
ชนม์สวัสดิ์โดนม.44พ้นอบจ.ปากน้ำ!
25 มิ.ย. 2558
ศอตช.ชงใช้ม.44 ย้ายชนม์สวัสดิ์พ้นอบจ.ปากน้ำ ปมใช้จ่ายงบอุดหนุนวัดไม่โปร่งใส ส่วนเลขาสปสช.โดนเรื่องบริหารงบฯจนโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง
25มิ.ย.2558 แหล่งข่าวจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยกรณีมีคำสั่ง คสช.ที่ 19/2558 เรื่องแต่งตั้งและให้เจ้าหน้าที่รัฐดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อื่น จำนวน 71 ราย ว่า กรณีนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งถูกคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากกรณีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและนันทนาการ ที่มีราคาแพงเกินจริง โดยการย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายเพื่อเปิดตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อแต่งตั้งผู้เหมาะสมขึ้นดำรงตำแหน่งต่อไป
ส่วนนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ สืบเนื่องจากกรณีความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณอุดหนุนวัดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เช่น การดีดโบสถ์วิหาร การก่อสร้างเมรุและตลาดน้ำ ขณะที่นายวินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สืบเนื่องจากกรณีถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานกองทุนไม่โปร่งใส ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งขาดสภาพคล่อง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวหาบอร์ด สปสช.บริหารงานไม่โปร่งใสมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้โรงพยาบาล 300-500 แห่ง ขาดสภาพคล่องจนเข้าขั้นวิกฤติ
สำหรับ พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบเนื่องจากกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตรวจพบความไม่โปร่งใสในการจัดซื้ออาวุธปืนให้ดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามความมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว2557 ลงนามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่19/2558 เรื่อง แต่งตั้งและให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อื่น โดยแยกเป็น 5 กลุ่มบัญชี ในส่วนของบัญชีกลุ่มที่1เป็นข้าราชการจำนวน 21 ราย กลุ่มที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นักการเมืองท้องถิ่น) 7 ราย กลุ่มที่ 3 นายกฯและรองนายกฯองค์การบริหารส่วนตำบล 17 ราย กลุ่มที่ 4 นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล 18 ราย และกลุ่มที่ 5 ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 ราย รวม 70 ราย โดยมีข้าราชการ 2 ราย และนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย รวม 49 ราย แบ่งเป็น นายกฯอบจ. 7 ราย นายกฯและรองนายกฯอบต. 17ราย นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล 18 ราย และข้าราชการอปท. 7 รายนั้น
ล่าสุดพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ก็เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงนายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ที่มีชื่อในคำสั่งด้วยนั้น ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยจะมอบให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งบุคคลเพื่อมารักษาราชการแทน โดยไม่ต้องผ่านเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างไรก็ตามสำหรับบุคคลที่ยังไม่ได้มีการสอบสวน เราต้องตั้งคณะกรรมการ หรือให้อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย (อ.ก.พ.มท.) ไปดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง หากพบว่ามีความผิด ก็จะมีการดำเนินการลงโทษทางวินัยต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า นายขวัญชัย ที่โดนคำสั่ง ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ มีส่วนไปเกี่ยวข้องในโครงการการติดตามและประเมินผลการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งโดยการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ในช่วงที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ปี2551ในส่วนข้าราชการ หรือบุคคลที่มีบัญชีรายชื่ออยู่ในจำนวน5กลุ่ม ยังคงต้องรอหน่วยงาน ในศูนย์อำนวยการต่อต้านกาทุจริตการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) ที่มีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน ที่มีหน่วยงานตรวจสอบการทุจริต อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ได้มีการประสานส่งข้อมูล มูลฐานความผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติงาน โดยยังคงต้องมีแนวทางการสอบสวน ดำเนินการทางวินัยร้ายแรงต่อไป
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ไปพัวพันกับการทุจริตที่ยังไม่มีบัญชีรายชื่อในรอบนี้ บางส่วนหน่วยงานต้านโกง ( ศอตช. ) ได้มีการส่งรายชื่อผู้ว่าฯ นายอำเภอ มายังต้นสังกัดเพื่อให้ได้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในขั้นตอนของ อ.ก.พ.มท. อีกครั้งหนึ่ง หากพบว่า มีความผิดก็จะมีการลงโทษทางวินัยในโอกาสต่อไป



