ข่าว

บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล

บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล

28 มิ.ย. 2558

เปิดโลกวันอาทิตย์ : บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล : โดย...สุดา มั่งมีดี

 
                       การแปรปรวนของสภาพอากาศ ไม่ใช่ประเด็นที่ไกลตัวผู้คนเลย เพราะหลังจากเมื่อเดือนก่อนอินเดียเผชิญคลื่นความร้อนจนเสียชีวิตไปถึง 2,000 คน ล่าสุดปากีสถานก็เจอกับสภาพเดียวกัน ขณะที่ไทยเองนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเผชิญปัญหาภัยแล้งแทบทุกปี
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       ในช่วงที่ทุกคนน่าจะตระหนักถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป เห็นได้จากสภาพอากาศที่ "สุดขั้ว" มากขึ้น เรื่องน้ำเป็นสิ่งที่คนมองข้ามไม่ได้ เพราะจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิต และที่น่าห่วงคือปริมาณน้ำจืดในโลกยังมีเท่าเดิม แถมยังมีการปนเปื้อนอีก ขณะเดียวกันจำนวนประชากรในโลกมีแต่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เรื่องน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญและชาวโลกต้องตระหนักเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
 
                       ประเทศที่ขึ้นชื่อด้านการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง คืออิสราเอล ความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศแห้งแล้ง บางส่วนมีสภาพเป็นทะเลทราย จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่ออนุรักษ์ ประหยัดน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ผ่าน 3 แนวทางคือ ประหยัดน้ำ นำน้ำกลับมาผ่านกระบวนการเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และนำน้ำทะเลมาสกัดเป็นน้ำจืด
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       โรงงานสกัดน้ำทะเลมาทำน้ำจืดของอิสราเอล เป็นโรงงานใหญ่ที่สุดในโลกที่สกัดน้ำทะเลด้วยระบบ reverse osmosis สามารถนำน้ำเค็มมาสกัดเป็นน้ำจืดถึงขั้นดื่มกินได้ในอัตราปีละ 127 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยต้นทุนในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ 0.60 ดอลลาร์ต่อลูกบาศก์เมตร
 
                       นอกจากนั้น แม้มีสภาพเป็นทะเลทราย แต่อิสราเอลดำเนินความพยายามทุกทาง เพื่อให้คนในชาติสามารถเพาะปลูกอาหารเลี้ยงตัวเอง หรือทำเป็นอาชีพ โดยไม่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะชาวอิสราเอลได้ผนึกกำลังและลงมือกันเอง หนึ่งในกลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ คือกลุ่มกองทุนแห่งชาติชาวยิว “เคเคแอล-เจเอ็นเอฟ” ที่ทำหน้าที่คนกลางรวบรวมความช่วยเหลือจากชุมชนชาวยิวในที่ต่างๆ ทั่วโลก สำหรับจัดทำโครงการช่วยเหลือต่างๆ
 
                       หนึ่งในนั้นคือการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวนมากกว่า 230 แห่งทั่วประเทศ สำหรับกักเก็บน้ำ 2 ใน 3 ในการทำเกษตรกรรม โดยแหล่งน้ำเหล่านี้กักเก็บทั้งน้ำที่ผ่านการรีไซเคิลและน้ำฝน
 
                       แน่นอนว่าทุกคนรู้จักน้ำฝน รวมถึงการเกษตรในหลายประเทศที่ปริมาณผลผลิตอาศัยหรือขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในแต่ละปี อิสราเอลก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่ไปไกลกว่านั้น เพราะมีการนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว มารีไซเคิลด้วยวิธีการทางชีววิทยา คือให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสิ่งต่างๆ แล้วนำน้ำที่ผ่านการรีไซเคิลนี้ ไปใช้ด้านการเกษตร
 
                       หนึ่งในแหล่งกักเก็บน้ำของอิสราเอล รวมถึงแหล่งที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายเนเกฟ ทางใต้ของประเทศ แหล่งกักเก็บน้ำแห่งนี้มีชื่อว่า Aryeh Pools ซึ่งทุนทรัพย์ที่ใช้ในการสร้างนั้น มาจากชุมชนชาวยิวในออสเตรเลีย แหล่งกักเก็บน้ำแห่งนี้จัดหาน้ำ 15 ล้านลูกบาศก์เมตรสำหรับชุมชนที่ทำการเกษตรซึ่งปลูกพืชผลอย่างทับทิม ส้ม และมันฝรั่ง
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       ต้นทับทิมที่เรียงรายกันอยู่หลายแถวนั้น ออกผลงามทั้งที่อยู่กลางทะเลทราย โดยสวนทับทิมหรือสวนผักผลไม้อื่นนั้น จะมีสีเขียวขจีตัดกันอย่างเห็นได้ชัดกับผืนดินสีเหลืองจางที่เป็นทะเลทราย ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันเลย
 
