ข่าว

"สมชัย"ชื่นชมสปิริต"สุเทพ"แต่ยันต้องส่งชื่อให้ศาลรธน.

"สมชัย"ชื่นชมสปิริต"สุเทพ"แต่ยันต้องส่งชื่อให้ศาลรธน.

17 ก.ค. 2552

" สมชัย " ชื่นชมสปิริต " สุเทพ " แต่ยันต้องส่งชื่อให้ศาลรธน. แนะส.ส.ที่เหลืออย่าตีตนไปก่อนไข้ รอคำสั่งศาลรธน. เชื่อจัดเลือกตั้งใหม่สุราษฎร์เรียบร้อย เผยกม.ไม่ห้ามผู้ถูกศาลสั่งพ้นสภาพส.ส.จากการถือหุ้นลงเลือกตั้งใหม่ได้

 (17ก.ค.)  นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงลาออกจากการเป็นส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนขอชื่นชมนายสุเทพ ที่แสดงสปิริตทางการเมืองโดยการลาออก ซึ่งในส่วนกกต. ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่เหมือนตอนที่ส.ส.ทั่วไปลาออก ส่วนที่กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีชื่อนายสุเทพด้วยนั้น ก็ยังคงดำเนินการต่อไป ขึ้นอยู่กับศาลจะวินิจฉัยอย่างไร

 เมื่อถามว่า การลาออกจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ลาออกแล้วมีการเลือกตั้งใหม่ ไม่เหมือนหลายคนที่ออกมาโทษโน้น โทษนี่ ไม่ยอมรับความคิดเห็นคนอื่น

 เมื่อถามอีกว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลการเลือกตั้งเป็นพิเศษหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า หากมีการแข่งขันกันในพื้นที่อย่างรุนแรง กกต. มักจะส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง และหาข่าวเพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง แต่ในกรณีเขตพื้นที่เลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่กำลังจะเลือกใหม่นี้ เชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ส.ส.ทั้งหลายอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เพราะเรื่องเหล่านี้ยังต้องส่งความเห็นที่แตกต่างไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐาน ส่วนมติกกต.ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม คำร้องเรื่องนี้ก็เป็นของคนร่วมรัฐบาลนี้ร้องมา ซึ่งกกต.จะไม่ตรวจสอบก็ไม่ได้ และการที่กกต. มีมติ ก็ไม่ได้ทำโดยลำพัง เรามีอนุกรรมการซึ่งเชี่ยวชาญในข้อกฎหมายรวมทั้งที่ปรึกษากฎหมายที่ประกอบด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกันตั้งแต่อนุกรรมการฯ ที่ปรึกษาฯ และกกต.ด้วยกันเอง จึงเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งนี้ขอให้ส.ส.และส.ว.ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่มีความรู้สึกผิดชอบ ควรเข้าใจการทำงานขององค์กรอิสระ ซึ่งท่านเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่เหล่านี้มาเอง เพราะที่ผ่านมาตนได้เคยเสนอความเห็นไปแล้วว่าสมาชิก 1 ใน 10 ของรัฐสภาควรยื่นเรื่องให้สภาตรวจสอบเอง แต่ปรากฏว่ามีความเห็นกันว่ากกต.ควรทำหน้าที่นี้ ตนเป็นเพียงเสียงข้างน้อยก็ได้แต่ปฏิบัติตามนั้น จึงฝากส.ส.และส.ว.ที่มีวุฒิภาวะแล้วน่าจะเข้าใจ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นเช่นเดียวกับกกต. ว่า ห้ามส.ส.และ ส.ว.ถือครองหุ้นในบริษัทต้องห้าม จนเป็นเหตุในสมาชิกภาพต้องสิ้นสุดลง และต้องมีการเลือกตั้งใหม่ บุคคลเหล่านี้ก็ยังคงสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 101 และ 102 ที่กำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งและลักษณะต้องห้ามของบุคคล มิให้ใช้สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้กำหนดว่า ห้ามบุคคลที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. และ ส.ว. เนื่องจากถือครองหุ้นต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ 265 ลงสมัครแต่อย่างใด