
รอฝนอย่างเดียวไม่ได้ต้องหาน้ำต้นทุนเพิ่ม
27 มิ.ย. 2558
รอฝนอย่างเดียวไม่ได้ต้องหาน้ำต้นทุนเพิ่ม : ชั่วโมงที่ 26 : บก.อำนวยการเ ครือเนชั่น ถาม "พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ" รมว.พาณิชย์ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล
หมายเหตุ : จากภาวะภัยแล้งปัจจุบัน รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างไร พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้มาร่วมรายการ "ชั่วโมงที่ 26" ช่องนาว 26 เมื่อคืนวันที่ 25 มิถุนายน ดำเนินรายการโดย เทพชัย หย่อง มีสาระน่าสนใจดังนี้ (ล้อมกรอบ-สกรีนพื้นสี)
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและอยากสื่อสารข้อเท็จจริงสถานการณ์น้ำเป็นอย่างไรให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งในส่วนการวางแผนบริหารจัดการน้ำก็เช่นกันที่ตนเป็นประธาน ซึ่งก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ และคณะกรรมการอีกชุด คือ กบอ.(คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย) ดำเนินการอยู่ แต่หลังจากนั้นได้นำแผนมาพิจารณาก็เห็นว่าแผนบริหารยังไม่ครบถ้วนไม่ครอบคลุมทุกมิติ เน้นไปเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก อาจจะมีฝนแล้งบ้าง ทาง คสช.เห็นว่าน่าจะจัดทำใหม่ นายกฯ จึงแต่งตั้งตนเป็นประธานคณะทำงานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 ให้ไปจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง และอีกหลายด้าน ซึ่งเสร็จสิ้นแล้วและเสนอครม.เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยจะมีเรื่องจัดตั้งองค์กรและกฎระเบียบในอนาคตข้างหน้าด้วย ถือว่าได้ทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ก็จะขับเคลื่อนต่อไป
สำหรับปัญหาภัยแล้งในปัจจุบัน ต้องดูในเรื่องน้ำต้นทุน ซึ่งในแผนบริหารน้ำที่จัดทำมาตั้งแต่ปลายปี 57 กำหนดว่าต้องเก็บกักน้ำมากขึ้น จะต้องเพิ่มเติมทั้งในและนอกเขตชลประทาน วันนี้เราแก้ปัญหาด้วยการขุดเจาะบาดาล ไปเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ แต่เราไม่มีน้ำต้นทุน ซึ่งน้ำต้นทุนมาจากน้ำฝนอย่างเดียว
"ดังนั้น ในแผนบริหารจัดการน้ำ เรารอน้ำรอฝนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องไปหาน้ำต้นทุนเพิ่ม นายกฯ ได้ดำริเองว่าควรต้องคำนึงถึงน้ำต้นทุน เราต้องไปมองที่แม่น้ำนานาชาติที่มีปริมาณน้ำตลอดทั้งปี เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน วันนี้ในแผนที่เราเสนอไปแล้วจึงมีเรื่องนี้ว่าทำอย่างไรจะดึงน้ำต้นทุนจากแม่น้ำนานาชาติเข้ามากักเก็บไว้ในบ้านเรา แทนที่จะรอน้ำฝนอย่างเดียว"
0 ในภาวะแล้งได้วางระบบปล่อยน้ำจัดการอย่างไร
เรื่องบริหารจัดการน้ำ จะมีน้ำในเขตและนอกเขตชลประทาน การบริหารในเขตชลประทานมีคณะทำงานมีหน่วยงานหลักดูแล อาทิ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น มีหน้าที่ประชุมหารือว่าจะบริหารน้ำจากเขื่อนในเขตนั้นอย่างไร ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ดูแลตลอดและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
