ข่าว

ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้านทางออก‘กาสิโนไทย’

ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้านทางออก‘กาสิโนไทย’

25 มิ.ย. 2558

ลงทุนตั้งบ่อนเพื่อนบ้าน ทางออก‘กาสิโนไทย’

              ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ข้อยุติ มีนักวิชาการที่เคยศึกษาวิจัยเรื่องการพนันเสรี ได้เสนอทางออกน่าสนใจและน่าจะเป็นการผ่าทางตันระหว่างเรื่องเม็ดเงินที่ไทยจะได้รับจากการเปิดบ่อนกับผลกระทบทางสังคมที่จะตามมา

              นักวิชาการรายนี้ คือ "สติธร ธนานิธิโชติ" นักวิจัยสถาบันพระปกเกล้า โดยได้ทำการศึกษาวิจัยและเผยแพร่เป็นบทความในวารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หัวข้อ “การพนันในมิติทางสังคม เศรษฐกิจและกฎหมาย”

              สรุปได้ว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายในเรื่องการตั้งบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยนั้น เกี่ยวพันกับแนวคิดและมุมมองใน 3 มิติ คือ สังคม เศรษฐกิจ และกฎหมาย ทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่มีความคิดความเชื่อในแต่ละมิติ

              อย่างไรก็ดี ความเห็นพ้องต้องกันของบางสังคม บางประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการผสานผลประโยชน์และการหยิบยกข้อดีจากแนวทางการศึกษาต่างๆ เพื่อสนับสนุนข้อด้อยที่เกิดขึ้นในแนวทางของตนเอง ฉะนั้นการริเริ่มขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับการพนันถูกกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่รัฐต่างๆ ต้องพิจารณาหาเหตุผลที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและสถานการณ์หนึ่งๆ ของตนเท่านั้น

              ในบางประเทศ การพนันเสรีอาจเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคม อาทิ เพื่อให้คนสูงอายุมีกิจกรรมทำยามว่าง หรือเพื่อให้คนในสังคมของตนซึ่งมีวัฒนธรรมชอบเล่นการพนันกันอย่างกว้างขวางได้มีโอกาสเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย ขณะที่บางประเทศ การพนันเสรีเกิดขึ้นจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพื่อนำรายได้เข้าสู่รัฐในรูปภาษี หรือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโครงการก่อสร้างสถานการพนันขนาดใหญ่ หรือเพื่อใช้ธุรกิจพนันเป็นตัวส่งเสริมธุรกิจบันเทิง ท่องเที่ยว หรือบางประเทศเลือกดำเนินนโยบายการพนันเสรีด้วยเหตุผลเชิงกฎหมาย อาทิ ต้องการนำธุรกิจการพนันที่อยู่ “ใต้ดิน” ขึ้นมา “บนดิน” เพื่อการควบคุมดูแลที่ง่ายกว่า เป็นต้น

              ฉะนั้นการตัดสินใจที่จะยอมรับหรือปฏิเสธการพนัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดให้ละเอียด และจะต้องคำนึงถึงบริบทของสังคมด้วยว่าการพนันมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมนั้นๆ อย่างไร ควรมีแนวทางหรือนโยบายสำหรับการจัดการกับการพนันอย่างไร มากกว่าการพยายามแสวงหาแนวทางสากลที่ใช้ได้กับทุกๆ สังคมอันเป็นเรื่องยุ่งยากและแทบจะเป็นไปไม่ได้

              สำหรับประเทศไทย หากพิจารณาในมิติทางเศรษฐกิจ รัฐบาลในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็มิได้อัตคัดขัดสนหรือสิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นต้องชู “นโยบายการพนันเสรี” เพื่อกอบกู้วิกฤติชาติ เพียงแต่มูลค่าของอุตสาหกรรมการพนัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเศรษฐกิจใต้ดินนั้นค่อนข้างสูง ในมุมมองของผู้นำประเทศบางท่านจึงเห็นว่า การนำผลประโยชน์เหล่านี้มาจัดสรรโดยรัฐ เป็นแนวทางที่เย้ายวนและน่าจะดีกว่าการปล่อยให้ผลประโยชน์ดังกล่าวไปตกอยู่ในมือของคนบางกลุ่ม