                       หนึ่งในเกษตรกรที่อาศัยอยู่แถบทะเลทรายเนเกฟ ปลูกทับทิม และขายเพื่อส่งออกเท่านั้น แถมเป็นการส่งออกไปยังตลาดยุโรปกับรัสเซีย การวางแผนของเขาไม่ธรรมดาเลย เพราะกะเก็งปลูกให้ทับทิมออกผลเร็วและเก็บผลผลิตก่อนคนอื่น ทำให้สามารถเรียกราคาที่สูงกว่าได้เพราะช่วงที่ขายนั้นไม่ได้มีทับทิมล้นตลาด
 
                       แม้ปลูกทับทิมออกผลอย่างงดงาม แต่เขาก็ต้องขยันขันแข็ง ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า จากนั้นก็ไปรับคนงาน
 
                       เกษตรกรคนนี้เล่าว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่ทะเลทรายแถบนี้ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งประมาณ 10 ปีที่แล้วถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ดังนั้นเมื่อปัจจุบันมีน้ำสำหรับทำการเกษตรในปริมาณไม่จำกัดแล้ว เขาก็วางแผนจะขยายฟาร์มด้วยการปลูกองุ่นและถั่วชนิดต่างๆ อันเป็นพืชที่ต้องใช้น้ำมาก
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       แน่นอนว่าวิธีทำการเกษตรของเขาใช้ระบบน้ำหยด หรือ drip irrigation ซึ่งใส่ปุ๋ยไปกับน้ำเลย ทำให้ทั้งน้ำและปุ๋ยถูกส่งไปถึงรากของพืช แทนที่จะถูกสาดไปในวงกว้างหากใช้วิธีรดน้ำแบบทั่วไป โดยในส่วนของน้ำนั้นประหยัดได้ถึง 1 ใน 3 อีกทั้งระบบน้ำหยดยังมีข้อดีคือลดการระเหยของน้ำ ลดความต้องการในการใช้ปุ๋ยและสารเคมี ทั้งยังทำให้สามารถควบคุมโรคที่เกิดกับต้นไม้ได้ และทำให้ไม่ค่อยมีวัชพืช
 
                       น้ำที่มีนำมาใช้ด้านการเกษตรนั้น 85% เป็นน้ำใช้แล้วที่ผ่านกระบวนการคัดกรองสิ่งสกปรกและเป็นพิษออกไป
 
                       ความตระหนักถึงคุณค่า “น้ำ” ของคนในประเทศนี้ ทำให้มีการคำนวณไปถึงปริมาณน้ำฝน และพบว่ามีการนำน้ำฝนมาใช้เพียง 20% ส่วนที่เหลืออีก 80% เสียเปล่าไป โดย 20% ของน้ำฝนที่ท่วมอยู่บนท้องถนนหรือตกลงบนภูเขานั้น ไหลลงท่อหรือลงทะเล คิดเป็นปริมาณน้ำที่สูญเสียไปหลายล้านลูกบาศก์เมตร อีก 60% ระเหยไปความที่ภูมิประเทศเป็นทะเลทราย
 
                       เมื่อเป็นดังนี้เอ็นจีโอในนามของกลุ่มกรีนฮอไรซอนส์ จึงพยายามสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤติน้ำ ส่งเสริมการกักเก็บน้ำ และพยายามสร้างจิตสำนึกแก่คนในชาติตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยการพุ่งเป้าไปที่เยาวชน และช่วยเหลือนักเรียนพัฒนาทักษะในการรับมือกับการท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดทำโครงการกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้
 
                       ปัจจุบันกรีนฮอไรซอนส์มีโครงการแบบนี้ 24 โครงการทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนประถมในเมืองเรห์โฮวอตซึ่งหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำโครงการกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ คือหนูน้อยลาวี วินเนอร์ วัยเพียง 9 ขวบ ที่ต่อท่อรองน้ำฝนจากหลังคาอาคารเรียนไปเก็บไว้ในแท็งก์น้ำซึ่งมีระบบที่กรองเศษใบไม้ เศษดินหรือสิ่งปลอมปนอื่นๆ ก่อนถูกแยกเก็บไว้ในแท็งก์น้ำอีกกลุ่มหนึ่ง สำหรับไว้นำไปใช้ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่มีการใช้น้ำมากที่สุดในโรงเรียน
 
                       หน้าที่ของกลุ่มกรีนฮอไรซอนส์คือขนอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่างแท็งก์น้ำมาให้ จากนั้นหนูน้อยลาวีและพรรคพวก ก็จัดแจงต่อเครื่องไม้เครื่องมือเข้าที่ แล้วก็หนูน้อยลาวีอีกนั่นแหละที่เข้าไปโน้มน้าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการนักเรียนซึ่งมาจากทุกระดับชั้นเรียน เห็นถึงความสำคัญของโครงการนี้และอนุมัติค่าไฟสำหรับใช้ในโครงการ หนูน้อยลาวีบอกว่า ความฝันของเขาคือเห็นน้ำฝนทุกหยดที่ตกลงมาในอิสราเอล ถูกเก็บกักไว้และนำไปใช้ประโยชน์
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       เจ้าหน้าที่ของกลุ่มกรีนฮอไรซอนส์บอกว่าไม่เคยมีใครทำโครงการแบบนี้มาก่อนในโลก และการที่โรงเรียนมีการใช้ระบบนี้ถือเป็นสิ่งดี เพราะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการประหยัดน้ำ พอเด็กกลับบ้านไปแล้วยังอาจทำตัวเหมือน “ตำรวจน้ำ” ที่คอยเตือนพ่อแม่ให้ปิดน้ำ หากเผลอเปิดน้ำทิ้งไว้ระหว่างล้างจานหรือล้างรถ อีกทั้งยังสามารถสอนเพื่อนๆ หรือบ้านเรือนใกล้เคียงได้
 