0 นายกฯ พูดว่าหน่วยงานเหล่านี้มีการเมืองเข้าไปแทรกแซง
คิดว่าเรื่องนี้ประชาชนทั่วไปก็จะทราบดี แต่นายกฯ เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงให้เข้าไปนั่งดูว่าจะทำอย่างไร ให้ไปเสริมการทำงาน
0 ผลกระทบลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7.4 ล้านไร่ ปลูกไปแล้ว 3.4 ล้านไร่ ส่วนที่เหลือขอให้ชะลอปลูกจะช่วยอย่างไร
ตรงนี้มีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน ซึ่งในห้วงเวลาที่เราปล่อยน้ำมีวงรอบชัดเจน อีกส่วนนอกเขตชลประทานเป็นเกษตรรอฝน พื้นที่การเกษตรตัวเลขกลมๆ มีประมาณ 140 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน 30 ล้านไร่ นอกชลประทาน 100 กว่าล้านไร่ ในเขตชลประทานเราโฟกัสที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มี 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตรงนี้ 7.4 ล้านไร่ ปลูกพืชไปแล้ว 3.4 ล้านไร่ ที่เหลือเราขอให้ชะลอ โดยในกลุ่มที่ปลูกไปแล้ว ทางนายกฯ ให้ความสำคัญในการดูแล ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ปลูกก็ต้องช่วยเหลือดูแลด้วย
แนวทางวันนี้กระทรวงเกษตรฯ ต้องไปดูว่าน้ำยังน้อยต้องเปลี่ยนวิธีการปลูกหรือพืชที่จะปลูก เป็นพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว รวมทั้งการชดเชยก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องไปดูในระยะต่อไป ซึ่งในการประชุมครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ได้โฟกัสไปที่ 8.5 แสนไร่ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่น้ำอาจไม่พอ โดยมีมาตรการให้กรมน้ำบาดาลไปขุดเจาะบ่อบาดาลช่วยเติมในส่วนนี้
0 ในส่วนที่นายกฯ พูดว่าภาวะแล้งอาจมีถึงปีหน้า
เรื่องนี้เราต้องติดตามสถานการณ์ฝน และกรมอุตุฯ พยากรณ์ชัดเจนว่าฝนมาช้า จะมาเดือนสิงหาคม ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป ซึ่งบ้านเราในการเกษตรเป็นการใช้น้ำฝน แต่น้ำต้นทุนไม่มีเลย นายกฯ จึงมีบัญชาว่าเราต้องหาน้ำต้นทุน ทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจึงเอามาดูและอนาคตต้องเอาน้ำจากแม่น้ำโขงและสาละวินมาใช้ประโยชน์ ก็ต้องศึกษาว่าจะเริ่มอย่างไร เคยมีการศึกษาไว้บ้างเช่นสาละวิน แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดต้องใช้เวลาทั้งสิ้น เสียดายว่าเราน่าจะทำกันมานานแล้ว
ส่วนเวลาที่จะเห็นผล เราวางแผนยุทธศาสตร์ทำไว้ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2569 และเราจะขยายพื้นที่ในเขตชลประทาน จาก 30 ขยายเป็น 40 ล้านไร่ ถือว่าไม่ใช่น้อย ส่วนนอกเขตชลประทานก็ต้องเพิ่มน้ำต้นทุน นอกจากนี้ในแผนยังมีเรื่องป้องกันน้ำท่วม ทำอย่างไรจะควบคุมกำกับ ระบายน้ำให้รวดเร็ว และคุณภาพน้ำ ซึ่งแต่ก่อนไม่ได้วางแผนกันไว้
0 จากที่พิจารณาเห็นความผิดพลาดของแผนจัดการน้ำในอดีต
ต้องบอกว่าจริงๆ อาจจะไม่มีแผนจะดีกว่า มีก็แต่แผนจัดการน้ำ ของ กบอ.ทำไว้ แต่มุ่งเน้นเรื่องน้ำท่วมจากบทเรียนปี 2554 น่าเสียดายเราไม่มีเตรียมการมาไว้ก่อน ทั้งที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งการทำแผนในอดีตไม่ได้มอง แต่เรามี 25 ลุ่มน้ำ วันนี้เราเอาเรื่องลุ่มน้ำมาเกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงหมด เอานักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชนที่มีส่วนได้เสียมาร่วมด้วย ทำให้เห็นว่าการคิดจัดทำครั้งนี้ครอบคลุมทั้งหมด
