่ ต้องโทษตัวเองที่ขี้โมโห ขี้หงุดหงิดก็พยายามแก้ตัวเองอยู่ทุกวัน แต่ก็มีคนมายั่วยุทุกวัน วันนี้อ้างประชาธิปไตย แต่วันนี้ประชาธิปไตยยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ การประท้วงตอนนี้มันใช่เวลาแล้วหรือ ผมไม่เคยขัดแย้งกับนักการเมืองสักคน แต่ขัดแย้งกับคนไม่ดี อย่ากังวลเรื่องความไม่โปร่งใสของผม เพราะผมเข้ามาเพราะเรื่องนี้ ผมไม่ใช่คนวิเศษ เพียงแต่ได้รับการสอนสั่งจากพี่ๆ ถึงมีวันนี้ได้ แต่ที่พูดมากพี่ไม่ได้สอน ผมจะอยู่แค่ไหนก็ทำแค่นั้น ที่เหลือก็บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ใครจะมาทำก็เชิญ ประชาชนต้องเลือก และที่เขียนล้อเล่นว่าผมเป็นลิงปิดหู ปิดตา ปิดปาก ผมไม่เคยปิดใครเลย พวกคุณมองเห็นผมไหม ใครไม่เห็นผมบ้าง แต่อะไรที่เกินไปก็ต้องให้อำนาจผมบ้าง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป อย่ามาบั่นทอนกำลังใจกัน อย่าทะเลาะเบาะแวงกันเลย เพราะวันหน้าผมก็ต้องเป็นตาแก่คนหนึ่งอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ไปต่างประเทศ ทุกประเทศยินดีที่ไทยมีเสถียรภาพมีความสงบสุขและพร้อมที่จะมาลงทุน แต่เขาถามว่าความสงบแบบนี้จะอยู่อีกนานแค่ไหน จะมีการประท้วงอีกหรือเปล่า และวันนี้ที่ต่างประเทศได้รับข้อมูลต่างๆ ก็ดูจากสื่อไทยโดยที่ไม่ต้องมาเอง และวันนี้สิ่งที่น่ายินดีคือการท่องเที่ยวไทยเราโตขึ้นถึงร้อยละ 30 นักท่องเที่ยวมาไทยจนประเทศจะแตกอยู่แล้ว รายได้หลักก็มาจากการท่องเที่ยว
 
                 พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงสื่อว่า ทุกวันนี้ตนทะเลาะกับสื่ออยู่ตลอด ซึ่งตนเห็นว่าหน้าที่ของสื่อคือประชาสัมพันธ์เรื่องจริง สร้างความเข้าใจ ขยายสิ่งดีๆ เรื่องติติงวิจารณ์ทำได้ แต่เอาแค่พอควร