
ว่างจากการบินผลิตเครื่องรีดยางเครปโฆษิต ชนะหาญ
ว่างจากการบินผลิตเครื่องรีดยางเครป ธุรกิจเพื่อชีวิตกัปตันโฆษิต ชนะหาญ : บายไลน์ - สุรัตน์ อัตตะ เรื่อง สมศักดิ์ เนตรทอง ภาพ
แม้จะพลาดโอกาสรับใช้ชาติ ในอาชีพ "ทหารอากาศ" ที่ใฝ่ฝันอยากจะขับเครื่องบิน(รบ) แต่ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ความฝันของเขากลายมาเป็นความจริงในวันนี้ สำหรับ "โฆษิต ชนะหาญ" หรือกัปตันต้อม เด็กหนุ่มจากแดนอีสานแห่งบ้านหนองนาคำ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ด้วยการเป็นนักบินสายการบินโลว์คอสต์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
“จำได้ว่า ตอนเรียนประถม คุณครูถามทุกคนในห้องว่า โตขึ้นอยากมีอาชีพอะไร ผมตอบทันทีว่า อยากเป็นทหารอากาศ เพราะจะได้ขับเครื่องบิน ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว” โฆษิต ย้อนอดีตในวัยเด็กที่ใฝ่ฝันอยากขับเครื่องบิน จึงมีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้
หลังจบมัธยมตอนต้นที่โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม ก็มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อเรียนต่อในระดับมัธยมปลายสายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ พร้อมกับเรียนกวดวิชาเพิ่มเติมติวเข้มวิชาพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศ แต่ความหวังต้องพังทลายลง เมื่อผลการสอบออกมาปรากฏว่าไม่ผ่านเกณฑ์
จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาวิศวอุตสาหการ หลังจบการศึกษาก็เข้าทำงานกับบริษัทเอกชนอยู่ประมาณปีเศษ ก่อนลาออกมาตามหาอาชีพที่ใฝ่ฝันอีกครั้ง ด้วยการสมัครเป็นนักบินของสายการบินโลว์คอสต์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และประสบความสำเร็จได้เป็นนักบินสมความตั้งใจจนถึงปัจจุบัน
“พอสอบนายเรืออากาศไม่ติดก็เลยคิดว่า เอ๊ะจะทำยังไงให้เราได้เป็นนักบิน นักบินถ้ามาจากสายวิศวกรรมจะได้เปรียบ ตอนสอบจึงมุ่งมาทางสายวิศวกรรมเป็นความตั้งใจเดิมอยู่แล้ว พอจบออกมาทำงาน มันไม่ใช่ เพราะเรายังตามความฝันของเราอยู่ ก็คือนักบิน”
โฆษิต ยอมรับว่า การเข้าสู่อาชีพนักบินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ก่อนจะขึ้นบินจริง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และยังต้องสอบไลเซนส์นักบินอีกด้วย โดยไลเซนส์นี้จะมีอายุ 5 ปี และในแต่ละปีจะต้องบินอย่างน้อย 3 ไฟลท์ เพื่อไม่ให้ไลเซนส์ขาด
“รายได้นักบินมาจากเงินเดือนบวกกับชั่วโมงที่ขึ้นบิน เงินเดือนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุงานและสายการบินนั้นๆ ของผมอยู่ที่แสนกว่าบาท ในหนึ่งเดือนจะขึ้นบิน 15 วัน และหยุดพัก 15 วัน”
หลังก้าวมาถึงจุดหมายด้วยอาชีพนักบิน แต่ชีวิตโฆษิตจำต้องหักเหอีกครั้ง เมื่อใช้เวลาว่างจากการพักบินกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.บึงกาฬ และเป็นจังหวะเดียวกับผู้เป็นบิดาต้องการเครื่องรีดยางเครป เพื่อนำมาแปรรูปยางก้อนถ้วยเป็นยางเครป ก่อนส่งจำหน่ายให้โรงงานผลิตยางแท่งเอสทีอาร์