                       โรงเรียนเรห์โฮวอตที่ทำโครงการนี้น่าสนใจมาก เพราะเปิดโอกาสให้นักเรียน ไม่ว่าอายุเท่าไร ทำอะไรก็ได้ อยากจะไปปีนต้นไม้ อนุรักษ์น้ำ เรียนเลขทั้งวันก็ได้ หรือเล่นๆ อยู่แล้วอยากไปเข้าห้องเรียนก็ได้เพราะที่นี่เป็นโลกของเด็ก ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่มีนักเรียนมากเป็นอันดับ 7 ของประเทศ โดยปีนี้ทางโรงเรียนมีเด็กประมาณ 400 คน
 
                       โรงเรียนเรห์โฮวอตคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันทั่วประเทศสำหรับโครงการเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ที่ริเริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และแน่นอนว่าหากโรงเรียนทุกแห่งในจำนวน 4,500 แห่งทั่วประเทศ มีโครงการนำน้ำฝนมาใช้ในทำนองนี้ ก็จะช่วยประหยัดน้ำไปได้มาก
 
                       การสร้างความตระหนักรู้ด้านน้ำ ไม่จำกัดเฉพาะในโรงเรียน แต่ยังมีอยู่รอบๆ ตัว รวมถึงตอนนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ เพราะหน่วยงานด้านน้ำของอิสราเอลได้จับมือกับช่องรายการเด็ก เพื่อผลิตรายการปลูกฝังจิตสำนึกแก่เด็กๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปการ์ตูนและอื่นๆ
 
 
บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล
 
 
                       นอกเหนือจากกลุ่มเด็กแล้ว ประชาชนทั่วไปก็เป็นเป้าหมายสำคัญ และได้มีการดึงคนดังมาร่วมแสดงในโฆษณาที่ออกอากาศทางทีวี พร้อมอธิบายว่าสามารถประหยัดน้ำกันได้ด้วยวิธีไหนบ้าง เช่น อาบน้ำให้เร็วขึ้น 10 นาที ปิดก๊อกน้ำระหว่างแปรงฟัน อีกทั้งก๊อกน้ำรุ่นใหม่ของอิสราเอลยังใส่สิ่งที่คล้ายวงแหวนเข้าในเพื่อลดปริมาณน้ำที่ออกมาโดยอาจมีฟองอากาศออกมาร่วมด้วย แต่คนใช้จะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง ความพยายามเหล่านี้สามารถประหยัดการใช้น้ำลงได้ 17%
 
                       จิตวิญญาณของการสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ยังมีอยู่ในสายเลือดคนอิสราเอล เห็นได้จากประเทศนี้อยู่ลำดับ 3 ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการจัดอันดับของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม และรัฐบาลก็ส่งเสริมให้คนในชาติก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ หรือ start-up ด้วย รวมถึง start-up ในอุตสาหกรรมน้ำ อย่างบริษัท เมมเทค (MemTech) ซึ่งผลิตเมมเบรนสำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำใช้แล้ว ให้สะอาดและสามารถนำมาใช้งานได้อีก
 
                       ทั้งยังมีบริษัท อควอเรียส-สเปคตรัม (Aquarius-Spectrum) ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลของน้ำที่จุดไหนของท่อบ้าง หรือบริษัท CuraPipe ที่ซ่อมท่อโดยไม่ต้องขุดดินแต่ใช้วิธีสอดท่อพร้อมสารที่ใช้สำหรับอุดซ่อมเข้าไปในท่อน้ำ
 
                       นอกจากรณรงค์ ผลักดัน และคิดค้นแนวทางประหยัดน้ำภายในประเทศแล้ว อิสราเอลยังพยายามสร้างความตระหนักรู้และให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ได้อย่างพอเพียง อีกทั้งอิสราเอลยังเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีด้านน้ำไปในระดับโลก หนึ่งในนั้นคือการจัดงาน Watec
 
                       งาน Watec นี้ จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 13-15 ตุลาคม ที่เมืองเทลอาวีฟ เมื่อปีที่แล้วประเทศที่ไปร่วมงาน Watec มีจำนวนถึง 195 ประเทศ เพิ่มจากปีก่อนที่มี 104 ประเทศ งานนี้เป็นเวทีอย่างดีที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีรวมถึงแนวคิดต่างๆ ด้านน้ำของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการบริหารจัดการน้ำในทุกขั้นตอน ซึ่งหากมีการนำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้ ย่อมจะก่อให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมในท้ายที่สุด
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : บริหารจัดการน้ำ สู้ภัยแล้งสไตล์อิสราเอล : โดย...สุดา มั่งมีดี)