
สหรัฐพลาดหรือความจริงในใจ
สหรัฐพลาดหรือความจริงในใจ : ชยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
สหรัฐอเมริกา ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำหนดมาตรฐานโลก แต่เอาเข้าจริงแล้ว เรื่องบางเรื่อง มาตรฐานที่วางเอาไว้นั้น อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาเองเกิดความผิดพลาดได้มากน้อยแค่ไหน
ในเมื่อภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกานั้น นอกจากจะเป็นพี่ใหญ่คอยจัดระเบียบโลกแล้ว ยังคอยชี้แนะเรื่องราวต่างๆ ให้แก่นานาประเทศทำอย่างนั้นอย่างนี้มาตลอด
อย่างกรณีประเทศไทย ปลายเดือนนี้สหรัฐก็จะเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่เลวร้ายที่สุด
ปัญหาก็คือ เมื่อถูกจัดอยู่ในกลุ่มสุดท้ายที่ไม่ยินดียินร้ายต่อมาตรการของสหรัฐในการต่อต้านการค้ามนุษย์แล้ว จะต้องเจอกับมาตรการตอบโต้จากสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการตัดความช่วยเหลือ การกีดกันทางการค้า
หนังสือเชิญ ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ ที่ปกติ เรารับรู้ว่า เป็นนักรัฐศาสตร์และนักวิชาการอิสระ แต่สหรัฐอเมริกากลับจัดให้ ดร.ปราโมทย์ เป็น นักเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Anti-Thaksin Activist โดยระบุไว้ในบัตรเชิญกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่า เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ ดร.ปราโมทย์ มีการเขียนเฟซบุ๊ก แสดงความไม่พอใจ จนกระทั่ง โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษ ดร.ปราโมทย์ ต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับมิตรชาวไทย
จดหมายเชิญ “มิตรชาวไทย” ของสหรัฐฉบับนี้ ก็เพื่อให้ไปร่วมงานฉลองครบรอบ 239 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา วันที่ 2 กรกฎาคม แต่ดูเหมือนว่า สหรัฐได้เปิดเผยความในใจที่มีต่อมิตรชาวไทยไปเรียบร้อยแล้ว
คำขอโทษที่ว่านั้น ไม่รู้ว่า “มิตรชาวไทย” ที่ชื่อ ดร.ปราโมทย์ จะให้อภัยพร้อมกับไปร่วมงานด้วยหรือไม่
ที่สำคัญ ดร.ปราโมทย์ จะเชื่อว่านั่นคือคำขอโทษที่กลั่นออกมาจากใจ หรือแค่คำแก้ตัวเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือเปล่า
ก่อนหน้านี้สภาคองเกรสของสหรัฐ ก็รับรู้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย หลังจากที่ไทยเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไปนั้น แสดงให้เห็นว่า ยังไม่ปรากฏสัญญาณใดๆ ว่าจะมีการเลือกตั้ง หรือมีประชาธิปไตยในประเทศไทย จากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐเพียงเรียกร้องพร้อมกับแสดงความคาดหวังว่า ประเทศไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเท่านั้น และนั่นก็กลายเป็นเหตุผลที่สหรัฐลดระดับความช่วยเหลือทางด้านการทหารและความร่วมมือในการฝึกร่วมกันกับกองทัพไทยที่มีชื่อว่า คอบร้าโกลด์ที่จะมีขึ้นในปีหน้า
มีคนบอกว่า ถ้าลงได้เรียกว่า “มาตรฐาน” แล้ว ย่อมมีเพียงหนึี่งเดียว
แต่หากเมื่อใดเพิ่มเป็น สอง สาม หรืออื่นใด นั่นไม่ใช่ “มาตรฐาน”