“ที่บ้านทำธุรกิจรับซื้อยางก้อนถ้วยจากชาวบ้านเพื่อส่งโรงงาน เมื่อก่อนกำไรดีมาก เพราะราคายางดี แต่มาระยะหลังราคายางเริ่มตกต่ำ โรงงานไม่รับยางก้อนถ้วย หรือถ้ารับก็ขายได้ราคาที่ต่ำมาก บางครั้งก็ขายในราคาขาดทุน พ่อก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่องรีดยางเครปมือสองจากมาเลย์ในราคา 5 แสน มาแปรรูปยางก้อนถ้วยเป็นยางเครปเพื่อส่งโรงงานแทน เพราะได้กำไรดีกว่า”
การเปลี่ยนแนวธุรกิจจากยางก้อนถ้วยแบบซื้อมาขายไปมาเป็นยางเครปนั้น จะทำให้ผู้ซื้อมีกำไร เกษตรกรขายได้ราคา แม้ว่าจะอยู่ในช่วงราคายางพาราตกต่ำ ทำให้เกษตรกรในเครือข่ายต่างนำยางก้อนถ้วยมาขายกันเป็นจำนวนมาก เกินกำลังของเครื่องรีดยางเครปที่มีอยู่เพียงเครื่องเดียว กระทั่งผู้เป็นบิดาให้เขาใช้ความรู้ทางด้านวิศวะผลิตเครื่องรีดยางเครปเพิ่ม เพื่อรองรับยางก้อนถ้วยที่มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ
โฆษิตใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องรีดยางเครป โดยการพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องเดิม จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นนวัตกรรมเด่น เป็นเครื่องรีดยางเครปที่มีคุณสมบัติเด่นหลายประการ มีคุณภาพการใช้งานดีกว่า และที่สำคัญ ราคาถูกกว่าเครื่องนำเข้าหลายเท่าตัว
“ในช่วงที่มาช่วยทางบ้านคิดประดิษฐ์เครื่องรีดยางเครป ผมก็ขอไม่รับเงินเดือนจากทางสายการบิน เพื่อจะได้มีเวลาทำงานตรงนี้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าช่วงไหนที่การบินมันพีค ต้องการนักบินเพิ่ม ทางสายการบินก็จะโทรมาเรียกตัว ถึงผมจะไม่รับเงินเดือน แต่ก็มีรายได้จากการขึ้นบินแต่ละครั้ง”
อาชีพนักบินของตัวเองก็ไม่ทิ้ง การประดิษฐ์เครื่องรีดยางเครปก็ต้องเดินหน้าเพื่อธุรกิจของครอบครัว หลังประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องรีดยางเครป ทำให้เขาเห็นลู่ทางในการทำธุรกิจที่มีรายได้ดีกว่าแค่รับซื้อยางก้อนถ้วยมาแปรรูปเป็นยางเครป ด้วยการผลิตเครื่องรีดยางเครปเพื่อจำหน่ายให้แก่พ่อค้ารับซื้อยางรายย่อย กลุ่มเกษตรกรที่สนใจ ตลอดจนพ่อค้ารายใหญ่ในการผลิตยางเครปเพื่อส่งโรงงาน
โฆษิต เปิดเผยต่อว่า การแปรรูปยางก้อนถ้วยเป็นยางเครป เป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรและพ่อค้ายางก้อนถ้วย เนื่องจากจะช่วยลดปัญหาการกดราคาจากโรงงานและการตัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักหาย ทั้งนี้เพราะว่ายางเครป มีค่า ดีอาร์ซี ที่แน่นอนจะอยู่ที่ 69% ขึ้นไป พ่อค้าและทางโรงงานไม่สามารถเอาเปรียบได้ จึงต้องรับซื้อในราคาที่สูงขึ้น
“การขายยางเครปจะมีส่วนต่างกำไรถึง 2-5 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับการทำยางแบบอื่น และยังสามารถผลิตเป็นยางเครปสดขายได้ทุกวัน ผมไปดูโรงงานผลิตยางแท่ง เอสทีอาร์ มันมีกระบวนการเครปยางอยู่ ทำไมเกษตรกรชาวสวนยางเราไม่ทำการเครปยางก่อนส่งโรงงาน แทนที่จะส่งไปในรูปของยางก้อนถ้วย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกกดราคา”