0 ผลพวงจากภัยแล้งคนทั่วไปรับมืออย่างไร
ต้องยอมรับความจริง เข้าใจสถานการณ์ เพราะเป็นสภาวะที่ทั่วโลกเกิดขึ้น ถ้าต้องไม่ปลูกก็ต้องไม่ปลูกหรือเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทน ก็ต้องยอมรับตรงนี้ ประการที่สองต้องรู้จักประหยัดการใช้น้ำ ซึ่งเขื่อนปล่อยออกมามีเป้าหมายเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นหลัก และที่ตามมาคือรักษาระบบนิเวศ ส่วนเกษตรกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน เราต้องจัดลำดับความสำคัญให้พอดี
0 ที่มีคนวิจารณ์ว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้
รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เราคิดเลยทำเลย จะแก้ปัญหาอย่างไร แต่การแก้ปัญหาวันนี้ต้องได้ผลในระยะข้างหน้า แต่การแก้ปัญหาย้อนหลังไป เราทำไม่ได้ เราไม่อยากไปโทษเรื่องที่ผ่านมาในอดีต เราต้องมองว่าประชาชนทุกคนในชาติต้องช่วยกัน มองจากปัจจุบันไปข้างหน้า
0 สถานการณ์ภัยแล้งจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อราคาข้าวซึ่งรัฐบาลมีสต็อกข้าวจำนวนมาก
ทุกประเทศที่ปลูกข้าวได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทำให้พื้นที่ปลูกข้าวลดลง คิดว่าทิศทางราคาข้าวอาจจะดีขึ้น ปัจจุบันเรามีสต็อก 15 ล้านตัน แต่เราระบายเป็นระยะ ซึ่งมีทั้งข้าวคุณภาพดีและบางส่วนต้องปรับปรุง ในส่วนไม่ดีมีไม่มากมีประมาณ 20-30% ตรงนี้เราคิดว่าจะระบายไปสู่อุตสาหกรรมไปทำเอทานอลหรืออะไรก็ได้ ไม่วนกลับเข้ามาในระบบอีก โดยจะเสนอในที่ประชุม นบข. (คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว) วันที่ 1 กรกฎาคม ส่วนข้าวดีก็ระบายในวงรอบแต่ระวังไม่ให้กระทบราคาข้าวที่จะออกมาสู่ตลาดด้วย
0 ข้าวในสต็อกมีความมั่นใจว่ามีช่องทางระบาย
"ตอนเข้ามาครั้งแรกมี 19 ล้านตัน ก็มีคนพูดกับผมว่าวันนี้เราผลิตข้าวจำนวนหนึ่ง ส่งออกจำนวนหนึ่ง และยังมีอีก 18-19 ล้านตัน ก็บอกว่าจะต้องใช้เวลาระบายไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่วันนี้ผมตั้งใจจะให้จบใน 2 ปี มั่นใจว่าเป็นไปได้"
ข้าวดีเราระบายไปแล้ว 3-4 ล้านตัน ข้าวใช้ไม่ได้ระบายอุตสาหกรรม เรามีวิธีชัดเจนเราระบายยกคลังเลย ซึ่งเป็นวิธีการที่ตลาดยอมรับ ของดีก็ราคาหนึ่ง เกรดต่ำก็ราคาหนึ่ง เป็นแนวทางที่เราจะใช้ระบายข้าวที่มีประสิทธิภาพ แต่อีกประเด็นข้าวในคลังอาจเป็นประโยชน์ในภาวะขาดแคลน
0 การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ยังดำเนินการได้หรือไม่
เรายังทำอยู่ ซึ่งเราเจรจาเรื่องการพัฒนาระบบรถไฟกับจีน และถือโอกาสคุยกับรัฐบาลจีนให้ซื้อสินค้าเกษตรของเรา และได้รับความกรุณาจากนายกฯ ได้มีโอกาสพบประธานาธิบดีจีน และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ใช้ช่องทางความใกล้ชิดช่วยเหลือ ส่งผลให้การเจรจาง่ายขึ้น ทางจีนจะซื้อข้าว 2 ล้านตันในระยะเวลา 2 ปี และยังมียางพาราอีก 2 แสนตัน



