
'หัวใจ'ร่าง รธน.ยังไม่เปลี่ยน
'หัวใจ'ร่าง รธน.ยังไม่เปลี่ยน มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : สำนักข่าวเนชั่น
"จะยังคงระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม และยังคงหลักการเรื่องนายกฯ คนนอกเหมือนเดิม คือใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร" นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญระบุ
หากยังเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่า “หัวใจ” ที่เป็นประเด็นสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่เปลี่ยน
ประเด็นแรก คือ ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมของไทยจะช่วยสร้างสมดุลให้การเมืองไทย เช่น การใช้หลักเกณฑ์คะแนนบัญชีรายชื่อเป็นหลักในการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่จะพึงได้ของแต่ละพรรค ถือเป็นการให้ความสำคัญของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคะแนน สะท้อนความนิยมที่แท้จริงของแต่ละพรรคการเมือง
แต่ที่ผ่านมาก็มีหลายภาคส่วนคัดค้าน เช่น “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บอกว่า ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่คิดขึ้นเพื่อไม่ต้องการให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งจนเกินไปนั้น สำหรับประเทศไทยมีประสบการณ์เรื่องรัฐบาลผสมมาแล้ว ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย เต็มไปด้วยการฮั้วกัน ทำให้คนเป็นนายกฯ ไม่มีเอกภาพในการบริหารประเทศ
ส่วนฝ่ายการเมือง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นว่าควรจะใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเดิม แต่ให้เพิ่มกระบวนการตรวจสอบ เข้มงวดคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ประเด็นที่สอง นายกฯ คนนอก ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เห็นว่า ที่ไม่เขียนให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. เหมือนเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติในบ้านเมืองขึ้นอีกเพราะรัฐธรรมนูญไม่มีทางออกให้ ทำให้ต้องใช้วิธีทางนอกรัฐธรรมนูญ
แต่ประเด็นนี้ ก็มีเสียงคัดค้านมากเช่นกัน
“วันชัย สอนศิริ” สมาชิก สปช. บอกว่า ขณะนี้สมาชิก สปช.เริ่มส่งเสียงออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละประเด็นแล้ว เช่น การให้นายกฯ อาจมาจากคนนอกก็ได้ ทำให้มี สปช.บางกลุ่มเริ่มประกาศชูธงว่าไม่เอาด้วย เพราะเป็นการเปิดช่องเตรียมการให้คนนอกมาเป็นนายกฯ และอาจเริ่มชักชวน ทั้งคนใน สปช.และนอก สปช. เช่น พรรคการเมือง ออกมาคัดค้านประเด็นนี้ด้วย
เช่นเดียวกับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ “นพดล ปัทมะ” แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นว่า การเปิดให้คนนอกเป็นนายกฯ อาจทำให้การตรวจสอบทางการเมืองอ่อนด้อยลง อีกทั้งนายกฯ จะมีความรับผิดชอบต่อพรรคการเมือง สภาผู้แทนราษฎร และประเทศน้อยลง เพราะมาเพียงคนเดียว ไม่ได้เป็นทั้ง ส.ส. และสมาชิกพรรคการเมือง
ส่วน “อำนวย คลังผา” อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย บอกว่า หากนายกฯ มาจาก ส.ส. ก็จะมองเห็นปัญหาของประชาชนได้มากกว่า เพราะได้ลงพื้นที่หาเสียง
ขณะที่ “ราเมศ รัตนะเชวง” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงความไม่เห็นด้วยที่นายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส. เพราะอำนาจนิติบัญญัติและบริหารต้องยึดโยงผูกพันกัน และ ส.ส.ยึดโยงประชาชนมากกว่า
นี่...ยังไม่รวมถึงข่าวที่ว่า ให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด ซึ่งสวนทางกับการเรียกร้องให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง
ดังนั้น แม้ว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะยอมแก้ไขในหลายประเด็น แต่เมื่อ “หัวใจ” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เปลี่ยน เหตุนี้ร่างรัฐธรรมนูญ จึงยังมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกคว่ำโดย สปช. หรือไม่ผ่านประชามติ