              ด้วยเหตุนี้ การพนันจึงไม่ใช่ปัญหาในมิติทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องรีบเร่งให้มีขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่ปัญหาที่สำคัญมากกว่าในกรณีของประเทศไทยกลายเป็นเรื่องของการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้การพนันถูกกฎหมายที่มีอยู่เป็นไปตามเงื่อนไข หรือการปราบปรามไม่ให้มีการพนันที่ผิดกฎหมายก็ตาม ล้วนแต่ล้มเหลวทั้งสิ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ความล้มเหลวในการจัดการเรื่องการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา และการปล่อยให้การพนันผิดกฎหมาย เช่น หวยใต้ดิน การพนันฟุตบอล กลายเป็นกิจกรรมที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้มาช้านาน

              ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามที่คิดจะหยิบยกนโยบายการพนันเสรีขึ้นมาจะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือสังคมก็ตาม การทำให้สาธารณชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนเป็นลำดับแรก

              นักวิจัยสถาบันพระปกเกล้าผู้นี้ ระบุด้วยว่า เมื่อแนวคิดการตั้งกาสิโนที่เสนอกันอยู่ในขณะนี้ มีประเด็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาสังคมและการบังคับใช้กฎหมายที่จะตามมา ในขณะที่กาสิโนถูกกฎหมายก็มีอยู่ในประเทศรอบบ้านไทย ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้หากไทยจะไปร่วมลงทุนในการก่อสร้างกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น แล้วนำผลกำไรเป็นรายได้กลับเข้าประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องไปแบกรับภาระหรือผลกระทบเชิงสังคมที่หลายฝ่ายกังวล

              อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการที่ทำงานด้านปราบปรามบ่อนการพนัน ได้สะท้อนความจริงของสถานการณ์บ่อนในประเทศไทย ว่าสามารถแบ่งได้หยาบๆ เป็น 3 ระดับ คือ

              1.บ่อนระดับท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นบ่อนวิ่งตามงานศพ บ่อนในชุมชนที่รองรับนักพนันในพื้นที่นั้นๆ โดยทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีบ่อนเล็กบ่อนน้อยเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็น “บ่อนวิ่ง” ที่เปลี่ยนสถานที่เล่นไปเรื่อยๆ แล้วแต่ความสะดวก ความต้องการของนักพนัน และหลบเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ บ่อนประเภทนี้ก็เช่น บ่อนตามงานศพ บ่อนพนันวัวชน บ่อนบั้งไฟ บ่อนพนันไก่ชน เป็นต้น ถือเป็นบ่อนเกรดซี

              2.บ่อนระดับหัวเมืองใหญ่และกรุงเทพฯ เช่น บ่อนประตูน้ำ บ่อนลอยฟ้า ถือเป็นบ่อนเกรดบี+ ถึงเอ พิจารณาจากปริมาณคนที่เข้าไปเล่น และการเข้าถึงของคนชั้นกลาง บ่อนประเภทนี้สามารถดึงดูดคนได้เยอะขึ้น ตั้งอยู่ตามชุมชนต่างๆ เช่น บ่อนเตาปูน บ่อนลอยฟ้า บางบ่อนมีการสร้างฐานมวลชนโดยรอบเพื่อป้องกันการเข้าทลายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

              3.บ่อนระดับไฮเอนด์ หรือบ่อนระดับบน เช่น บ่อนสุขุมวิท 24 ที่เพิ่งถูกทลายไปเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นบ่อนเกรดเอ+ รองรับกลุ่มไฮโซ เปิดตามคอนโดมีเนียมหรู ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการต้องเป็นสมาชิก (เมมเบอร์) นักพนันจะบอกกันปากต่อปาก วงเงินการเล่นค่อนข้างสูง เพราะกลุ่มคนที่เข้าไปเล่นมีศักยภาพในการจ่าย

              บ่อนทั้ง 3 ประเภท 3 ระดับนี้ แก้ไม่ได้ด้วยการตั้งกาสิโน หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพราะไม่ได้ตอบโจทย์นักพนันระดับต่างๆ เนื่องจากจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเข้าไปเล่น เช่น ต้องเป็นนักท่องเที่ยว มีพาสปอร์ต หรือมีเงินฝากจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญไม่ใช่ว่ามีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แล้ว นักพนันชาวไทยจะไม่เดินทางไปเล่นนอกประเทศ