กว่า 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ที่โฆษิตใช้เวลาในการคิดประดิษฐ์เครื่องรีดยางเครปจนประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นมาสู่ธุรกิจการผลิตเครื่องรีดยางเครปเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่สนใจในปัจจุบัน ภายใต้บริษัท ยิบต้า จักรกลการเกษตร เทรดดิ้ง จำกัด ด้วยสโลแกที่ว่า "ยิบต้า รอบจัด ประหยัดต้นทุน"
ทว่า เป็นเพียงธุรกิจที่ตัวเองใช้ความรู้ด้านวิศวะมาประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ไม่เฉพาะตัวเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในการเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยการแปรรูปยางก้อนถ้วยเป็นยางเครป
จากความสำเร็จในธุรกิจผลิตเครื่องรีดยางเครป แม้จะสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยมีออเดอร์สั่งซื้อจากลูกค้าเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 5-10 เครื่อง สนนราคาเครื่องละ 3.5-6.9 แสนบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง
แต่มันก็เป็นแค่ทางผ่านในการสร้างธุรกิจให้แก่ครอบครัว ในขณะที่ตัวเขาเองจะหันกลับมาหาอาชีพอันเป็นที่รักอีกครั้ง ด้วยการเป็น ”นักบิน” อย่างเต็มตัวในปลายปีนี้
“เครื่องรีดยางเครป”ผลงานเด่นกัปตันต้อม
โฆษิต ชนะหาญ ปัจจุบันอายุ 29 ปี เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของ ไกรษร-ประกรณ์ ชนะหาญ แห่งบ้านหนองนาคำ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ จบชั้นประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านปู่ มาต่อมัธยมตอนต้นที่โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม แล้วมาจบมัธยมตอนปลายที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์
จากนั้นเข้าศึกษาต่อปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาวิศวอุตสาหการ จบออกมาทำงานเป็นวิศกรที่บริษัทดับบลิวดี ก่อนจะก้าวสู่อาชีพนักบินของสายการบินบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ทำงานอาชีพนักบินก็ใช้ความรู้ด้านวิศวะผลิตเครื่องรีดยางเครป จนประสบความสำเร็จ ภายใต้แบรนด์ ”ยิบต้า” ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาว
ปัจจุบันนวัตกรรมเครื่องรีดยางเครป ยี่ห้อยิปต้า ซึ่งเป็นผลงานเด่นของโฆษิตมีหลายแบบ หลายขนาดให้เลือก เริ่มจาก NEWGEN Mini มอเตอร์ 20 แรงม้า ลูกรีด 10 นิ้ว กำลังการผลิตวันละ 1-3 ตัน สามารถใช้กับระบบไฟบ้านได้ เหมาะสำหรับเกษตรกรครัวเรือนและกลุ่มเกษตรกรหมู่บ้าน สนนราคา 3.5 แสนบาท
NEWGEN Eco Pro มอเตอร์ 30 แรงม้า ลูกรีด 14 นิ้ว เหมาะสำหรับพ่อค้ารายย่อย กลุ่มเกษตรกรขนาดใหญ่ สนนราคา 5.5 แสนบาท และ NEWGEN Pro มอเตอร์ 50 แรงม้า ลูกรีด 14 นิ้ว กำลังการผลิต 1 ตันต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ สนนราคา 6.9 แสนบาท
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ เครื่องสับยาง มอเตอร์ 50 แรงม้า กำลังการผลิต 4 ตันต่อชั่วโมง ชุดรับสายพานลำเลียงความยาว 3 เมตร และ 6 เมตร ตู้อบยางเครปยางแผ่นใช้ระบบไฟฟ้า กำลังการผลิต 5-100 ตันต่อวัน ชุดระบบบำบัดน้ำเสีย YIpta YWT-2000 ใช้สำหรับบำบัดน้ำเสียจากโรงงานยางพารา



